กรมขนส่งทางราง เผยคืบหน้าเดินหน้าลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า

ประเด็นน่าสนใจ

  • การลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า แม้ยังไม่มีการอนุมัติแต่เชื่อมีความเป็นไปได้
  • คาดว่าหากมีการปรับลดจริง จะทำให้มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 10%
  • คาดราคา BTS เหลือคนละ 29 บาท/เที่ยว

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการปรับลดค่าโดยสารระบบรถไฟฟ้าตามมติคณะกรรมการพัฒนาโครงสร้างอัตราค่าโดยสารระบบขนส่งทางรางในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ว่า

ขณะนี้อยู่ในกระบวนการที่หน่วยงานเจ้าของโครงการและควบคุมระบบการเดินรถของภาครัฐหน่วยงานต่างๆ กำลังปรับคณะกรรมการชุดใหม่เข้ามากำกับนโยบาย หลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมา

ได้มีมติตั้งคณะกรรมการชุดใหม่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และบอร์ดการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ชุดใหม่ขึ้นมา ซึ่งเชื่อว่าบอร์ด รฟม.ชุดใหม่จะเร่งรัดการอนุมัติปรับลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าในส่วนของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีม่วงโดยเร็ว

เพราะนายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เป็นประธานบอร์ด รฟม. คนใหม่ได้มีการ ศึกษาเรื่องการปรับลดราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้าไว้ก่อนแล้ว

สำหรับแนวทางการปรับลดค่าโดยสารที่คณะกรรมการพัฒนาโครงสร้างอัตราค่าโดยสารระบบขนส่งทางรางในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล สรุปไว้ก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย

  • รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ปกติค่าโดยสารคนละ 15-45 บาท/เที่ยว เฉลี่ยต่อคนละ 31 บาท/เที่ยว เปลี่ยนเป็นตั๋วรายเดือนจะมีค่าโดยสารคนละ 25-30 บาท/เที่ยว และช่วง Off Peak จะอยู่ที่คนละ 15-25 บาท/เที่ยว
  • รถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง ปกติค่าโดยสารคนละ 14-42 บาท/เที่ยว เฉลี่ยต่อคนละ 21 บาท/เที่ยว เปลี่ยนเป็นตั๋วรายเดือนจะมีค่าโดยสารคนละ 15-20 บาท/เที่ยว และช่วง Off Peak จะอยู่ที่คนละ 14-25 บาท/เที่ยว
  • รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ปกติค่าโดยสารคนละ 16-42 บาท/เที่ยว เฉลี่ยต่อคนละ 25 บาท/เที่ยว เปลี่ยนเป็นตั๋วรายเดือนจะมีค่าโดยสารคนละ 20-25 บาท/เที่ยว และช่วง Off Peak จะอยู่ที่คนละ 16-30 บาท/เที่ยว
  • รถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) ปกติค่าโดยสารคนละ 16-44 บาท/เที่ยว เฉลี่ยต่อคนละ 29 บาท/เที่ยว เปลี่ยนเป็นตั๋วรายเดือนจะมีค่าโดยสารคนละ 26 บาท/เที่ยว ไม่มีช่วง Off Peak

โดยเชื่อว่ามาตรการนี้ออกมาก็มีการคาดว่าจะทำให้ปริมาณผู้โดยสารมาใช้รถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีก 10% ส่วนผลกระทบต่อรายได้ของผู้ให้บริการ ทาง กทม.จะนำภาษีจากป้ายวงกลมที่จัดเก็บกว่าปีละ 14,000 ล้านบาท นำมาชดเชยเฉลี่ยปีละ 500-1,000 ล้านบาท/ปี

คุมเข้มเกมออนไลน์ จีนออกกฎห้ามเยาวชนเล่นตั้งแต่ 4 ทุ่มถึง 8 โมงเช้า

ประเด็นน่าสนใจ

  • วันธรรมดาห้ามเล่นเกิน 90 นาทีต่อวัน
  • มาตรการนี้ขึ้นเพื่อป้องกันการติดเกมของเยาวชน

ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า จีนประกาศจำกัดการเล่นเกมออนไลน์ของเยาวชน ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการใหม่ที่ตั้งเป้าควบคุมการติดเกมออนไลน์ โดยมาตรการนี้ครอบคลุมถึงแพลตฟอร์มการเล่นเกมออนไลน์ที่ให้บริการในจีนด้วย ซึ่งรายใหญ่คือ เทนเซ็นต์ บริษัทเกมรายใหญ่ที่สุดในโลก

ซึ่งมาตรการใหม่ เยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี จะถูกห้ามไม่ให้เล่นเกมออนไลน์ระหว่างเวลา 22 นาฬิกา ไปจนถึง 8 นาฬิกา และห้ามเล่นเกิน 90 นาทีต่อวันในระหว่างวันจันทร์-ศุกร์

ส่วนช่วงสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เยาวชนจะมีเวลาเล่นได้สูงสุด 3 ชั่วโมงต่อวัน นอกจากนี้ ยังจำกัดจำนวนเงินที่เยาวชนสามารถเติมได้ในบัญชีผู้ใช้ออนไลน์ด้วย โดยเด็กอายุ 8-16 ปี เติมเงินได้สูงสุด 200 หยวนต่อเดือน หรือเท่ากับเดือนละ 866 บาท

“นิวซู” บริษัทวิจัยการตลาด ระบุว่า จีนเป็นตลาดเกมที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีรายได้คิดเป็น 1 ใน 4 ของรายได้ในอุตสาหกรรมเกมทั่วโลก

เซ่นพิษ ‘ฮากิบิส’ ญี่ปุ่นทิ้ง “รถไฟหัวกระสุนชินคันเซ็น” 10 ขบวนมูลค่า 3,300 ล้านบาท

ประเด็นน่าสนใจ

  • บริษัทรถไฟญี่ปุ่นประกาศเลิกใช้งานรถไฟชินคันเซ็น 10 ขบวน
  • รถไฟที่ถูกปลดระวางนั้น ได้รับความเสียหายจากการถูกน้ำท่วมในช่วงพายุฮากิบิส
  • มูลค่าความเสียหายสูงถึงราว 3,300 ล้านบาท

บริษัทรถไฟญี่ปุ่นตะวันออก หรือ JR East ออกแถลงการณ์กรณีที่ทางบริษัทได้ตัดสินใจปลดระวางรถไฟความเร็วสูงที่ให้บริการในเส้นทางในเส้นทางระหว่าง กรุงโตเกียว – เมืองคานาซาวะ จำนวน 10 ขบวน หลังจากเมื่อช่วงเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุพายุฮากิบิสพัดถล่มญี่ปุ่น ทำให้รถไฟในเส้นทางดังกล่าวได้รับความเสียหายจากการถูกน้ำท่วม ขณะจอดอยู่ภายในศูนย์ซ่อมจังหวัดนากาโนะ

โดยสาเหตุที่ต้องปลดระวางรถไฟดังกล่าว เนื่องจากระบบมอเตอร์ไฟฟ้าและระบบเบรกได้รับความเสียหาย จนไม่สามารถซ่อมแซมได้  หรืออาจหากซ่อมได้ แต่ก็อาจเป็นอันตรายต่อผู้โดยสาร

ทั้งนี้รายงานระบุว่ารถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็นทั้ง 10 ขบวนที่จะปลดระวางนั้น ประกอบด้วยตู้โดยสารทั้งสิ้น 96 คัน รวมมูลค่าความเสียหาย 11,800 ล้านเยน หรือราว 3,300 ล้านบาท โดยหลังจากนี้ JR East จะทำการศึกษาต่อไปว่า สามารถนำส่วนประกอบบางส่วนของรถไฟแปดขบวนที่ได้รับความเสียหายมาใช้ใหม่ได้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม บริษัท JR East มีแผนฟื้นฟูการให้บริการและแผนรับมือป้องกันน้ำท่วมโรงซ่อมบำรุงในอนาคต เพื่อไม่ให้เกิดน้ำท่วมจนเสียหายต่อขบวนรถไฟเช่นนี้อีก

ที่มา www.japantimes.co.jp