มีเบาะแสแจ้งด่วน ลูกชายโพสต์ตามหาแม่ หายออกจากบ้านตั้งแต่ 9 พ.ย.

ประเด็นน่าสนใจ

  • หญิงอายุ 50 – 60 ปีหายออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย.
  • ญาติโพสต์เฟซบุ๊กตามหา ล่าสุดมีคนพบพิกัดอยู่ที่ วัดหนองสองห้อง แต่เมื่อญาติไปยังจุดดังกล่าวกลับไม่พบ คาดว่ามีคนพาหนีไปอีก

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Praiwan Hinz Jansook” ได้โพสต์ข้อความขอความช่วยเหลือ หลังคุณแม่หายออกจากบ้าน

ผู้โพสต์ระบุว่า แม่ชื่อพรพรรณ จันทร์สุข อายุ 55 – 60 ปี หายออกจากบ้านเมื่อวันที่ 9 พ.ย. 2562 ตั้งแต่ช่วงเย็นของวันดังกล่าว พบเจอรถซาเล้งที่ขี่ประจำ จอดทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลมะการักษ์ จังหวัดกาญจนบุรี แต่เจ้าตัวไม่อยู่

สอบถามคนแถวนั้นเขาแจ้งว่า ได้ซ้อนรถมอเตอร์ไซค์ผู้หญิงออกไป แต่จำทะเบียนไม่ได้ ซึ่งปกติแม่ไม่เคยไปไหนแบบนี้ เพราะเขาดูแลตัวเองไม่ได้ เนื่องจากเคยประสบอุบัติเหตุมา และจะกลับบ้านไม่เกิน 18.30น. ของทุกวัน เป็นห่วงมากๆ ที่ตัวมีล็อตเตอรี่ และเงินจำนวนหนึ่ง กลัวจะโดนล่อลวงไปทำไม่ดีไม่ร้าย

เบื้องต้นจากการเช็คกล้องวงจรปิดในโรงพยาบาลพบว่าช่วง เวลา 17.47 น.- 17.50 น.ของวันที่ 9 พ.ย.2562 ผู้สูญหายได้ขี่รถซาเล้งมาจอดที่โรงพยาบาลมะการักษ์ จากนั้นเดินออกไปนอกโรงพยาบาล ขณะนี้ญาติไม่สามารถเช็คกล้องวงจรปิดจากจุดอื่นได้

ผู้โพสต์ได้รายงานความคืบหน้าวันที่ 11 พ.ย.ว่า ล่าสุดมีคนแจ้งมาว่าพบตัวคุณแม่แล้วนะครับ แถว ๆ วัดหนองสองห้อง ตำบลรางสาลี่ อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี แต่คนที่พาแม่ไป เขาพาแม่หนีไปอีกแล้ว

ใครอยู่แถวนั้น รบกวนเป็นหูเป็นตาให้หน่อยครับ ตอนนี้กลัวคนที่พาแกไป จะพาแกจะหนีไปไกล ใครพอมีเบอร์ตำรวจไหมครับ ผมอยากขอความช่วบเหลือจริง ๆ TT

ทั้งนี้ญาติของคุณพรพรรณ ที่หายตัวไปได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วภายหลังเกิดเรื่อง

หากท่านมีเบาะแส หรือพบเห็นผู้สูญหาย สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียง หรือแจ้งไปที่ญาติได้ โทร 093-5052992,087-3221533 facebook ญาติของผู้หายตัวไปดังนี้

  • Praiwan Hinz Jansook
  • Paweena AngelaYok Jansuk

📌เบื้องต้นเช็คกล้องวงจรปิดในโรงพยาบาล เวลา17.47น.-17.50น.ของวันที่9/11/62 เห็นแค่น้าขี่รถมาจอดแล้วเดินออกไปนอกโรงพยาบาล กล้องข้างนอกเป็นของเทศบาลท่ามะกา เขาแจ้งเสียทุกตัวเลยค่ะ ไม่รู้จะทำยังไงดี เสียตลอดทางเลยค่ะ📌📌ใครรู้จักร้านหรือบ้านที่มีกล้องวงจรปิดพิกัดแถวโรงพยาบาลมะการักษ์ และพื้นที่ที่ติดถนนใหญ่และเห็นรถผ่านไปมาระแวกนั้นบ้างไหมคะ📌แค่อยากทราบว่านั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์ใครไป ทะเบียนอะไร ผู้หญิงขี่ จะได้ติดตามหาได้อีกทางค่ะ ❌ตอนนี้แจ้งความเรียบร้อยแล้วค่ะ ใครพาน้าไปรบกวนพามาส่งที่เดิมด้วยค่ะ#คนหายค่ะ#พรพรรณ จันทร์สุข (ปู)#พิกัดท่ามะกา กาญจนุบรี และพื้นที่ใกล้เคียง

โพสต์โดย Paweena AngelaYok Jansuk เมื่อ วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2019

ย้ำเตือน รพ.!! หากมีผู้บาดเจ็บจากเหตุทะเลาะวิวาทเข้ารักษา กันญาติออกจากห้องฉุกเฉิน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กำชับโรงพยาบาลที่ใกล้สถานที่จัดงานลอยกระทงเฝ้าระวังเหตุ
  • หากมีผู้บาดเจ็บจากการทะเลาะวิวาทประสานตำรวจคุมเข้มทันทีไม่ต้องรอให้เกิดเรื่อง และดำเนินคดีเอาผิดกับผู้ที่ทะเลาะวิวาทขั้นเด็ดขาด

นายแพทย์สุขุม กาญจพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันลอยกระทง (11 พฤศจิกายน 2562) หลายพื้นที่ได้จัดงานตามประเพณี และการที่มีผู้คนมาอยู่รวมกันจำนวนมากอาจเกิดปัญหาการทะเลาะวิวาทตามมาได้

จึงกำชับให้โรงพยาบาลในสังกัดที่อยู่ใกล้สถานที่จัดงานลอยกระทง เตรียมความพร้อมรับมืออุบัติเหตุ/เจ็บป่วยฉุกเฉิน รวมทั้งการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาล โดยให้ประสานหน่วยงานในพื้นที่ อาทิ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ร่วมรักษาความปลอดภัย

หากมีผู้บาดเจ็บจากเหตุทะเลาะวิวาทเข้ามารักษา ให้กันญาติออกจากห้องฉุกเฉิน หรือหากมีประตูนิรภัยให้ปิดล็อคประตูทันที พร้อมประสานตำรวจคุมเข้มไม่ต้องรอให้เกิดเรื่อง

มาตรการความปลอดภัยในโรงพยาบาล โดยเฉพาะบริเวณห้องฉุกเฉิน ดังนี้

1.ทำแนวทางปฏิบัติป้องกันและจัดการความรุนแรง ทบทวน ฝึกซ้อมและปรับปรุงเป็นประจำ

2.จัดระบบควบคุมประตู หรือมีทางเข้า-ออก ที่ปลอดภัยหลายช่องทาง

3.จัดสถานที่พักคอยสำหรับญาติ จำกัดการเข้าออก

4.ตรวจสอบกล้องวงจรปิดให้พร้อมใช้งาน และติดตั้งเพิ่มในจุดเสี่ยง

5.จัดระบบคัดกรองโดยเฉพาะผู้ป่วยห้องฉุกเฉิน และจัดบริการให้เหมาะสมกับความเร่งด่วน รวมทั้งให้สื่อสารกับญาติผู้ป่วยเป็นระยะ เพื่อลดความวิตกกังวล

6.จัดเวรยามรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

7.จัดหาสัญญาณเตือนภัย หรืออุปกรณ์ขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน และมีช่องทางแจ้งเหตุด่วนกับตำรวจ ฝ่ายปกครอง และเครือข่ายอาสาสมัคร มูลนิธิต่างๆ ในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีมาตรการป้องกัน แต่ยังพบการก่อความรุนแรงในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น จำเป็นต้องมีมาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อลดความรุนแรง เพิ่มความปลอดภัยเจ้าหน้าที่และผู้ที่มารับบริการ

หากเกิดกรณีความรุนแรงต่อร่างกาย จิตใจ ทรัพย์สินในโรงพยาบาล ให้แจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุทันที ให้ดำเนินการตามกฎหมาย ลงโทษขั้นเด็ดขาดตาม ม.360 ม.364 และม.365 มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี

“แม้เราจะมีมาตรการป้องกัน แต่คงป้องกันไม่ได้ทั้งหมด ต้องขอความร่วมมือประชาชนผู้มารับบริการ รวมทั้งญาติผู้ป่วย ร่วมป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงขึ้น ขอให้โรงพยาบาลเป็นพื้นที่ปลอดความรุนแรงสำหรับทุกคน และที่สำคัญคือ จิตสำนึกความรับผิดชอบของผู้ที่ตั้งใจเข้ามาก่อเหตุและขอความร่วมมือสื่อ สื่อสังคมออนไลน์ให้เสนอผลลัพธ์การลงโทษ แทนการเสนอพฤติกรรมเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง” นายแพทย์สุขุมกล่าว

“สุเทพ” ชี้ยังไม่เห็นข้อบกพร่อง รธน.ฉบับปัจจุบัน

ประเด็นน่าสนใจ

  • สุเทพ เทือกสุบรรณชี้ ยังมองไม่เห็นความบกพร่องของรัฐธรรมนูญ
  • นอกจากนี้ เจ้าตัวยังเชื่อมั่นว่า การจะแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ จะไม่ใช่ชนวนความขัดแย้งครั้งใหม่ เพราะประชาชนอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงของประเทศที่ดีขึ้น

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย กล่าวถึงความเคลื่อนไหวในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยแสดงจุดยืนชัดเจนว่า

สนับสนุนรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เพราะเป็นผู้รณรงค์ให้ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญ และเป็น 1 ใน 16 ล้านคน ที่ลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งส่วนตัวยังมองไม่เห็นความบกพร่องของรัฐธรรมนูญ

แต่เห็นถึงความบกพร่องของคนมากกว่า และยังคงศรัทธาในหลักการของรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นคุณเป็นประโยชน์ต่อประเทศ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะแก้ไขไม่ได้

ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายมองว่าประเด็นที่มาและอำนาจหน้าที่ของ ส.ว.เป็นอุปสรรคต่อประชาธิปไตยนั้น อย่ามองเพียงแค่ ส.ว.ชุดปัจจุบัน เพราะเป็นข้อยกเว้นช่วง 5 ปีแรกในรัฐธรรมนูญ แต่ในหลักการบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับ ส.ว.เขาเขียนไว้ดีแล้ว

ทั้งนี้ ส่วนตัวเคารพการตัดสินใจ แต่อยากจะได้ยินว่าประเด็นอะไรที่ติดขัด ซึ่งบางประเด็นที่จะมีการแก้ไขในบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับราชอาณาจักรไทย ที่จะต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียว แบ่งแยกไม่ได้ หรือประเด็นที่เสนอให้เป็นมลรัฐนั้น หากมีการเสนอแก้ไขแบบนั้นตนไม่เอาด้วย

สำหรับกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ มีมติเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานกรรมาธิการฯ นั้น ตนไม่ขอแสดงความเห็นเพราะเป็นเรื่องของสมาชิกรัฐสภา ส่วนตัวไม่ได้ขัดข้องหากใครจะมาเป็นประธานกรรมาธิการฯ เพราะเป็นคนนอกสภาฯ แต่ให้ความสนใจเนื้อหาสาระที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญมากกว่า

ส่วนคุณสมบัติของผู้ที่จะมาเป็นประธานกรรมาธิการฯ นั้น ต้องมีความเป็นกลาง ไม่สนับสนุนหรือคัดค้านรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่ต้น เพราะจะได้มุมมองการแก้ไขและธรรมนูญที่กว้างพอที่จะรับฟังความเห็นคนอื่นได้มากขึ้น พร้อมวอนสื่อมวลชน อย่าพยายามเอาตนไปชนกับนายอภิสิทธิ์

นอกจากนี้ ยังมั่นใจว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ จะไม่ใช่ชนวนความขัดแย้งครั้งใหม่ เพราะเชื่อว่าประชาชนอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงของประเทศที่ดีขึ้น และคงไม่เสียเวลากลับไปสู่วังวนความขัดแย้งอีกครั้ง นอกจากนี้ เรามีรัชกาลที่ 10 เป็นศูนย์รวมให้คนไทยรวมพลังและเดินไปข้างหน้าด้วยกันได้