ประมวลภาพ กลุ่ม Trash Hero ลุยเก็บขยะ เนื่องในวัน เวิลด์ คลีนอัพ เดย์

ประเด็นน่าสนใจ

  • 21 ก.ย. เป็นวัน เวิลด์ คลีนอัพ เดย์
  • กลุ่ม Trash Hero จึงจัดกิจกรรมเก็บขยะจำพวกพลาสติก
  • การลดขยะพลาสติกสามารถทำได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฟติกรรมด้วยการใช้ถุงผ้า ปฏิเสธถุงพลาสติก

กลุ่ม Trash Hero จัดกิจกรรมเก็บขยะ พร้อมกันทั้วประเทศ เนื่องในวัน “ World Clean Up Day ” ( เวิลด์ คลีนอัพ เดย์ ) ซึ่งกิจกรรมนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน 130 ประเทศด้วยกัน

ในปีนี้ ได้มีองค์กรต่างๆ ส่งตัวแทนเข้าร่วมจัดกิจ อาทิ เช่น โรงแรม ร้านค้า สถานทูต หน่วยงานรัฐ บริษัทต่างๆ และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อที่จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับสังคม

โดยมีนักศึกษาจากมหาลัยมหิดล มาร่วมกิจกรรมและบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับขยะมูลฝอย เพื่อศึกษาผลกระทบของขยะมูลฝอยที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ต่อต้านการใช้พลาสติกในประเทศไทย

เพราะในปัจจุบันนี้ขยะมูลฝอยมีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและระบบนิเวศในน้ำ ซึ่งคุณ เวยน์ ฟิลลิปส์ อาจารย์วิชานิเวศวิทยาจากมหาลัยวิทยาลัยมหิดล ได้ทำวิจัย เกี่ยวกับขยะอยู่ที่เกาะช้าง

ทั้งนี้ นักศึกษาจากมหาลัยมหิดล พร้อมตัวแทนจากองค์กรต่างๆได้ลงพื้นที่เดินเก็บขยะมูลฝอย บริเวณปากคลองตลาด และพื้นที่ใกล้เคียง หลังจากนั้นได้ทำการคัดแยกประเภทและขนาดของขยะ

เช่น ขวดน้ำ ฝาขวดน้ำ กล่องโฟม กล่องใส่อาหาร และ ถุงพลาสติก เพื่อส่งต่อให้องค์กรของ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เก็บได้นำกลับไปรีไซเคิล เป็นต้น

ทั้งนี้จากการสอบถามน้องนิสา อะฮีร์ อายุ 21 ปี ลูกครึ่งไทยอินเดีย ที่กำลังศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยมหิดลนานาชาติ คณะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ถึงเหตุผลที่มาร่วมกิจกรรมครั้งนี้่ว่า ตนเองมีเพื่อนต่างชาติเยอะเลยในมหาวิทยาลัย เขาบอกว่าเขาชอบทุกอย่าง แต่อย่างเดียวที่ทำให้เขาติดขัด คืออากาศร้อนกับขยะของที่นี้

วันนี้ก็เลยมีเพื่อนๆ ต่างชาติมาร่วมเก็บด้วย ซึ่งขยะที่เก็บมาได้มีเยอะแยกมากมาย แล้วพอเก็บมารู้สึกดีมาก แต่ในใจลึกๆ ก็รู้ว่าเดี๋ยวหลังเดือนหนึง หรืออาทิตย์หนึ่ง ก็จะมีขยะพวกนี้เหมือนเดิม เพราะซึ่งกลุ่มตนเองออกมาเก็บทุกอาทิตย์ไม่ได้

ดังนั้นจึงอยากฝากไปถึงทุกคนด้วยว่า ขยะพลาสติก สามารถลดลงได้หากทุกคนร่วมมือร่วมใจกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่นการพกถุงผ้า หรือปฏิเสธไม่เอาถุงพลาสติก ไม่เอาหลอดในการไปร้านสะดวกซื้อและนำที่มีอยู่ในบ้านออกมาใช้แทน เท่านี้ก็ถือเป็นการลดขยะจำพวกนี้ลงได้ส่วนหนึ่งแล้ว เพราะพลาสติกไม่ใช่แค่ทำลายสิ่งแวดล้อมแต่กระทบถึงสัตว์ชนิดต่างๆ ที่อาศัยอยู่บนโลกนี้ด้วย

มันคือพวกคุณที่ช่วยพวกเราได้ คือไม่จำเป็นต้องทำอะไรมากมาย คือเห็นขยะก็เก็บได้ หรืองดการใช้พลาสติก อย่างเช่นเอากระเป๋าผ้า เวลาไปร้านสะดวกซื้อ บอกเขาไม่เอาหลอด ไม่เอาช้อน คือแค่เอาของในบ้านมาใช้ก็จะช่วยได้เยอะ พวกเราคงไม่จำเป็นต้องมาเก็บอย่างนี้ตลอด

พลาสติก ไม่ใช่ทำลายแค่พวกเรา แต่สัตว์ที่เขาพูดไม่เป็นเขาต้องการแค่บ้านอยู่ที่สบายๆ ก็พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย เพราะเขาไม่รู้ด้วยว่าในพลาสติกมันมีสารอันหนึ่ง ที่ทำให้สัตว์ที่อยู่ในเเม่น้ำ ไม่สามารถรู้ได้ว่ามันคืออาหารหรือมันคือพลาสติก

เขาก็จะกินลงไป มันก็จะทำให้พวกเขาเสียชีวิต ซึ่งเขาไม่ได้ผิดเพราะสัตว์ไม่ได้ใช่พลาสติก มันคือพวกเรา แล้วทำไมพวกเขาต้องโดน

น้องนิสา

นิสา อะฮีร์

เพจดังจับพิรุธ มือชายโผล่คลิปลัลลาเบลเมาไม่ได้สติ แต่อาจไม่ใช่มือ ‘น้ำอุ่น’

ประเด็นน่าสนใจ

  • เพจดังตั้งข้อสงสัยใหม่ กรณีการตายของลัลลาเบล พริตตี้สาวชื่อดัง
  • มีคลิปมือชายคนหนึ่งกำลังลูบหน้า ลัลลาเบล ซึ่งก่อนหน้านี้หลายคนเข้าใจว่าเป็นมือของน้ำอุ่น
  • มีหลักฐานใหม่ว่า มือที่ปรากฎในคลิปอาจไม่ใช่มือน้ำอุ่น

จากกรณี น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ หรือ ‘น้องลัลลาเบล’ อายุ 25 ปี พริตตี้สาวชื่อดัง ได้เสียชีวิตกะทันหัน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัว ‘น้ำอุ่น’ พริตตี้บอย ที่พา ‘น้องลัลลาเบล’ขึ้นคอนโดแห่งหนึ่ง ย่านรัชดา-ราชพฤกษ์ และเป็นคนนำร่างของผู้ตายไปไว้ที่โซฟาล็อบบี้ของคอนโด โดยน้ำอุ่นได้มีการโพสต์ภาพ และคลิปของลัลลาเบลขณะมีอาการมึนเมาเอาไว้หลายโพสต์ ซึ่งภายหลังมีการลบโพสต์ดังกล่าวออกไป

ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก ‘บิ๊กเกรียน’ ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความเกี่ยวกับการตายปริศนาของ ลัลลาเบล พร้อมหยิบยกประเด็นที่ชาวโซเชียลสงสัย เนื่องจากในคลิปที่น้ำอุ่นได้เคยโพสต์ไว้ในเฟซบุ๊กก่อนจะลบทิ้งไป แสดงให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่มีชายคนหนึ่ง ใช้มือลูบหน้าลัลลาเบลในขณะที่มีอาการมึนเมาไม่ได้สติ

นอกจากนี้จากคลิปดังกล่าว มีชาวเน็ตตาดีจับจุดสังเกตไปที่นาฬิกาข้อมือของชายที่กำลังลูบหน้าผู้ตาย ซึ่งใส่นาฬิกาแตกต่างจากนาฬิกาของน้ำอุ่นที่สวมใส่ข้อมือซ้ายสีดำ โดยมีการนำภายมาเปรียบเทียบว่าเป็นนาฬิกาคนละเรือนกันพร้อมนำภาพรุ่นนาฬิกามาประกอบเป็นข้อมูลด้วย ซึ่งมีการตั้งข้อสงสัยต่อไปว่า ในคดีนี้มีบุคคลอื่นเกี่ยวข้อด้วยหรือไม่

ขอบคุณเพจ บิ๊กเกรียน

เปิดให้ท่องเที่ยวดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นรอบเกาะจาน-เกาะท้ายทรีย์

ประเด็นน่าสนใจ

  • อุทยานแห่งชาติหาดวนกร จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดการท่องเที่ยวดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นรอบเกาะจาน และเกาะท้ายทรีย์
  • ก่อนหน้านี้มีการปิดพื้นที่เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศช่วงปรากฏการณ์น้ำทะเลลดต่ำนานกว่า 4 เดือน

นายพีรวัฒิ สิโรตม์พิพัฒ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดวนกร อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า จากการที่อุทยานแห่งชาติหาดวนกร ได้ประกาศปิดการท่องเที่ยวดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นรอบเกาะจาน และเกาะท้ายทรีย์ ชั่วคราวตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อป้องกันความเสียหายที่มีต่อแนวปะการังในช่วงการเกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลลดต่ำในเวลากลางวัน จนทำให้มีปะการังบางส่วนโผล่พ้นผิวน้ำ รวมทั้งให้ระบบนิเวศได้ฟื้นฟู

ขณะนี้พบว่าระดับน้ำทะเลกลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้ว จึงได้ออกประกาศแจ้งเปิดการท่องเที่ยว โดยปัจจุบันกิจกรรมดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นที่บริเวณเกาะจาน และเกาะท้ายทรีย์ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากนักท่องเที่ยว เนื่องจากเป็นแหล่งดำน้ำดูปะการังที่สวยงามและอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเพียง 4 ชั่วโมงเท่านั้น และใช้เวลาเดินทางไปกลับจากชายฝั่งด้วยสปีดโบ๊ทถึงเกาะ ระยะทาง 7 กิโลเมตรเพียง 20 นาที ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 08-1944-9956 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ของทุกวัน

ที่มา สวท.ประจวบคีรีขันธ์