เปิดโพสต์ ‘อัยยา’ แฟนสาวของ ‘น้ำอุ่น’ หลัง ‘ลัลลาเบล’ เสียชีวิต

ประเด็นน่าสนใจ

  • น้ำอุ่นตกเป็นผู้ต้องสงสัยเนื่องจากอยู่กับลัลลาเบล พริตตี้สาวที่เสียชีวิตบนโซฟาล็อบบี้ของคอนโดแห่งหนึ่งย่านราชพฤกษ์
  • ก่อนหน้าที่ผู้ตายจะถูกพบเสียชีวิต นายน้ำอุ่นได้มีการโพสต์ภาพผู้ตายขณะอยู่ในอาการมึนเมา โดยมีกล่าวถึงชื่อ อัยยา
  • อัยยาเป็นแฟนของนายน้ำอุ่น ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการเสียชีวิตของลัลลาเบล

จากกรณี น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ หรือ ‘น้องลัลลาเบล’ พริตตี้สาวชื่อดังวัย 25 ปี ได้เสียชีวิตกะทันหัน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวนายรัชเดช วงศ์ทะบุตรหรือ ‘น้ำอุ่น’ พริตตี้บอย ที่พา ‘น้องลัลลาเบล’ขึ้นคอนโด ย่านรัชดา-ราชพฤกษ์ และพบหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด ชี้ชัดว่า เจ้าตัวเป็นคนนำร่างของผู้ตายไปไว้ที่โซฟาล็อบบี้ของคอนโด

โดยก่อนหน้านี้ นายน้ำอุ่น ได้มีการโพสต์คลิป ลันลาเบล ในสภาพเมาจนหมดสติ ลงบนเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมเขียนคำอธิบายว่า ‘อัยยา ไม่ได้มอม เด็กมันห้าวเอง’ รวมถึงได้มีการโพสต์ภาพผู้ตาย พร้อมระบุข้อความว่า ‘เมียคนที่ 100 ไหวปะ อัยยา’ ทั้งนี้ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งใช้ชื่อว่า อัยยา เข้าไปตอบคอมเมนต์ พร้อมแท็กเฟซบุ๊กลันลาเบลว่า “ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัว”

ทั้งนี้เฟซบุ๊กชื่ออัยยา แฟนสาวของนายน้ำอุ่น ซึ่งระบุว่าเป็น พริตตี้ เอ็มซี นางแบบนั้น ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่าตนไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด และไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งตนก็ยังติดต่อแฟนหนุ่มไม่ได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊ก คอมเมนต์ถามถึงกรณีที่มีการขุดคุ้ยประวัติของนายน้ำอุ่นและพบว่า นายน้ำอุ่นเคยรับงาน VIP ซึ่งเป็นงานขายบริการประเภทหนึ่งนั้น อัยยาได้ตอบว่า “ส่วนตัวไม่ทราบว่าเขารับงานแบบนี้ อัยอยู่คนละโลกกับที่ทุกคนเห็น ถ้าข่าวไม่ออกก็คงไม่รู้อะไร โง่ต่อไป”

อย่างไรก็ตาม รายงานก่อนหน้านี้ ซึ่งระบุถึงผลตรวจชันสูตรศพ ‘น้องลัลลาเบล’ อย่างไม่เป็นทางการที่ถูกเปิดเผยออกมาก่อนหน้านี้ พบว่า ช่องคลอดของผู้ตายมีการฉีกขาด และพบมีสารคัดหลั่งตกค้างอยู่ภายในช่องคลอด ซึ่งขั้นตอนต่อไปอยู่ระหว่างการนำสารคัดหลั่งที่พบไปตรวจสอบว่าเป็นของผู้ใด ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิตขณะนี้ระบุได้เพียงว่า สาเหตุเกิดจากหัวใจเต้นผิดจังหวะและมีภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน

พยากรณ์อากาศ วันนี้ (21 ก.ย.)

ประเด็นน่าสนใจ

  • ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งกับลมกระโชกแรง สำหรับในช่วงวันที่ 22-26 กันยายน 2562 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนที่ปกคลุมประเทศลาวและเวียดนามตอนบนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนปริมาณฝนจะลดลง และอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส โดยจะเริ่มจาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคเหนือและภาคกลางตอนบนจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป

สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยตอนบน ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบน มีกำลังปานกลาง

ทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังโดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

อนึ่ง พายุโซนร้อน “ตาปะฮ์” (TAPAH) บริเวณด้านตะวันออกของเกาะไต้หวัน มีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าประเทศญี่ปุ่นตอนใต้ในช่วงวันที่ 22-23 ก.ย. 62 ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย

พยากรณ์อากาศวันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีลมกระโชกแรง บริเวณจังหวัดจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พิษณุโลก พิจิตร อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์

อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีลมกระโชกแรง บริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยมีลมกระโชกแรง บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ อ่างทอง สิงห์บุรี ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา

อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร

อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม/ชม ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

กรมคุมประพฤติ ยกเลิกสัญญา ‘กําไล EM ‘ ปรับเอกชน 83 ล้านบาท

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมคุมประพฤติ ยกเลิกสัญญาเช่ากําไลอิเล็กทรอนิกส์
  • ให้เอกชนจ่ายค่าปรับ 83 ล้านบาท
  • การจ่ายค่าปรับต้องดำเนินการภายในวันที่ 4 ตุลาคมนี้

 

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงยกเลิกสัญญาการเช่ากําไลอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Monitoring: EM) กับบริษัท สุพรีม ดีสมิบิวชั่น (ไทยแลนด์จำกัด แล้วตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2562 หลังพบว่า ไม่สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้แจ้งไปยังบริษัท สุพรีม  ให้รับทราบเรื่องนี้ ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อให้ชดใช้ค่าปรับให้กรมคุมประพฤติ เป็นจำนวนเงิน 83 ล้านบาท 

ทั้งนี้การสั้งให้ชดเชยค่าปรับ เนื่องจากทำผิดสัญญาถึง 4 ประเด็น คือ การส่งมอบอุปกรณ์ EM ล่าช้า  การไม่นำอุปกรณ์ EM จำนวน 4,000 เครื่อง มาเปลี่ยนให้ใหม่ ตามเวลากำหนด 26 วัน  ค่าเสียหายกรณีไม่มีเจ้าหน้าที่มาปฏิบัติงานประจำในศูนย์ EM เซ็นเตอร์ นานถึง 1 เดือน และค่าปรับความเสียหาย ภายหลังบอกเลิกสัญญา กรณีกรมคุมประพฤติไม่สามารถใช้งบประมาณได้ โดยค่าเสียหายจำนวนทั้งหมดนี้ บริษัท สุพรีม  ต้องจ่ายให้กรมคุมประพฤติ ภายใน 15 วัน หรือภายในวันที่ 4 ตุลาคม 2562

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยืนยันการยกเลิก ไม่กระทบกับการคุมประพฤติ เพราะคนที่ต้องถูกคุมประพฤติ ตามคำสั่งของศาลที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมคุมประพฤติ ต้องปฎิบัติตามเงื่อนไขอื่นๆ ของศาล เช่น การรายงานตัวและการบำเพ็ญประโยชน์ โดยกรมคุมประพฤติ ได้แจ้งการยกเลิกใช้กำไล EM ให้ศาลยุติธรรมทราบแล้ว อีกทั้งศาลยุติธรรม ก็มีศูนย์ EM เซ็นเตอร์ ที่ใช้ควบคุมผู้ต้องหา ที่คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาเช่นกัน สำหรับปัจจุบันมีผู้ถูกใส่กำไลคุมประพฤติ มีประมาณ 540 คน โดยกรมคุมประพฤติ ทำหนังสือแจ้งไปศาลแต่ละจังหวัด เพื่อให้ยกเลิกการใช้กำไลดังกล่าวแล้ว ซึ่งบางส่วนทยอยถอดออกแล้วด้วย

ส่วนการจะนำกำไล EM มาใช้ในอนาคต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยอมรับว่า มีความเป็นไปได้สูง แต่ต้องมีการร่างสัญญาให้รัดกุม แต่ยืนยันว่า ในปีนี้ยังไม่มีงบประมาณ จึงยังไม่มีการเปิดประมูลใหม่ ส่วนบริษัทเดิมจะเข้ามายื่นประมูลได้อีกหรือไม่ อยู่ในความรับผิดชอบของกรมคุมประพฤติ