‘อนุทิน’ แนะประชาชน รับมือฝุ่น PM 2.5 งดออกกำลังกายกลางแจ้ง

ประเด็นน่าสนใจ

  • ”อนุทิน” ไม่หวงงบดูแลน้ำท่วม ย้ำ ต้องเร่งช่วยเหลือให้เร็วที่สุด
  • แนะ ประชาชน รับมือฝุ่น pm2.5 งดออกกำลังกายกลางแจ้ง
  • หากมีอาการตาแดง ระคายเคือง ไอบ่อย หายใจขัด ให้ไปพบแพทย์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงแนวทางดูแลประชาชน หลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย ว่า กระทรวงสาธารณสุข มีความพร้อมในการดูแลประชาชน ในช่วงน้ำท่วม ไปจนถึงช่วงน้ำลด เพราะเคยปฏิบัติงานทำนองนี้มาแล้ว ที่สำคัญคือทางกระทรวงสาธารณสุข ไม่หวงงบ ในกานดูแลพี่น้องประชาชน เราคิดเรื่องสุขภาพกาย และสุขภาพจิตมาเป็นอันดับแรก

ตอนนี้ เร่งซ่อมแซมสถานพยาบาล และส่งยา รวมไปถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ ลงพื้นที่ตลอด นอกจากนั้น ให้หน่วยดูแลสุขภาพจิตแบบเคลื่อนที่เร็ว หรือ Mcatt ลงพื้นที่เยียวยาจิตใจประชาชนแล้ว ได้รับรายงานว่ามีผู้ป่วย 22 รายที่มีอาการน่าเป็นห่วง ตอนนี้ เข้าไปดูแล และอาการดีขึ้นตามลำดับ ทางกระทรวงสาธารณสุขเดินหน้าเต็มที่ เพื่อให้สถานการณ์คืนสู่สภาวะปกติอย่างเร็วที่สุด ซึ่งเป็นคำสั่งจากท่านนายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาด้วย

นายอนุทิน ยังกล่าวถึง ปัญหาฝุ่น pm2.5 ในพื้นที่ภาคใต้ ว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้เร่งสำรองยา และหน้ากากอนามัยในพื้นที่ แต่ต้องยอมรับว่า ธรรมชาติมีพลังมากเหลือเกิน ต้องขอให้ประชาชน ดูแลสุขภาพของตัวเองควบคู่กับการรับข่าวสารจากทางภาครัฐ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุข จะเสริมเรื่องข้อมูลการรับมือกับปัญหาฝุ่น pm2.5 ผ่านสื่อทุกช่องทาง ทั้งนี้ หากมีอาการตาแดง ระคายเคือง ไอบ่อย หายใจขัด ให้ไปพบแพทย์ และงดออกกำลังกายกลางแจ้ง

ภาพประกอบเนื้อหา

เจ้าของบ้านแจงปมนาฬิกา ยันไม่มีใครมอมเหล้า ‘ลันลาเบล’

ประเด็นน่าสนใจ

  • คิว พรรณา เจ้าของบ้านปาร์ตี้ ยืนยันไม่มีใครมอมเหล้า ‘ลันลาเบล’
  • พร้อมปฏิเสธกรณีที่มีพริตตี้สาวชื่อ ‘น้องเดียร์’ ระบุว่ามาร่วมปาร์ตี้ด้วย และตื่นมาพบว่าถูกข่มขืน
  • นายชัยพล และนายนที ได้โชว์นาฬิกาข้อมือให้ดูเพื่อยืนยันว่าไม่ใช่นาฬิกาที่กำลังเป็นประเด็น

วานนี้ (22 ก.ย.62) ที่บ้านเลขที่ 100/291 หมู่บ้านพฤกษาริมคลอง 3 ซอย 9 หมู่ 5 ซอยวัดลาดปลาดุก ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี นายชัยพล หรือคิว พรรณา อายุ 29 ปี เจ้าของบ้าน และนายนที หรือตี๋ สถิตพงษ์สถาพร อายุ 33 ปี เปิดใจกับผู้สื่อข่าวพร้อมปฏิเสธ กรณีที่มีพริตตี้สาวชื่อ ‘น้องเดียร์’ ที่ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ได้มาร่วมงานในวันเดียวกันหลังจาก ‘ลันลาเบล’ ออกไป และตื่นมาพบว่าถูกข่มขืน รวมทั้งโชว์นาฬิกาที่ทั้งสองสวมใส่เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ

โดยนายนที หรือตี๋ สถิตพงษ์สถาพร อายุ 33 ปี กล่าวว่า จากกรณีที่มีพยานให้การว่าเคยถูกพามาค้าประเวณีและถูกข่มขืนที่บ้านหลังนี้ตนปฏิเสธว่าไม่มีเป็นไปไม่ได้ เพราะทุกคนที่มางานและดื่มเหล้า จะมีสภาพเหลือไปทำอะไรใครได้ ให้คิดดูแบบง่ายๆ ถ้าน้องเขาบอกว่าถูกข่มขืนจริงให้มาแจ้งความ มาคุยกันว่าโดนยังไง ที่ไหน บ้านหลังนี้เปิดสังสรรค์มานานแล้ว ถูกเพื่อนบ้านโจมตีร้องเรียนก็มี เราก็ปรับเปลี่ยนแก้ไขไป ประเด็นยาเสพติดยืนยันว่าไม่มีแน่นอน ทางเราให้ค้นบ้านหมดทุกที่ไม่พบอะไร ทุกคนตรวจร่างกายแล้วไม่พบสารเสพติด

ทั้งนี้ตนอยากบอกสังคมที่โจมตีเราว่ากลุ่มเรามีประมาณ 100 กว่าคนเป็นเพื่อนกัน และเพื่อนของเพื่อน เมื่อก่อนเราไปเที่ยว มีปัญหาเมาแล้วขับ ทะเลาะและตีกันบ้าง เราเลยจัดที่บ้านกินเหล้ากัน ใครอยากมาก็หิ้วเหล้ามา กับแกล้มมา ใครอยากได้น้องๆมาเอ็นเตอร์เทนก็จ้างมา โดยหารูปส่งมาให้เลือก

ปาร์ตี้ตั้งแต่เที่ยงยันตี 3 อยากได้สาวๆก็โทรเรียกเข้ามา

โดยน้องเบลเพิ่งมาครั้งแรกเราไม่ทราบว่าเขาชื่อดัง วันเกิดเหตุน้องเขาก็สนุกปกติ ไม่มีใครมอมเหล้า น้องจะกินแบบช็อตเพียวๆ เปิดบ้านตั้งแต่เที่ยงถึงตี 3 กินจนหลับและตื่นมากินใหม่ ซึ่งหลังบ้านนี้ไม่ได้เปิดให้เช่า แต่เปิดให้เพื่อนๆมากินกัน อยากได้สาวๆก็โทรให้เข้ามา สนุกสนานเล่นเกมส์บ้างปกติ

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า นายชัยพล และนายนที ได้โชว์นาฬิกาข้อมือให้ดูเพื่อยืนยันว่าไม่ใช่นาฬิกาที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้ พร้อมทั้งโชว์วิธีดื่มเหล้าแบบเพียวๆให้ผู้สื่อข่าวดูว่าการดื่มแบบนี้ไม่มีสภาพไปทำอะไรใครได้แน่นอน

นศ.ช่างยนต์พิการครึ่งท่อน โพสต์ขอโอกาสหาที่ฝึกงาน

ประเด็นน่าสนใจ

  • คนช่วยส่งต่อข้อความหนุ่มช่างยนต์ครึ่งท่อนประกาศหาที่ฝึกงาน
  • การฝึกงานของ นศ. คนดังกล่าวจะมีขึ้นในเดือน ต.ค. นี้

โลกออนไลน์ได้พากันส่งต่อภาพข้อความของหนุ่มนักศึกษาช่างยนต์รายหนึ่ง ที่ต้องการหาที่ฝึกงานตามอู่หรือศูนย์บริการซ่อม หลังจากที่ทางวิทยาลัยได้กำหนดให้มีการฝึกงานตามสาขาที่เรียนมาในช่วงเดือน ต.ค.นี้ แต่เขายังหาที่ฝึกงานไม่ได้

ซึ่งจะว่าไปการฝึกงานของศึกษาอาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรและเป็นเรื่อง่ายสำหรับบางคนด้วยซ้ำ หากแต่ไม่ใช่กับนักศึกษาหนุ่มรายนี้ที่มีลักษณะนี้พิเศษคือเขาพิการครึ่งท่อนล่าง

โดยเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านผู้ใช้เฟซบุ๊ก Chatree Konwatcharathada ที่ได้ระบุข้อความผ่านกลุ่ม “หางานเชียงใหม่” ว่า ตอนนี้เรียนช่างยนต์อยู่ เดือนตุลาคมนี้จะต้องไปฝึกงานตามอู่หรือศูนย์บริการซ่อม แต่ตนอาจจะไม่เหมือนช่างทั่ว ๆ ตรงที่ว่ามีเเค่ครึ่งท่อน ไม่ทราบว่าพอจะมีอู่หรือศูนย์บริการซ่อมที่ไหนรับฝึกงานบ้าง โดยขอเป็นอู่ซ่อมมอเตอร์ไซค์

ทั้งนี้เมื่อภาพและข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนส่งต่อและเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้ศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมรถได้รับทราบ จะได้ให้โอกาสนักศึกษาหนุ่มรายนี้เข้าไปฝึกงานแม้ว่าเขาจะร่างกายไม่พร้อม แต่เชื่อว่าหัวใจแกร่งเกินร้อย พร้อมลุยทำงานไม่แพ้คนปกติแน่นอน

ขณะเดียวกันก็มีคนเข้าไปให้กำลังใจ หนุ่มคนดังกล่าวให้อย่าท้อ เพราะเชื่อว่าความตั้งใจแบบนี้ต้องมีคนเห็นค่าแน่นอน พร้อมยกเป็นบุคคลสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนที่ท้อชีวิตดูไว้เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตต่อไป