เริ่มแล้ว ลงทะเบียน ชิมช้อปใช้ รับ 1,000 บาท วันแรก

ประเด็นน่าสนใจ

  • ชิมช้อปใช้ เปิดให้ลงทะเบียนรับ 1,000 บาทแล้ว
  • การลงทะเบียนใช้สิทธิ์เริ่ม 23 กันยายน – 15 พฤศจิกายน 2562
  • จำกัด 1 ล้านคนต่อวัน จนครบ 10ล้านคนตามที่ระบุไว้ในโครงการ

จากกรณีที่กระทรวงการคลัง ได้เปิดให้ลงทะเบียน รับเงิน 1,000 บาท ตามมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ “ชิมช้อปใช้” นั้น ขณะนี้มาตรการดังกล่าวได้เปิดให้ลงทะเบียนเป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันนี้ 23 ก.ย. โดย ช่วงเวลา 24.00 น. เว็บไซต์ www.ชิมช้อปใช้.com ไม่สามารถใช้งานได้ โดยมีข้อความระบุ ไม่พบเว็บไซต์นี้เกิดขึ้น

แต่พอเปิดเข้าใช้งานตั้งแต่เวลา 07.00 น.ที่ผ่านมา ก็พบว่าเว็บไซต์ดังกล่าวเข้าใช้งานได้ จะมีช้าบ้างบางช่วง แต่ไม่ได้กระทบอะไร

ทั้งนี้การลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิดังกล่าวผ่านเว็บไซต์ www.ชิมช้อปใช้.com เริ่มตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน – 15 พฤศจิกายน 2562 โดยรับลงทะเบียน 1 ล้านคนต่อวัน ต่อเนื่องทุกวันจนกว่าจะครบ 10 ล้านคน โดยมีเงื่อนไขและวิธีการรับสิทธิ คือ

  1. เป็นบุคคลสัญชาติไทย มีบัตรประจำตัวประชาชน และอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน มีโทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟนที่สามารถเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ต และมี E-mail ของตัวเอง
  2. ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ชิมช้อปใช้.com ด้วยเบอร์โทรศัพท์และหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน และต้องเลือก 1 จังหวัดที่จะเดินทางไปท่องเที่ยว โดยเป็นจังหวัดใดก็ได้ที่ไม่ซ้ำกับที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน
  3. ผู้ที่ลงทะเบียนได้แล้ว รอรับ SMS หรือ E-mail ผลการลงทะเบียนรับสิทธิภายใน 3 วันทำการ
  4. จากนั้นดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน เป๋าตัง เพื่อใช้สิทธิผ่าน G-Wallet โดยไม่จำเป็นต้องมีบัญชีธนาคารกรุงไทย และเมื่อลงทะเบียนสำเร็จก็จะได้รับเงิน 1,000 บาท (G-Wallet 1) โดยไม่ได้รับเป็นเงินสด แต่เป็นจำนวนเงินที่จะสามารถใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันเท่านั้น

    โดยเมื่อได้รับสิทธิแล้วจะต้องเดินทางไปเที่ยวในจังหวัดที่ลงทะเบียนไว้ ภายใน 14 วัน หลังได้รับ SMS (หากเกินเวลาเงินจะถูกดึงกลับ) และหากมีการเริ่มใช้สิทธิแล้วจะสามารถใช้วงเงิน 1,000 บาท ต่อไปได้จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2562

  5. นอกจากการรับเงิน 1,000 บาท (G-Wallet 1) แล้ว ผู้ที่ลงทะเบียนยังสามารถรับเงินคืน (Cash Back) ได้อีกด้วย โดยหากมีการเติมเงินส่วนตัวเพื่อใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันเพิ่มเติม (G-Wallet 2) รัฐบาลจะชดเชยเงินคืนให้เป็นจำนวนเท่ากับ 15 เปอร์เซ็นต์ ของยอดชำระเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 4,500 บาทต่อคน

    เช่น หากใช้จ่ายเพิ่ม 1,000 บาท จะได้รับเงินคืน 150 บาท หากใช้จ่ายเพิ่ม 1,500 บาท จะได้รับเงินคืน 225 บาท และหากใช้จ่ายเพิ่ม 30,000 บาท จะได้รับเงินคืน 4,500 บาท เป็นต้น

สำหรับประชานชนท่านใดหากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถามและขอคำแนะนำได้ด้วยตนเองในวัน เวลา ราชการ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ call center กรมบัญชีกลาง 02 270 6400 กด 7

นาทีน้ำป่าไหลทะลัก ผ่านศาลาวัดถ้ำมงคล ที่ลพบุรี

ประเด็นน่าสนใจ

  • ฝนตกหนักใน พื้นที่ จ.ลพบุรี ส่งผลทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง
  • โชคดีที่เหตุการณ์นี้ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
  • จนท.ต้องเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้วเช่นกัน

เพจ SSBN – Thailand ได้มีการเผยแพร่คลิประทึก นาทีน้ำป่าได้ไหลหลากจากภูเขาสูงในพื้นที่ ทะลักผ่านศาลาการเปรียญ ภายในวัดถ้ำมงคล หรือ วัดเขาจีนแล หมู่ 6 ตำบลนิคมสร้างตนเอง อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี หลังจากบริเวณดังกล่าวได้เกิดมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ส่งผลทำให้ข้าวของจำนวนมากถูกน้ำพัดพาหายไปในพริบตา

โดยคลิปได้เผยให้เห็นว่ามวลน้ำดังกล่าวได้ไหลเฉี่ยวและแรงมา พุ่งผ่านศาลาการเปรียญ และทางเดินขึ้นวัดที่มีพญานาคเลื้อยเป็นราวบันไดไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เจ้าหน้าที่เร่งระดมกำลังกันเข้าช่วยเหลือพระ และแม่ชีที่จำวัดเป็นจำนวนมาก เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด

ทั้งนี้หลังจากคลิปดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปทำให้มีคนส่งต่อและเข้าไปแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างรู้สึกตกใจกับภาพที่เกิดขึ้น พร้อมภาวนาให้ทุกคนปลอดภัยจากเหตุที่เกิดขึ้น หลังจากพบว่ามวลน้ำดังกล่าวได้ทะลักท่วมบ้านเรือนประชาชน จนต้องอพยพข้าวของหนีน้ำกันเป็นการด่วนด้วย

โรงงานแจงดราม่า ภาพ พนง. กอดกันหลังถูกปลด

ประเด็นน่าสนใจ

  • การปลดพนง. คือการปรับลดเจ้าหน้าที่ที่ไม่ผ่านการทดลองงาน
  • ยืนยันไม่ส่งผลกับพนักงนประจำ
  • ปธ.ชมรมผู้ประกอบการนิคมสินสาคร แนะเช็คข่าวให้ชัวร์ก่อนแชร์

จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังปรากกภาพกลุ่มพนักงานโรงงานกลุ่มหนึ่งสวมกอดกันร้องไห้ หลังเจ้าของกิจการมีคำสั่งปลดออกจากหน้าที่

โดยเหตุเกิดขึ้นที่โรงงานแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรม สมุทราสาคร ก่อนที่เวลาต่อมาเพจ หนุ่มสาวชาวโรงงาน ได้มีการโพสต์ข้อความทำนองว่า ขนาดเอเพ๊กโรงงานใหญ่ ก็ยังไม่รอดเลิกจ้าง เศษฐกิจช่วงนี้ไม่ค่อยดี นั้น

ล่าสุดบริษัท เอเพ็กซ์ เซอร์คิต (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานที่ถูกพาดพิงถึงได้มีข้อความชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นผ่านคอมเม้นท์ของเพจดังกล่าวข้างต้น โดยระบุว่า ภาพการปลดพนักงานดังกล่าวเป็นการปรับลดกำลังพลพนักงานเข้าใหม่ที่ยังไม่ผ่านทดลองงานในการผลิตลง (มิใช้การปลดหรือจ้างพนักงานเก่าออกตามความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน) แต่อย่างใด

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกกำลังใจทุกการติดตามต่างๆ จากชุมชนรอบข้าง จากชาวมหาชัยสมุทรสาคร จากเพจเฟสบุคต่าง ๆ และพนักงานทุกท่าน เราขอพื้นที่เล็กๆ ได้ชี้แจงว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโซเซียลมีเดีย ทางบริษัทเองได้ต่อสู้ และมีมาตราการต่างๆ มาเป็นระยะเวลา 3-4 เดือน และไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด

แต่ด้วยในเรื่องของสภาวะเศรษฐกิจโลก ส่งผลกระทบโดยตรงกับลูกค้าของบริษัท ซึ่งทางบริษัทเองไม่สามารถหลบเลี่ยงปัญหาเหล่านี้ได้เลย จึงทำให้บริษัทต้องจำเป็นที่ต้องมีการปรับลดกำลังพลพนักงานเข้าใหม่ที่ยังไม่ผ่านทดลองงานในการผลิตลง (มิใช้การปลดหรือจ้างพนักงานเก่าออกตามความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน)

บริษัทและทีมผู้บริหารทุกระดับชั้นเอง ก็จะพยายามฟันฝ่าร่วมกันทำงานกับพนักงานเก่าให้ผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน และเมื่อใดที่เศรษฐกิจของบริษัทฟื้นตัวกลับขึ้นมา น้องๆ พนักงานใหม่กลุ่มนี้จะได้กลับเข้ามาทำงานกับเราเป็นคนแรกในโครงการ Book fore ของเรา

ขอขอบคุณทุกกำลังใจ ไว้ ณ ที่นี้ด้วย

นอกจากนี้ ‎เพจ ข่าวสารสมุทรสาคร Samut Sakhon News‎ ถึง ข่าวสารสมุทรสาคร (Samut Sakhon News) ก็ได้โพสต์ข่าวประชาสัมพันธ์ จาก นายชาธิป ตั้งกุลไพศาล ปธ.ชมรมผู้ประกอบการนิคมสินสาคร ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยว่า การปลดพนักงานทดลองงานของบริษัท เอเพ็กซ์ เซอร์คิต (ไทยแลนด์) จำกัด ครั้งนี้เป็นเพียงการปลดบางส่วนเท่านั้น และไม่ส่งผลกระทบต่อพนักงานประจำแต่อย่างใด

ทั้งนี้ฝากประชาสัมพันธ์ด้วยว่า หากจะมีการส่งต่อข่าวลักษณะนี้ ควรตรวจสอบให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน เพื่อเป็นการป้องกันความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัทหรือโรงงานที่ถูกอ้างได้