เพราะไม่อยากเป็นภาระ​ลูกหลาน​ “ยาย 84 ปี” ยังคงมุ่งมั่นขายไข่ปิ้ง

ประเด็นน่าสนใจ

  • ยายอายุ 84 ปีขายไข่ปิ้งอยู่ริมทางขึ้นทางด่วนตรงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
  • เหตุผลที่ยังขายไข่ปิ้งอยู่เพราะไม่อยากเป็นภาระลูกหลาน

หากพูดถึงการค้าขายยุคสมัยนี้ค่อนข้างเปลี่ยนไปจากอดีตไม่น้อย ผู้บริโภคมีช่องทางเลือกซื้อเพิ่มขึ้น สะดวกมากขึ้น พ่อค้าแม่ขายบางรายปรับตัวเข้ากับยุคดิจิทัล ยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กรายใหญ่ หันไปค้าขายออนไลน์กันเพิ่มขึ้น

ไม่เว้นแม้แต่ร้านค้าร้านอาหาร ที่พากันปรับตัวร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ กับผู้ให้บริการสั่งอาหารแบบออนดีมานด์บนแอพพลิเคชั่น เพื่อเป็นช่องทางในการเพิ่มยอดขาย แต่การร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพาร์ทเนอร์ หรือปรับตัวให้เข้ากับยุคดิจิทัล อาจไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับคุณยายวัย​ 84​ ปี​ ที่นั่งขายไข่ปิ้งริมทางขึ้นทางด่วนตรงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ยาย 84 ปีขายไข่ปิ้ง

ยายบุญช่วย​ อายุ​ 84 ปี​ คนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา​ เล่าให้ฟังว่า​ ขายไข่ปิ้งมา​แล้ว 8​ ปี ก่อนที่จะมาขายตอนนั้นยายโดนรถชนช่วงบริเวณสะโพก​ ทำให้ยายเดินไม่ค่อยได้ ต้องใช้อุปกรณ์​ช่วยเดิน​มีสายตาฟางพร่ามัว​ มองเห็นไม่ชัด ลูกยายต่างก็มีครอบครัวกันหมด​แล้ว

ยาย 84 ปีขายไข่ปิ้ง
ยาย 84 ปีขายไข่ปิ้ง

ที่ยังเลือกขายไข่ปิ้งอยู่แม่จะอายุมากแล้ว เพราะไม่อยากเป็นภาระ​ลูกหลาน​ อย่างน้อยก็มีรายได้จากการขายไข่ปิ้ง​และพวกเครื่องดื่มต่างๆ แม้ว่าจะได้กำไรไม่มาก แต่ก็พอประทังชีวิตได้ รวมถึงเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ได้มาก็พอเลี้ยงชีพตนเองในแต่ละเดือน​

ต่อวันขายได้มากสุด​เต็มที่​ 2​ แผง​ ขายใบละ​ 6​ บาท ได้กำไร​ 100-200​ บาท บางวันขายได้แค่แผงเดียว แม้จะขายได้ไม่มาก แต่คุณยายวัย 84 ท่านนี้ยืนยันว่า จะขายต่อไป ดีกว่าอยู่เฉยๆ​

ยาย 84 ปีขายไข่ปิ้ง

สำหรับใครที่ต้องการอุดหนุนคุณยาย สามารถซื้อไข่ปิ้งได้ทุกวันตั้งแต่เวลา​ 08.00 – 20.00 น. คุณยายจะอยู่บริเวณก่อนจะขึ้นทางด่วนแวะจอดซื้อได้

กสร. เร่งช่วยลูกจ้างนิตพอยน์ ถูกลอยแพหลังนายจ้างปิดกิจการ

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เร่งช่วย 230 ลูกจ้าง บริษัท นิตพอยน์ จ.นครปฐม ถูกลอยแพหลังนายจ้างปิดกิจการ
  • กสร.ยันสั่งติดตามค่าจ้างค้างจ่าย ค่าชดเชยโดยเร็ว พร้อมแจ้งสิทธิรับเงินกองทุนสงเคราะห์ ประสานหางาน ฝึกอาชีพ ดูแลสิทธิผู้ประกันตนประกันสังคม

นายอภิญญา สุจริตตานันท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวถึงกรณีบริษัท นิตพอยน์ จำกัด จังหวัดนครปฐม ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 96 หมู่ที่ 3 ตำบลถนนขาด อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ประกอบกิจการตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูป ปิดกิจการและลอยแพลูกจ้าง 230 คน ว่า

ขณะนี้ได้สั่งการให้พนักงานตรวจแรงงานสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครปฐม ดำเนินการให้การช่วยเหลือในการติดตามค่าจ้างค้างจ่ายและค่าชดเชยแก่ลูกจ้างแล้วตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

โดยลูกจ้างจำนวน 182 คนได้ยื่นคำร้องต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครปฐมไว้แล้วพร้อมแต่งตั้งผู้แทนลูกจ้างจำนวน 4 คนเพื่อให้ข้อเท็จจริงในเรื่องนายจ้างค้างจ่ายค่าจ้างของลูกจ้าง

ทั้งนี้ พนักงานตรวจแรงงานได้ชี้แจงข้อกฎหมายและขั้นตอนการดำเนินการ และการยื่นคำร้อง ตลอดจนชี้แจงสิทธิ การขอรับเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ลูกจ้างด้วย

อย่างไรก็ตาม กสร. จะเร่งประสานให้ลูกจ้างที่เหลือมายื่นคำร้องให้ครบถ้วน และได้สั่งการให้สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครปฐม ติดตามให้ความช่วยเหลือลูกจ้างอย่างใกล้ชิด และเร่งดำเนินการเพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายโดยเร็ว

นายอภิญญา กล่าวต่อว่า เพื่อเป็นการช่วยเหลือลูกจ้างในระยะยาว กสร.ได้ประสานกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานได้แก่ สำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครปฐม สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครปฐม

และสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 16 นครปฐม ในการชี้แจงสิทธิของลูกจ้าง ทั้งในเรื่องของการหาตำแหน่งงานว่าง การฝึกอาชีพ การดูแลสิทธิในฐานะผู้ประกันตนเพื่อดำเนินการจ่ายเงินทดแทนกรณีว่างงานอีกด้วย

พรุ่งนี้วันลงทะเบียน “ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย”

ประเด็นน่าสนใจ

  • ลงทะเบียน “ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย” วันที่ 11 -12 พฤศจิกายน และวันที่ 11 – 12 ธันวาคม ตั้งแต่เวลา 06.00 – 24.00 น.
  • โครงการ “ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย” และ “เที่ยววันธรรมดาราคาช็อกโลก” เป็นมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในปลายปี คาดการณ์ว่า จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ถึง 400 ล้านบาท

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า รัฐบาลขอเชิญชวนประชาชน ร่วมโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว “ถึงเวลาทัวร์ให้ทั่วไทย” ใน 2 แคมเปญ คือ “ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย” และ “เที่ยววันธรรมดาราคาช็อกโลก” ตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี 2562

ซึ่งคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบให้ดำเนินโครงการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2562 สำหรับ “ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย” เป็นมาตรการจูงใจให้เดินทางออกไปท่องเที่ยว โดยเปิดให้ประชาชนรับสิทธิ์ใน 4 วัน คือ วันที่ 11 -12 พฤศจิกายน และวันที่ 11 – 12 ธันวาคม ตั้งแต่เวลา 06.00 – 24.00 น.

สามารถลงทะเบียนได้ทาง www.tourismthailand.org/ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย หรือ www.ร้อยเดียวเที่ยวทั่วไทย.com รับสิทธิ์ชำระเงินเพียง 100 บาท เลือกของขวัญใน 5 หมวด

1. หมวดการเดินทาง อาทิ บัตรโดยสารเครื่องบินและรถบัสปรับอากาศ

2. หมวดที่พัก

3. หมวดอาหารและเครื่องดื่ม

4. หมวดแพคเก็จทัวร์

และ 5. หมวดแหล่งท่องเที่ยว กิจกรรมนันทนาการ

และอื่นๆ ซึ่งมีของขวัญทั้งหมด 40,000 ชิ้น(รายการ) ให้สิทธิ์วันละ 10,000 สิทธิ์ สิทธิ์ละ 1 รายการ

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ส่วน “เที่ยววันธรรมดาราคาช็อกโลก” เปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ผ่าน www.tourismthailand.org/เที่ยววันธรรมดา หรือ www.เที่ยววันธรรมดาราคาช็อกโลก.com นำเสนอโปรโมชั่นลดราคาสูงสุดถึง 80% เพื่อกระตุ้นการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย

โดยมีสินค้า 9 กลุ่มให้เลือก ทั้งบัตรโดยสาร สายการบิน ที่พักระดับ 5 ดาว เช่น ศรีพันวา ภูเก็ตวิลล่า สินค้าด้านสุขภาพและความงาม สินค้าระดับพรีเมี่ยม กิจกรรมท่องเที่ยวชุมชน ฯลฯ

ทั้งนี้ โครงการ “ถึงเวลาทัวร์ให้ทั่วไทย” เป็นมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในปลายปี จะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 ธันวาคม ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คาดการณ์ว่า จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ถึง 400 ล้านบาท ทำให้ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยวโดยรวมเพิ่มขึ้น 10% ถือเป็นมาตรการภายใต้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพ ช่วยกระจายได้รายลงสูงชุมชน ส่งผลให้การจับจ่ายใช้สอยคล้องตัวมากขึ้น

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม