จีน-ไทยเห็นพ้องยกระดับความร่วมมือทางทหาร

ประเด็นน่าสนใจ

  • นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทยพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของจีน
  • ฝ่ายไทยคาดว่าจะสามารถเสริมสร้างความร่วมมือทางกองทัพกับจีนให้มากยิ่งขึ้น
  • หลังการประชุมได้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลง ว่าด้วยความร่วมมือด้านกลาโหมอีกด้วย

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทย พบกับพลเอก เว่ยเฟิ่งเหอ มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของจีน ที่กรุงเทพมหานครเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (17 พ.ย.) โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่าจะยกระดับความร่วมมือทางทหารให้มากยิ่งขึ้น

“ไทยยึดมั่นต่อนโยบายจีนเดียวและยินดีจะมีส่วนร่วมในแผนริเริ่มหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง (BRI) อย่างต่อเนื่อง” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว พร้อมเสริมว่าไทยหวังว่าจะเสริมสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้ากับประเทศจีนให้มากยิ่งขึ้น และยินดีต้อนรับนักลงทุนชาวจีนให้เข้ามาในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น เนื่องจากปีหน้านี้จะตรงกับวาระครบรอบ 45 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศ

นายกรัฐมนตรีไทยระบุว่า เขาหวังว่าทั้งสองประเทศจะเสริมสร้างความร่วมมือทางกองทัพให้มากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยี การซ้อมรบร่วมกันและการฝึกซ้อมร่วมกัน รวมถึงด้านความมั่นคงพหุภาคี

เว่ยกล่าวว่าภายใต้การนำและการสนับสนุนของผู้นำทั้งสองประเทศ ความสัมพันธ์ทวิภาคียังอยู่ในทิศทางที่ดี ซึ่งสร้างผลประโยชน์ในความร่วมมือทุกๆ ด้าน จีนประทับใจต่อการสนับสนุนอันหนักแน่นของไทยต่อประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับแก่นผลประโยชน์ของจีน

กองทัพจีนยินดีจะดำเนินตามฉันทามติของผู้นำทั้งสองประเทศ ทั้งในด้านการเสริมสร้างความร่วมมืออันเป็นรูปธรรม ยกระดับการติดต่อสื่อสารในระดับสูง และรักษาการประสานงานในกรอบพหุภาคีเพื่อร่วมกันปกป้องเสถียรภาพของภูมิภาค

ภายหลังการประชุม ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันลงนามในบันทึกข้อตกลง (MoU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านกลาโหม ทั้งนี้ เว่ยเดินทางมาถึงกรุงเทพฯ เมื่อวันศุกร์ (15 พ.ย.) เพื่อเยือนประเทศไทยด้วยมิตรภาพอย่างเป็นทางการ

ที่มา  xinhuathai

สำรวจราคาของสด หลังผลโพลระบุคนห่วงเรื่องค่าครองชีพสูง

ประเด็นน่าสนใจ

  • สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจประชาชนส่วนใหญ่กังวลปัญหาข้าวของแพง ค่าครองชีพสูง
  • จากการสำรวจราคาของสดในตลาดศาลายา จ.นครปฐม ผู้ประกอบการเผยไม่ได้มีการปรับขึ้นราคามี 2 ปี
  • ผลสำรวจเผยอีกว่าประชาชนอยากให้ภาครัฐ มีการควบคุมราคาสินค้า

จากกรณีที่สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เผยแพร่ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,207 คน เรื่อง “การแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาล ในสายตาประชาชน” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 12-16 พ.ย.62 เมื่อถามถึงความคิดเห็น 5 อันดับปัญหาเศรษฐกิจ โดยคนส่วนใหญ่ ร้อยละ 65.54 มองว่าปัญหาข้าวของแพง ค่าครองชีพสูง เพราะ สินค้ามีต้นทุนสูง ทุกอย่างปรับขึ้นราคา รัฐขึ้นภาษีสินค้าต่าง ๆ ทำให้มีราคาแพงขึ้น นายทุนเอารัดเอาเปรียบ ฯลฯ

วันนี้ ทีมข่าว MThai ลงพื้นที่สำรวจ ราคาของสด ในตลาดศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เช่น เนื้อหมู ไก่ ปลา และกุ้ง โดยราคาของวัตถุดิบเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญ ของราคาอาหารในท้องตลาด จากการสำรวจราคาหมูในตลาด พบว่า โดยราคาเฉลี่ย เนื้อสันนอก สันในอยู่ที่ กิโลกรัมละ 130 – 140 บาท ส่วนเนื้อส่วนอื่นๆมีราคาแตกต่างกันไป

สำหรับราคาไก่โดยเฉลี่ย ไก่แก่เหลืองกิโลกรัมละ 160 ไก่บ้าน 80 บาท ปีกกลาง 140 บาท ด้านราคากุ้งขาว เฉลี่ยกิโลกรัมละ 220 – 280 บาท แล้วแต่ไซส์ของกุ้ง และสำหรับราคาปลา ปลาทับทิม กิโลกรัมละ 120 บาท ปลานิล กิโลกรัมละ 80 บาท และปลาช่อนนา กิโลกรัมละ 180 บาท

ทั้งนี้จากการสอบถามผู้ประกอบการจำหน่ายเนื้อหมูในตลาดดังกล่าว เปิดเผยว่า หมู ราคา 140 บาท ราคานี้ คงที่ มา 2 ปีแล้ว ร้านจะมีทั้งขายปลีกและส่ง ซึ่งลูกค้าที่มาซื้อจะเป็นลูกค้าประจำ ไว้ใจในเรื่องสด สะอาด ของร้านในตลาด ด้านพ่อค้าขายไก่ กล่าวว่า ช่วงนี้ ก็จะเงียบๆหน่อย แต่พอขายได้ เศรษฐกิจไม่ค่อยดี เข้าใจลูกค้าในยุคนี้ ที่ต้องระวังเรื่องการจับจ่ายใช้สอย

สำหรับราคาเนื้อสัตว์-ค้าส่ง ที่ ศูนย์บริการข้อมูลสารสนเทศ ของกระทรวงพาณิชย์ รายงานเมื่อข้อมูล (วันที่ 15/11/2562) มีดังนี้ อาทิ

โดยหมูชำแหละ เนื้อแดง ตะโพก 106.00 – 108.00 บาท/กก. หมูชำแหละ เนื้อแดง ไหล่ 104.00 – 106.00 บาท/กก. หมูชำแหละ เนื้อสัน สันนอก 110.00 – 112.00 บาท/กก. หมูชำแหละ เนื้อสัน สันใน 114.00 – 116.00 บาท/กก. และ หมูชำแหละ-ทั่วไป 70.00 – 71.00 บาท/กก.

ไก่สดชำแหละ แข้ง ขา ตีน 62.00 – 65.00 บาท/กก. ไก่สดชำแหละ น่อง ตะโพก 54.00 – 56.00 บาท/กก. ไก่สดชำแหละ ปีกบน 60.00 – 55.00 บาท/กก. ไก่สดทั้งตัว (รวมเครื่องใน) 45.00 – 49.00 บาท/กก.

กุ้งก้ามกรามบ่อเลี้ยงไทย (ขนาดกลาง) 15-16 ตัว/กก. 450.00 – 700.00 บาท/กก. กุ้งขาว (40 ตัว/กก.) 250.00 – 260.00 บาท/กก. และปลาช่อน 150.00 – 160.00 บาท/กก. ปลาทับทิม 100.00 – 110.00 บาท/กก.

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจโพล ยังระบุว่า เมื่อถามถึงเรื่องที่ประชาชนอยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือมากที่สุด พบว่า ส่วนใหญ่ ร้อยละ 54.34 ระบุ ควบคุมราคาสินค้า ลดค่าครองชีพ ไม่ขึ้นภาษี รองลงมา ร้อยละ 38.41 ระบุ แก้ปัญหาเศรษฐกิจโดยเร่งด่วน สร้างงานสร้างรายได้ ขึ้นเงินเดือน ร้อยละ 31.15 ระบุพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น

ชาวนาเรียกร้องให้รัฐบาล จัดสถานที่ตากข้าว

ประเด็นน่าสนใจ

  • ชาวนาในจังหวัดบุรีรัมย์ ร้องขอความเห็นใจสาเหตุที่ต้องตากข้าวบนถนน
  • เนื่องจากไม่มีสถานที่ตากอย่างเพียงพอ
  • พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐจัดสถานที่เพื่อช่วยเหลือชาวนาอย่างเร่งด่วน

ชาวนาบ้านสุขสำราญ ตำบลกระสัง อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ ยังคงนำข้าวเปลือกออกมาตากบนถนนทางหลวง และ ถนนในหมู่บ้านเป็นทางยาว ซึ่งชาวนาให้เหตุผลว่า ที่ต้องนำข้าวเปลือกมาตากตามถนนลาดยาง เนื่องจากลานคอนกรีตในหมู่บ้านไม่เพียงพอ เพราะมีชาวนานำข้าวเปลือกไปตากเต็มหมดแล้ว และ ยังรอคิวอีกหลายคน เนื่องจากเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จพร้อมกันจำนวนมาก

ทางด้านนางดาวัลย์ เสือพิมพา ชาวนาบ้านสุขสำราญ เปิดเผยว่า ชาวนาทราบดีว่า ภาครัฐห้ามนำข้าวเปลือกมาตากบนถนน เพราะผิดกฎหมาย แต่ก็ไม่มีทางเลือกเพราะสถานที่ที่เป็นลานปูนในหมู่บ้านไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องนำมาตากบนถนน รวมทั้งการตากบนถนนลาดยาง หรือ คอนกรีตข้าวเปลือกจะแห้งเร็วกว่าตากตามทุ่งหญ้า

จึงอยากขอความเห็นใจให้ชาวนาด้วย พร้อมเรียกร้องให้จัดหาสถานที่ตากข้าวที่เป็นปูนซีเมนต์เพื่อลดปัญหาไม่ให้นำข้าวออกไปตากบนท้องถนน สำหรับพฤติกรรมการนำข้าวเปลือกไปตากบนถนนของชาวนาเพื่อลดความชื้น ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ข้าวถูกกดราคาเมื่อนำไปขายให้โรงสี แต่ได้ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุในหลายจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงจนทำให้มีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บในช่วงที่ผ่านมา