ขั้นตอนการใช้สิทธิ์ ซื้อสินค้า – โดยเงินใน G-Wallet แอพเป๋าตัง

MThai แนะ วิธีการใช้เงินใน G-Wallet จากแอพพลิเคชันเป๋าตัง

เราจะได้เงินเข้ามาใน G-Wallet ก็ต่อเมื่อลงทะเบียนผ่าน เว็บ“ชิมช้อปใช้” เรียบร้อยตามขั้นตอนแล้วเท่านั้น ซึ่งภายหลังลงทะเบียนดังกล่าวเสร็จ ผู้ที่ลงทะเบียนต้องรอรับ SMS หรือ E-mail ผลการลงทะเบียนรับสิทธิภายใน 3 วันทำการ จากนั้นดาวน์โหลดแอพพลิเคชัน เป๋าตัง เพื่อใช้สิทธิ์ผ่าน G-Wallet

คลิกอ่าน >> ขั้นตอนการใช้งาน แอพพลิเคชัน “เป๋าตัง”

คลิกอ่าน >> ขั้นตอนลงทะเบียนใช้สิทธิ์รับ 1,000 ชิมช้อปใช้

เงินจำนวน 1,000 บาท ที่อยู่ใน (G-Wallet) แอพพลิเคชัน “เป๋าตัง” จากโครงการ ส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ “ชิมช้อปใช้ต้องใช้เงินครั้งแรกภายใน 14 วัน สิทธิ์ดังกล่าวจะหมดอายุภายใน 14 วัน หลังจากได้รับ SMS ยืนยัน

หากไม่มีการใช้สิทธิ์ครั้งแรก ภายใน 14 วัน เงินจะถูกดึงกลับ แต่ในกรณีที่มีการใช้จ่ายเงินไปบางส่วน และเหลือเงินอีกจำนวนหนึ่ง ยังสามารถใช้เงินในส่วนที่เหลือไปได้จนถึงวันที่ 30 พ.ย.2562

ขั้นตอนที่ 1

ขั้นตอนที่ 1 กดเลือกหมวดใช้สิทธิ์สินค้า 1,000 บาท ต้องใช้สิทธิ์ซื้อสินค้ากับร้านค้าถุงเงินตามจังหวัดที่ได้ลงทะเบียนไว้ สิทธิ์ดังกล่าวจะหมดอายุภายใน 14 วัน หลังจากได้รับ SMS ยืนยัน

ขั้นตอนที่ 2

ขั้นตอนที่ 2 นำ QR ไปชำระสินค้าที่ร้านถุงเงินในจังหวัดที่ลงทะเบียนไว้

ขั้นตอนที่ 3

ขั้นตอนที่ 3 “ยืนยันการใช้สิทธิ์”

ขั้นตอนที่ 4

ขั้นตอนที่ 4 ต้องกดยืนยันการทำรายการด้วยเลข PIN 6 หลัก ที่เราได้ตั้งไว้ตั้งแต่ตอนแรก

5.ขั้นตอนการใช้สิทธิ์ซื้อสินค้า

ขั้นตอนที่ 5 ในหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ระบบจะแสดงข้อมูลว่า ทำรายการสำเร็จ

ขั้นตอนที่ 5

ขั้นตอนที่ 6 วิธีการเติมเงินในกระเป๋า G-Wallet

  • การเติมเงินเข้ากระเป๋า มี 2 วิธี ช่องทางแรกเติมด้วยเลข G-Wallet (พร้อมเพย์) 15 หลัก , ช่องทางที่สอง นำ QR ไปสแกน กับ mobile-banking
ขั้นตอนที่ 6

เช็คร้านค้าชิมช้อปใช้แต่ละจังหวัด

เคาะแล้ว!! ครม.อนุมัติกรอบวงเงิน 7 พันล้าน ช่วยน้ำท่วม

ประเด็นน่าสนใจ

  • ครม.เห็นชอบกรอบวงเงินเพื่อแก้ไขและบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนที่ประสบอุทกภัย วงเงินรวมกว่า 7 พันล้านบาท
  • โดยวงเงิน 2,092,400,000 บาท เพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยครัวเรือนละ 5,000 บาท
  • และอีกวงเงินกว่า 5 พันล้านบาท เพื่อช่วยเหลือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นหน่วยรับและดำเนินการ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบกรอบวงเงินเพื่อแก้ไขและบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนที่ประสบอุทกภัยโดยกระทรวงมหาดไทย เสนอขออนุมัติกรอบวงเงิน 2,092,400,000 บาท เพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรวม 29 จังหวัด ครัวเรือนละ 5,000 บาท ตามข้อมูลครัวเรือนผู้ประสบภัยเบื้องต้นที่สำรวจจริง

และกรอบวงเงิน 5,550,000,000 บาท เพื่อช่วยเหลือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นหน่วยรับและดำเนินการ โดยงบประมาณการช่วยเหลือดังกล่าวจะทำให้ประชาชนได้กลับเข้าบ้านให้เร็วที่สุด มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นรัฐบาลจะช่วยเหลือเยียวยาอย่างเต็มที่ โดยได้เน้นย้ำทุกหน่วยงานในเรื่องการเบิกจ่ายอย่างโปร่งใส

รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วงเงินที่จะให้ความช่วยเหลือครัวเรือนละ 5,000 บาท แยกออกจากงบประมาณในการซ่อมแซมบ้านเรือนและที่อยู่อาศัย และจะต้องเร่งรัดกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว งบประมาณที่ใช้ในการช่วยเหลือส่วนนี้ มาจากงบฯ กลาง และเป็นการช่วยเหลือในระยะสั้นและระยะยาวด้วย คาดว่าเงินช่วยเหลือจะถึงมือประชาชนภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ พร้อมกำชับให้ดำเนินการอย่างโปร่งใส ไม่มีการทุจริต

จุติ เผย! ตนเป็นคนที่รักบูชาแม่ – ให้เกียรติภรรยา

ประเด็นน่าสนใจ

  • จุติ แจงดราม่า ผู้หญิงมีดีเอ็นเอแม่-ภรรยา
  • เผยเป็นคนที่รักบูชาแม่ และเป็นคนรักและให้เกียรติภรรยา
  • หวังอยากเห็นในสภาไทยมีผู้หญิงมากขึ้น

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้สัมภาษณ์กรณี โพสต์เฟซบุ๊กในเพจ “จุติ ไกรฤกษ์ รมว.พัฒนาสังคมฯ” ที่ระบุข้อความ

“สตรีทุกท่านมี DNA ของความเป็นแม่และภรรยา จงหาให้พบและใช้ให้เป็นประโยชน์กับสังคม” เมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา และถูกชาวเน็ตวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ว่าเป็นแนวคิดที่จำกัดบทบาทของสตรีและไม่สอดคล้องกับโลกปัจจุบัน ซึ่งนายจุติกล่าวว่า เป็นความเห็นที่แตกต่าง ทุกคนมีสิทธิคิดได้ ตนก็รับฟังและนำกลับไปพิจารณา

การโพสต์ดังกล่าวถือเป็นความผิดพลาดในการสื่อสารหรือไม่ นายจุติ กล่าวว่า ไม่รู้ ความเห็นของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ตนเป็นคนที่รักบูชาแม่ และเป็นคนรักและให้เกียรติภรรยา ถ้าใครจะแปลความเป็นอย่างอื่นตนก็ไม่ทราบ แต่กลัวว่าคนจะดูแค่ประโยคเดียว เพราะถ้าฟังสิ่งที่ตนพูดทั้งหมดจะเข้าใจ

เพราะตนพยายามเปรียบเทียบว่า ในสภาฯไทยมีผู้หญิงแค่ 15 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่สวีเดนมีผู้หญิง 44 เปอร์เซ็นต์ในฝ่ายนิติบัญญัติ และตนก็หวังว่าก่อนตายจะได้เห็นนายกรัฐมนตรีที่เป็นผู้หญิง ซึ่งตระกูลของตนสร้างนักการเมืองหญิงในท้องถิ่นมาเยอะมาก

นายจุติ กล่าวว่า “ผมเป็นตัวของตัวเอง ใครจะมาบังคับให้ผมคิดอย่างไรไม่ได้ แต่ถ้าเกิดผิดก็ขออภัย”

นโยบายรัฐบาลให้ความสำคัญกับภาคสังคม พัฒนาเด็ก สตรีและเยาวชน ให้มีความพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 #จุติไกรฤกษ์#พม1300

โพสต์โดย จุติ ไกรฤกษ์ รมว.พัฒนาสังคมฯ เมื่อ วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2019