นายกฯ เสียใจเครื่องบินทำฝนหลวงตก นักบินเสียชีวิต

ประเด็นน่าสนใจ

  • ยันจะเยียวยาครอบครัวของผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ
  • สั่งตรวจสอบสภาพเครื่องบิน และสภาพอากาศทุกครั้งก่อนขึ้นบินป้องเหตุร้ายเกิดขึ้นซ้ำอีก

จากเหตุการสุดสลดเครื่องบินกรมฝนหลวงและการบินเกษตร หมายเลขเครื่อง 1917 ตกที่ จ.กาญจนบุรี เป็นเหตุทำให้นักบินเสียชีวิต 2 รายระหว่างที่กำลังฝึกบินนั้น

ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ขณะนี้ปฏิบัติภารกิจอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ได้ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ทราบเรื่องแล้วและขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสียในครั้งนี้

ทั้งนี้ขอยืนยันว่ารัฐบาลจะดูแลครอบครัวอย่างดีที่สุด และเยียวยาอย่างเต็มที่เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ แก่ครอบครัวของทั้ง 2 นักบินที่เกิดความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้ในครั้งนี้ ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะเร่งหาสาเหตุของการตกในครั้งนี้

อีกทั้งขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบิน ตรวจสอบเครื่องบินให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน ทั้งในด้านเทคนิค และสภาพอากาศก่อนจะทำการบินทุกครั้ง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้

ย้อนคดีที่นาฬิกาอัจฉริยะ ช่วยไขปริศนาการเสียชีวิต

ประเด็นน่าสนใจ

  • ย้อนคดีดัง ที่มีการสืบสาวเรื่องราวผ่านสมาร์ทวอตช์ (Smart Watch)
  • หลายคดีมีสมาร์ทวอตช์ เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถไขปริศนาในคดีได้
  • หนึ่งในคดีที่มีสมาร์ทวอตช์ เป็นกุญแจสำคัญ คือคดีฆาตกรรมนักข่าวชาวซาอุฯ ที่สมาร์ทวอตช์สามารถบันทึกเสียงขณะที่ผู้ตายถูกฆาตกรรมไว้ได้

ทุกวันนี้ เทคโนโลยีทำให้การใช้ชีวิตของผู้คน เป็นไปอย่างสะดวกสบายมากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในทุกกิจกรรมของมนุษย์ ความทันสมัย มีอยู่ทุกที่ ทุกเวลา ไม่เว้นแม้แต่บนข้อมือ

เมื่อพูดถึงสมาร์ทวอตช์ (Smart Watch) นั้นเรียกได้ว่า เป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์มากมาย และถือได้ว่าเป็น Gadget ที่มาแรงและได้รับความนิยมอย่างมาก ไม่เพียงในหมู่คนรักสุขภาพเท่านั้น แต่ยังได้รับความนิยมในหมู่คนทั่วไป เพราะนอกจากจะช่วยเก็บอัตราการเต้นของหัวใจ บ่งบอกปริมาณแคลอรี่ที่เผาผลาญ รวมไปจนถึงจำนวนก้าวในการเดินแล้ว ยังช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตด้านอื่น ๆ อาทิเช่นการบอกถึงสถิติการนอน และสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์การสื่อสาร ทำให้ไม่พลาดทุกการติดต่อ จนมีคนเปรียบเทียบว่า มีสมาร์ทวอตช์ ก็ไม่ต่างอะไรจากการมีเลขาส่วนตัว

แต่นอกเหนือจากประโยชน์ในด้านการใช้ชีวิตทั่ว ๆ ไปแล้ว สมาร์ทวอตช์ยังเข้ามามีส่วนในการสืบสวนสอบสวน หรือไขคดีต่าง ๆ มากมาย โดยในหลายกรณี สมาร์ทวอชยังเก็บหลักฐาน ที่เป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาในคดีได้สำเร็จ

ย้อนกลับไปในเดือนเมษายนปี 2561 คดีฆาตกรรมในออสเตรเลีย กรณีเมอร์นา นิลส์สัน วัย 57 ปี ถูกสังหาร ซึ่งจากเหตุการณ์การเสียชีวิตของเธอ มีแคโรไลน์ นิลส์สัน ลูกสะใภ้ของผู้ตายอยู่ในบ้านหลังเดียวกันกับผู้ตายในระหว่างเกิดเหตุ แต่กระนั้นคำให้การของแคโรไลน์ ขัดแย้งกับหลักฐานจากนาฬิกา แอปเปิลวอตช์ที่ผู้ตายสวมใส่ในขณะถูกทำร้าย จนทำให้นำไปสู่การไขความจริงที่ว่า แคโรไลน์เป็นผู้ผู้จัดฉากการบุกรุกบ้านของเธอเอง

นางเมอร์นา นิลส์สัน (ซ้าย) แคโรไลน์ นิลส์สัน (ขวา)

ทั้งนี้ข้อมูลจากแอปเปิลวอตช์ ที่มีเซนเซอร์ติดตามการเคลื่อนไหวของผู้สวมใส่ และความเร็วของผู้สวมใส่ รวมถึงสามารถตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าคำให้การกับตำรวจของแคโรไลน์ นิลส์สันเป็นเรื่องเท็จ

นอกจากนี้ อีกหนึ่งคดีดังระดับโลก ที่มีสมาร์ท วอตช์ เป็นจิ๊กซอว์สำคัญในการประติดประต่อเรื่องราว ในกรณีการสังหารโหดนาย จามาล คาช็อกกีนักข่าวอาวุโสชาวซาอุดีอาระเบีย ที่หายตัวอย่างเป็นปริศนาหลังเข้าไปภายในสถานกงสุลซาอุฯ ในอิสตันบูลและก็ไม่ได้กลับออกมาอีกเลย

นายจามาล คาช็อกกี

ทั้งนี้หลังจากการหายตัวไปกลายเป็นคดีฆาตกรรม เมื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของตุรกี ที่ระบุว่า คาชอกกีถูกสังหารและมีการจัดการแยกชิ้นส่วนศพ โดยหลักฐานสำคัญ คือ เทปบันทึกเสียงที่ได้จากนาฬิกาอัจฉริยะ แอปเปิล วอตช์ที่คาชอกกีใส่เข้าไปในสถานกงสุล ซึ่งได้เชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือ ไอโฟนและบัญชีไอคลาวด์ของคาช็อกกี ที่ฝากมือถือไว้กับเชนกิซ คู่หมั้น ที่รออยู่ด้านนอก

ซึ่งข้อมูลจากแอปเปิลวอตช์ชี้ว่า นายคาช็อกกีเดินเข้าไปในสถานกงสุลฯ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม โดยทางการตุรกีได้พบบันทึกเสียงอยู่ในไอโฟนของนายคาช็อกกี และในบัญชีไอคลาวด์ที่ใช้อยู่

ทั้งนี้สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มที่ทำการสังหารนายคาช็อกกีพยายามจะลบบันทึกเสียงด้วยการกรอกรหัสผ่านเข้าไปในระบบ แต่กรอกรหัสไม่ถูกต้อง จึงเปลี่ยนมาใช้ลายนิ้วมือของนายคาช็อกกีเพื่อปลดล็อก แต่แอปเปิลวอตช์ไม่มีระบบการปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือเหมือนไอโฟนจึงไม่สามารถปลดล็อกได้สำเร็จ

‘ลัลลาเบล’ ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์

จากคดีระดับโลกมาที่วาระแห่งชาติที่ขณะนี้ ประชาชนทั่วประเทศ กำลังติดตาม จับตาว่าจะจบลงเช่นไร จากกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ หรือ ‘ลัลลาเบล’ พริตตี้สาวชื่อดังวัย 25 ปี ที่เสียชีวิตกะทันหัน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวนายรัชเดช วงศ์ทะบุตรหรือ ‘น้ำอุ่น’ พริตตี้บอย ที่พาตัวผู้ตายมาที่คอนโด ย่านรัชดา-ราชพฤกษ์ และพบหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด ชี้ชัดว่า เจ้าตัวเป็นคนนำร่างของผู้ตายไปไว้ที่โซฟาล็อบบี้ของคอนโด

ทั้งนี้ได้มีการเผยแพร่คลิปหลักฐานจากหลายมุม หลายสถานที่ออกมามากมาย ซึ่งทำให้มีคนตาดีเห็นว่า ในวันที่ผู้ตายเสียชีวิตนั้น เจ้าตัวได้สวมใส่สมาร์ทวอตช์อยู่ด้วย ซึ่งอุปกรณ์ชิ้นนี้ น่าจะเก็บข้อมูลชีพจร และบอกได้ว่าผู้ตายเสียชีวิตตอนเวลากี่โมง ซึ่งเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับพยานหลักฐานอื่น ๆ นั้น เจ้าหน้าที่ก็จะทราบว่า ใครที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตครั้งนี้ได้บ้าง

‘ลัลลาเบล’ ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์

อย่างไรก็ตาม แม้ผลตรวจเลือดของผู้ตายจะออกมาแล้ว และชี้ชัดว่าสาเหตุการเสียชีวิตมาจากการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก เพราะมีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 418 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ แต่คดียังไม่ถึงที่สิ้นสุด เพราะยังต้อง

เพราะผลการตรวจสอบสมาร์ทวอตช์ที่ผู้ตายสวมใส่ในวันเกิดเหตุออกมาอย่างไม่เป็นทางการ โดยพบว่า อัตราการเต้นของหัวใจ ลัลลาเบล หยุดบันทึก ในเวลา 17.00 น. แต่ทั้งนี้ผลดังกล่าวยังไม่เป็นที่แน่ชัด คงต้องตรวจสอบให้ละเอียดอีกครั้ง ซึ่งต้องมีการตรวจสอบทางเทคนิคก่อนว่าผลถูกต้องหรือไม่ โดยสิ่งที่ตำรวจยึดในการดำเนินคดีในครั้งนี้คือผลจากทางแพทย์ในการชันสูตรเพราะสามารถบอกทุกอย่างได้ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม คาดว่าทุกอย่างจะมีความชัดเจน ทั้งเรื่องคดีและผู้ต้องหาที่กระทำความผิดทั้งหมดในเร็ว ๆ นี้

ร้องกองปราบฯ เอาผิดบิ๊กไฮโซ ปมแอบอ้างสิทธิ์จัดประกวดนางสาวไทย

ประเด็นน่าสนใจ

  • กลุ่มผู้สนับสนุนจัดการประกวดนางสาวไทย 2562 ร้องกองปราบ มีผู้แอบอ้างสิทธิ์การประกวดเวทีนางสาวไทย
  • ตกเป็นผู้เสียหายจากเวทีนางงามดังกล่าว รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท
  • เบื้องต้นกองปราบสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนพิจารณาดำเนินการต่อไปว่าเข้าข่ายเป็นคดีแพ่งหรือไม่

ที่กองปราบปราม น.ส.ณัฐกาญจน์ เสนเนียม บุตรสาว นายถาวร เสนเนียม และกลุ่มผู้สนับสนุนจัดการประกวดนางสาวไทย 2562 ประจำจังหวัดและภูมิภาค เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ท.มงคล พรมโสภา รองผกก.(สอบสวน) กก.1 บก.ป. ให้ดำเนินคดีกับกรรมการผู้จัดการ บริษัทแห่งหนึ่ง กรณีแอบอ้างว่าเป็นผู้ได้ครองลิขสิทธิ์การประกวดเวทีนางสาวไทย ประจำปี 2562 ส่งผลให้กลุ่มพวกตนตกเป็นผู้เสียหายจากเวทีนางงามดังกล่าว รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

น.ส.ณัฐกาญจน์ เปิดเผยว่า ตนในฐานะตัวแทนของบริษัทซัพพลายเออร์ ซึ่งได้รับการว่าจ้างจากบริษัทแห่งหนึ่ง ให้จัดการประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2562 โดยมีการดำเนินการจัดงาน บริหารจัดการโครงการ ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา แต่ต่อมาถูกถอดออกจากการทำงานทั้งที่ลงทุนไปแล้ว จากการกระทำดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหายทั้งทรัพย์สิน ชื่อเสียง เครดิต และสภาพจิตใจของผู้เสียหาย จึงรวมตัวกันเพื่อร้องขอความเป็นธรรม

อย่างไรก็ตามทางกองปราบฯ ได้สอบปากคำไว้ก่อนพิจารณาดำเนินการต่อไปว่าเข้าข่ายเป็นคดีแพ่งหรือไม่