วิกฤติเลบานอน เศรษฐกิจตกต่ำ นำไปสู่การประท้วงเดือด

ประเด็นน่าสนใจ

  • ปัจจุบันประเทศเลบานอน กำลังเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำอย่างหนัก
  • รัฐบาลต้องแก้ปัญหาวิกฤษเศรษฐกิจด้วยการขึ้นภาษีการสื่อสารผ่านระบบอินเทอร์เน็ตจาก Social Media
  • การขึ้นภาษีดังกล่าว นำมาสู่การประท้วงที่รุนแรงในเลบานอนในขณะนี้

เลบานอนเป็นประเทศในเอเชีย ตั้งอยู่ในแถบตะวันออกกลาง มีประชากรประมาณ 6.8 ล้านคน จัดอยู่ในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลาง ในช่วงระหว่างปี 2007-2010 เศรษฐกิจของเลบานอนเติบโตเฉลี่ยปีละ 9.1% ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตเร็ว สาเหตุหลักมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ แต่แล้วในปี 2011 กลับต้องมาเจอกับสงครามกลางเมืองซีเรีย ซึ่ง เลบานอน ได้เข้าร่วมกับกองทัพซีเรียเพื่อสู้กับฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรีย

ผลของสงครามทำให้เศรษฐกิจเลบานอนกลับเติบโตเหลือเพียง 1.5-1.7% ในช่วงระหว่างปี 2011-2017 ซึ่งทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักทางหนึ่งของประเทศพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังเลบานอนหายไปมากกว่า 1 ล้านคน

เศรษฐกิจที่เติบโตช้าลง และงบประมาณขาดดุลที่รัฐบาลพยายามนำมากระตุ้นเศรษฐกิจกลับไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจเติบโตมากนัก ทำให้ปัจจุบัน เลบานอนเป็นประเทศที่มีหนี้สาธารณะต่อ GDP กว่า 155% สูงมากที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ของโลก

การประท้วงดุเดือดในเลบานอน

ล่าสุดรัฐบาลพยายามหารายได้เพิ่ม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของแผนการจัดทำงบประมาณในปี 2020 โดยรัฐบาลประกาศว่าจะขึ้นภาษีสินค้าหลายรายการ ในการหารายได้เข้ารัฐไม่ว่าจะเป็นภาษีบุหรี่ ภาษีน้ำมัน และหนึ่งในนั้นยังรวมไปถึง การเก็บภาษีสำหรับการใช้โทรศัพท์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตจาก Social Media เช่น WhatsApp, Facebook Messenger, FaceTime จำนวน 0.20 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6 บาทต่อวัน

ปัจจุบัน ในเลบานอน มีผู้ใช้โทรศัพท์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตจาก Social Media กว่า 3.5 ล้านคน หรือมากกว่า 50% ของประชากรในประเทศ นั่นหมายความว่า รัฐบาลเลบานอนตั้งเป้าที่จะเก็บภาษีจากมาตรการนี้ไม่ต่ำกว่า 7,700 ล้านบาทต่อปี หลังจากการขึ้นภาษี ชาวเลบานอนจำนวนมากจึงไม่พอใจ จึงนำมาสู่การประท้วงอย่างรุนแรง

การประท้วงดุเดือดในเลบานอน

แต่นั่นอาจเป็นเพียงหนึ่งในสาเหตุที่ชาวเลบานอนออกมาประท้วง เพราะพวกเขามองว่า ที่ผ่านมารัฐบาลบริหารงานไม่มีประสิทธิภาพ ล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจ รวมทั้งภายในรัฐบาลมักมีปัญหาการคอร์รัปชัน ซึ่งเลบานอนนั้นเป็นประเทศที่ถูกจัดอันดับว่ามีการคอร์รัปชันมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

ตุรกีประกาศการจับกุมภรรยาคนแรกของอดีตผู้นำไอเอส

ประเด็นน่าสนใจ

  • รัฐบาลตุรกีเผยการจับกุมภรรยาของนายอาบู บาการ์ อัล-บักห์ดาดี อดีตผู้นำสูงสุดของกลุ่มไอเอส
  • ก่อนหน้านี้เพียงวันเดียวมีการประกาศการจับกุมพี่สาวของบักห์ดาดี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าประธานาธิบดีเรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน แถลงถึงปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของตุรกีเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ปีที่แล้ว ที่จังหวัดฮาเตย์ ทางตอนใต้ของประเทศและมีพรมแดนติดกับภาคตะวันตกเฉียงเหนือของซีเรีย นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องสงสัยเป็นสมาชิกกลุ่มไอเอส 11 คน  ในจำนวนนี้ 4 คนเป็นผู้หญิง หนึ่งในนั้นได้อ้างตัวตนกับเจ้าหนา้ที่ด้วยชื่ออื่น

ทั้งนี้เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่าเธอแท้จริงแล้วเธอคือนางอัสมา เฟาว์ซี มูฮัมหมัด อัล-กูเบย์ชี ภรรยาคนแรกของนายอาบู บาการ์ อัล-บักห์ดาดี อดีตผู้นำสูงสุดของกลุ่มไอเอส ซึ่งเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติการของหน่วยรบพิเศษสหรัฐ ที่จังหวัดอิดลิบ ทางตอนเหนือของซีเรีย เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ที่ผ่านมา

นางราสมิยา อาวาด พี่สาวของอดีตผู้นำกลุ่มไอเอส

ก่อนหน้านี้รัฐบาลตุรกีได้ประกาศการจับกุมนางราสมิยา อาวาด วัย 65 ปี ได้ที่เขตชานเมืองอาซาซ ในจังหวัดอเลปโป ทางตอนเหนือของซีเรีย ซึ่งทางตุรกียืนยันว่านางอาวาดคือพี่สาวของบักห์ดาดี พร้อมกันนั้นได้มีการจับกุมสามีและลูกสะใภ้ของอาวาดมาพร้อมกันด้วย

ที่มา www.dailymail.co.uk

ลูกสาวโพสต์อาลัย ‘พ่อคือวีรบุรุษ’ สู้สุดใจจนกระสุนหมด

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดเหตุคนร้ายบุกยิงถล่มป้อม ชรบ. ในพื้นที่ จ.ยะลา เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา
  • เหตุการณืดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บอีก 5 ราย
  • ลูกสาวหนึ่งในผู้สูญเสียพ่อและแม่ในเหตุการณ์ดังกล่าว โพสต์ข้อความสุดอาลัยต่อการจากไป

จากกรณีคนร้ายไม่ทราบจำนวนบุกยิงถล่มป้อม ชรบ. ในพื้นที่บ้านทางลุ่ม หมู่ 5 ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา เป็นเหตุทำให้ที่เจ้าหน้าที่เสียชีวิตรวม 15 ศพ และบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก เหตุเกิดคืนวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความสะเทือนใจต่อชาวบ้านและญาติผู้เสียชีวิตอย่างมาก

โดย น.ส.ธิดารัตน์ ยอดแก้ว เป็นหนึ่งในผู้ที่ต้องสูญเสียบุคคลในครอบครัวจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งได้โพสต์ข้อความสุดอาลัยที่ต้องสูญเสียพ่อและแม่ โดยระบุว่า

“#วีรบุรุษของลูก….
พ่อทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว #กระสุนหมดแม๊ค เพื่อนรอดชีวิตบางส่วน พ่อทำในสิ่งที่ใจพ่อรัก ที่ใจพ่อคิดและหวังไว้มาตลอด…

จะสู้ถ้ามีโอกาสสู้” วันนี้พ่อสู้ สู้ได้สมศักดิ์ศรี ชาวลำพะยา
พ่อคือความภาคภูมิใจของลูกๆหลานๆและชาวลำพะยา

รัชนก เธอเกิดมาเพื่อคู่กับสุนทรจริงๆ ไปไหนไปด้วยกัน เที่ยวไหนเที่ยวด้วยกัน กินไรกินด้วยกัน ทุกข์ก็ทุกข์ด้วยกัน ยามสุขก็สุขร่วมกัน….
จนวินาทีสุดท้ายของชีวิตก็ได้ใช้ร่วมกัน…

เกิดชาติหน้าฉันท์ใด จะขอเกิดเป็นลูกพ่อกับแม่อีก…

จากกันเพียงกายแต่ใจลูกนี้ยังผูกพันธ์….”

อย่างไรก็ตามภายหลังโพสต์ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกไป มีผู้ใช้เฟซบุ๊กจำนวนมากความไปแสดงความเสียใจ พร้อมให้กำลังใจเจ้าโพสต์ที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักยิ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ขอบคุณ : ธิดารัตน์ ยอดแก้ว