จากใจ ชูวิทย์ ในคดี ลัลลาเบล พริ๊ตตี้สาวเสียชีวิต

ประเด็นน่าสนใจ

  • ชูวิทย์ เปรียบ ลัลลาเบล คือ เหยื่อรายหนึ่งในขบวนการธุรกิจเพศพาณิชย์
  • เพศพาณิชย์ในไทยเป็นธุรกิจสีเทาที่สร้างมูลค่ามากกว่ายาเสพติดแต่ยังไม่มีการปราบปรามจริงจัง

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความแสดงความเห็นถึงคดีดัง น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ หรือ ลัลลาเบล พริตตี้สาวที่เสียชีวิตปริศนา หลังไปรับงานเอนเตอร์เทน ดูแลปาร์ตี้ในบ้านหลังหนึ่งย่านบางบัวทอง ก่อนที่เวลาต่อมาเธอจะเสียชีวิตนั้น ว่า ลัลลาเบล เหยื่อสุดท้าย ปลายวงจรห่วงโซ่อาหาร (ผู้ชาย)

พริตตี้อย่างลัลลาเบล ที่เป็นข่าวดัง คือ อาชีพหนึ่งที่ต้องมีคุณสมบัติสำคัญคือ “ความสวย” หากไม่สวย หุ่นไม่ดี ทำอาชีพนี้ไม่ได้

แรกเริ่มเดิมที พริตตี้อยู่ในงานมอเตอร์โชว์ งานแสดงสินค้า เป็นงานพาร์ทไทม์เสริมรายได้ให้บรรดานักศึกษาต่อมา ความสวยอย่างเดียวไม่พียงพอ ต้องเซ็กส์ซี่ โชว์หุ่นให้เย้ายวนชวนมองเพิ่มขึ้น จนมีคนชวนไปดูแลผู้ใหญ่ แค่กินข้าว นั่งคุย ให้ผู้ชายขี้เหงา (แต่มีเงิน)

ต้องขอโทษพริตตี้ที่มีอุดมการณ์ ไม่รับงานแบบนี้ก็มีมาก แต่ด้วยการแข่งขันของวงการพริตตี้ เลยมีทั้ง “พริตตี้แท้” และ “พริตตี้เก๊” ที่อยากเดินทางลัดเข้าสู่วงจร “ธุรกิจเพศพาณิชย์” ผ่าน “เอเย่นต์” ที่ตั้งกลุ่ม Line หากินกับบรรดา “ลูกเสี่ย” และ “เสี่ยน้อยเสี่ยใหญ่” ที่ปรารถนาจะชื่นชมพริตตี้เป็นการส่วนตัว

ถือเป็นธุรกิจเพศพาณิชย์ที่เอเย่นต์มีรายได้หักหัวคิว ส่วนพริตตี้ได้ค่าตัว

หากเป็น “ลูกเสี่ย” ก็จัดปาร์ตี้กินเหล้า และอัพยาตามสูตร ของแบบนี้พริตตี้จะไปห้ามเจ้าของงานได้อย่างไร? เขาเป็นคนจ่ายเงิน เวลาพริตตี้ได้งานไปเอนเตอร์เทนทำนองนี้ก็มีทั้งอัพด้วย กับที่ไม่อัพ

พัฒนาการของพริตตี้ยังไม่หยุด ลามไปถึงพริตตี้ที่ “เอนเตอร์เทน + วีไอพี” อย่างนี้คือไม่พ้นเรื่องบนเตียง ซึ่งมีราคาตั้งแต่ 10,000 – 100,000 บาท แล้วแต่รูปร่าง หน้าตา โปรไฟล์ และคุณสมบัติ หญิงสาวทุกวงการอาจเคยเป็น “พริตตี้ชั่วคืน” ของชายคนใดคนหนึ่ง

พริตตี้มักมี “ชื่อจัดตั้ง” ในวงการ ใช้เรียกขานโดยผ่าน Line ส่งรูป สัดส่วน คุณสมบัติ และราคาค่าตัว ของพรรค์นี้ใครทำใครไม่ทำยากที่จะหยั่งรู้ พริตตี้บางคนบอกไม่ทำ แต่ไปเจอของจริง เงินถึง ก็หยวนๆ

ธุรกิจเพศพาณิชย์ในประเทศไทยจึงขยายใหญ่โตเกินกว่าใครจะคาดคิด เป็นธุรกิจสีเทาที่สร้างมูลค่าถึงขนาดมีนักวิชาการทำสถิติว่ามีเม็ดเงินมากกว่าธุรกิจยาเสพติด

ลัลลาเบล คือ “เหยื่อ” รายหนึ่งในขบวนการธุรกิจเพศพาณิชย์ ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องมากมาย เป็นหนึ่งในห่วงโซ่อาหารสุดท้ายของผู้ที่หาประโยชน์ทั้งจากเรือนร่าง ความสวย ที่ถือเป็นอาหารอันโอชะ

ผมในฐานะที่รู้เรื่องราวประเภทนี้ดี เปรียบเสมือนองคุลีมาล จะไปห้ามใครคงไม่ได้ บอกใครก็คงไม่ฟังแต่สำหรับไอ้พวกที่ไปหากิน เงินไม่ถึง จึงใช้อุบายทั้งมอมเหล้า มอมยา ทำให้พริตตี้เอนเตอร์เทน กลายเป็นพริตตี้วีไอพีโดยไม่ยินยอม คนประเภทนี้มันเลวชาติ สัตว์นรกส่งมาเกิด

ไม่ต่างกับพวกที่เอาเด็กหญิงอายุ 12-13 ปี มาขายตัว แถมทำอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร แล้วดันมีคนในวงการกฎหมายชื่อย่อ “ว” กระซิบอีกนิด ที่กำลังจะไปทำงานใหญ่โตอยู่แถวถนนแจ้งวัฒนะ ดันไปช่วยสนับสนุนให้รอดคดี

หากจ่ายเงินจ่ายทองใช้บริการธุรกิจเพศพาณิชย์ เพราะอยากหาความสุขชั่วครั้งชั่วคราว ผมจะไปว่ากระไรได้ เพราะเป็นผู้ชายทั้งแท่ง

แต่ลองถามใจตัวเองดู มีตำแหน่งใหญ่โตขนาดนี้แล้วไปช่วยสร้างเครือข่าย กลายเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการธุรกิจ “เพศสถุน” ที่ทำได้ถึงขนาดเอาเด็ก 12-13 ปี มาค้าบริการทางเพศที่ “วิคตอเรีย”

มรดกบาปจะตกไปถึงลูกถึงหลาน

กสอ. ชมหมู่บ้านต้นแบบ CIV เกาะเกร็ด อัญมณีริมน้ำเจ้าพระยา

ประเด็นน่าสนใจ

  • ต้นแบบหมู่บ้าน CIV คือ โครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เชื่อมโยงการท่องเที่ยว
  • เกาะเกร็ด เป็น 1 ใน 9 ชุมชน ที่อยู่ในการดำเนินการ
  • CIV ไม่เน้นจำนวนหมู่บาน แต่เน้นความยั่งยืนและการทำให้ชุมชนมีรายได้

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) นำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่เยี่ยมชมความสำเร็จต้นแบบหมู่บ้าน CIV เกาะเกร็ด จ.นนทบุรี สัมผัสวิถีชุมชนมอญ อัตลักษณ์ท้องถิ่น อัญมณีริมฝั่งน้ำเจ้าพระยา ปลื้มนักท่องเที่ยวเพิ่มร้อยละ 70 พร้อมพัฒนาต่อยอดสร้างมาตรฐาน​ ท่องเที่ยวโฮมสเตย์ จัดแพคเกจกระจายรายได้ให้ชุมชน

นายจารุพันธุ์ จารโยภาส รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก (Local Economy) ที่ให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ซึ่งมีประมาณ 3 ล้านรายทั่วประเทศ

โดยหนึ่งในโครงการที่ กสอ. ได้ดำเนินการ คือโครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industry Village: CIV) หรือ “หมู่บ้าน CIV” ซึ่งเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมชุมชนเชื่อมโยงการท่องเที่ยว

โดยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล​ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ รวมทั้งการส่งเสริมการตลาดออนไลน์และการเชื่อมโยงการตลาด​ ผ่าน Digital Platform โดยดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 แล้ว สำหรับชุมชนเกาะเกร็ด เป็น 1 ใน 9 ชุมชน

โดยพื้นที่นำร่องต้นแบบหมู่บ้าน CIV ระยะแรกที่มีความพร้อม ทั้งด้านศักยภาพ มีสภาพภูมิประเทศที่ดี มีทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว อยู่ในเส้นทางการท่องเที่ยวและการคมนาคมสะดวก นอกจากนี้ ยังมีประเพณีวัฒนธรรมที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์

มีการประกอบการชีพ วิถีชีวิตและภูมิปัญญาที่คนภายนอกสามารถเข้าไปเรียนรู้กับคนในชุมชนได้ และมีการบริหารจัดการที่ดี “เดิมมีนักท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะเกร็ดร้อยละ 40

แต่เมื่อ กสอ. ได้เข้ามาดำเนินโครงการหมู่บ้าน CIV พบว่านักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 70 ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน และเพื่อให้การท่องเที่ยว​เกาะเกร็ดมีความน่าสนใจมากขึ้น จึงมีการจัดระบบการท่องเที่ยวใหม่ เช่น การกำหนดปฏิทินการท่องเที่ยว

โครงการนี้ไม่เน้นจำนวนหมู่บ้าน แต่ความยั่งยืนและการทำให้ชุมชนมีรายได้

ทั้งนี้การทำแพ็คเกจท่องเที่ยว 2 วัน 1 คืน รวมถึงการสร้างกิจกรรมของชุมชน โดยเฉพาะการแสดงที่เน้นชูอัตลักษณ์​ ชาวมอญ ซึ่งเกาะเกร็ดมีคนไทยเชื้อสายมอญอยู่มากถึงร้อยละ 40 อีกร้อยละ 15 เป็นชาวไทยมุสลิม

นอกจากนี้ ยังมีการส่งเสริมให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่ เช่น พัฒนาเด็กและเยาวชนให้เป็นมัคคุเทศก์น้อย นำนักท่องเที่ยวเที่ยวชมในพื้นที่ ส่วนผู้สูงอายุ นำมาอบรม พัฒนาความรู้ เพื่อสร้างสรรค์​ และพัฒนาสินค้าหรือกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวสนใจเป็นเสน่ห์ของชุมชน

ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวขึ้นเป็นร้อยละ 90 แน่นอน พร้อมยืนยันว่า กสอ. จะยังคงเป็นพี่เลี้ยงในการประคับประคองชุมชนเกาะเกร็ด​ ให้ก้าวต่อไปในเรื่องที่ต้องพัฒนา เพราะต้นทุนของที่นี่มีแล้วหากปล่อยทิ้งไปไม่พัฒนาจะทำให้เสียหาย กลายเป็นว่าทำแค่เสร็จแต่ไม่เคยสำเร็จ

ซึ่งนโยบายของ กสอ. ในการทำโครงการหมู่บ้าน CIV เราไม่เน้นจำนวนหมู่บ้าน แต่เน้นความยั่งยืนและการทำให้ชุมชนมีรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดี

แกร็บแถลง คนขับลวงขืนใจเด็กสาว ม.5 พร้อมให้ความร่วมมือเอาผิด

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดเหตุสาว ม.5 ถูกคนขับแกร็บล่วงละเมิดทางเพศ
  • เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ จ.อุดรธานี
  • แกร็บประเทศไทยทราบเรื่องแล้ว ลั่นลงโทษขั้นเด็ดขาด พร้อมช่วยเหยื่อดำเนินคดีถึงที่สุด

จากเหตุการณ์สดเศร้า เด็กสาว ม.5 ถูกคนขับแกร็บลวงข่มขืน หลังเรียกให้ไปรับจากการที่เธอมีอาการเมามาย ระหว่างไปปาร์ตี้กับเพื่อน แต่ระหว่างทางคนขับกลับพาเข้านที่เปลี่ยว ก่อนจะลงมือข่มขืนผู้โดยสารสาวจนสำเร็จความใคร่ แถมยังรับค่าโดยสารจากเหยื่อด้วย โดยเหตุเกิดขึ้นที่ จ.อุดรธานี นั้น

จากเรื่องที่เกิดขึ้น ทาง แกร็บ (ประเทศไทย) ได้ออกแถลงการณ์ ว่า ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์เกิดขึ้น และพร้อมให้ความร่วมมือผู้เสียหายดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด โดยระบุว่า

บริษัทฯ ได้รับทราบข้อมูลดังกล่าวแล้วและรู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งทำการติดต่อไปยังผู้โดยสารคนดังกลาวในทันที เพื่อพูดคุยปลอบขวัญและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมกับแนะนำให้ผู้โดยสารเข้าแจ้งความและตรวจร่างกาย

ในขณะเดียวกันบริษัทฯ ได้ทำการระงับสัญญาของพาร์ทเนอร์ของผู้ขับขี่ที่ก่อเหตุดังกล่าวเป็นการถาวร เพื่อให้ไม่สามารถให้บริการผ่านแพลตฟอร์มของแกร็บได้อีกต่อไป ซึ่งถือเป็นการลงโทษขั้นสูงสุดเนื่องจากได้ทำผิดกฎและข้อบังคับที่ร้ายแรง

โดยทาง แกร็บ พร้อมที่จะให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมและสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเป็นประโยชน์ในการสืบสวนข้อเท็จจริงต่อไป

ทั้งนี้ยืนยันว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความปลอดภัยของทุกการเดินทางบนแพลตฟอร์มของแกร็บ โดยมุ่งมั่นมาโดยตลอดคือการป้องกันและลดอัตราการเกิดอุบัติภัยบนท้องถนน รวมถึงอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางให้กลายเป็นศูนย์

โดยนอกเหนือจากการลงทุนในด้นเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงแล้วแกร็บยังมีระบบและมาตรการต่างๆ เพื่อรองรับการให้บริการด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล อาทิ ฟิเจอร์ค้นความปลอดภัย เช่น

ปุ่มขอความช่วยเหลือเพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทันทีในกรณีฉุกเฉิน, การมีศูนย์บริการลูกค้าเพื่อรับข้อร้องเรียน ตลอด 24 ชั่วโมง, การทำประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลที่คุ้มครอง ทั้งผู้โดยสารและพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่ในทุกการเดินทาง

รวมไปถึงการคัดกรองและตรวจสอบประวัติอาชญากรรมย้อนหลังของพาร์ทเนอร์ผู้ขับขี่อย่างเข้มงวด ก่อนให้บริการบนแพลตฟอร์มแกร็บ พร้อมระงับสัญญาณการให้บริการทันที่เมื่อพบการกระทำผิดทางอาญา เป็นต้น