2542 – 2562 “ลอยกระทงวันสงกรานต์” 20 ปีกับเพลงฮิตในตำนาน

ประเด็นน่าสนใจ

  • เพลงลอยกระทงวันสงกรานต์ ของอ่ำ อัมรินทร์ ได้สร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการเพลงไทยได้อย่างถล่มทลาย ทั้งกระแสและยอดขาย ส่งผลให้เพลงนี้กลายเป็นอีกเพลงในตำนานของวงการเพลงไทย ที่ยืนระยะมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 – 2562 รวม 20 ปี

อย่าสาดน้ำได้ไหม ช่วยเห็นใจกันบ้าง ขอให้ช่วยหลีกทาง คนกำลังลอยกระทง
อย่าให้เทียนเปียกน้ำ เดี๋ยวผลบุญไม่ส่ง ผมจะลอยกระทงในวันสงกรานต์

ในปีพ.ศ.2542 อ่ำ อัมรินทร์ได้ปล่อยอัลบั้มที่เรียกว่ากลายเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์สำคัญของวงการเพลงไทย คืออัลบั้ม อัมรินทร์พาซ่า ซึ่งขณะนั้นตัวของเขาเองกำลังเป็นนักร้องนักแสดงที่เรียกว่าได้รับยอมรับว่าเป็นอีกหนึ่งดาวรุ่งที่พุ่งแรงที่สุด ที่ถูกใจทั้งคอเพลงและคอละคร หลังจากเข้าวงการมาจากการเป็นพิธีกรคู่กับยู่ยี่ อลิสา ในรายการแบง แบง แบ็งคอก หลังจากตระเวนส่งเดโม่ให้กับบรรดาค่ายเพลงต่างๆ และเป็นแกรมมี่ที่เซ็นสัญญาให้เป็นศิลปิน และมีผลงานอัลบั้มแรกในปี พ.ศ.2537 กับอัลบั้ม “00.55 น. ลืมตามาอ่ำ”

ระยะทางก่อนที่อ่ำ อัมรินทร์จะมาลอยกระทงวันสงกรานต์

จากอัลบั้มแรกในปี พ.ศ.2537 หลังจากจบโปรโมทอัลบั้มแรกจบไป อ่ำ ได้ขยับขยายผลงานจากการเป็นนักร้องสู่งานประเภท ทั้งงานละคร ในละครเรื่อง “แอบเก็บใจไว้ใกล้เธอ” (ปี 2539) ในบทพระรอง , “ทรามวัยกับไอ้จก” (เมษายน ปี 2540) ที่ประกบคู่กับอ้อม พิยดา , “เฉพาะหัวใจให้เธอ” (ปี 2541) ที่แสดงนำคู่กับนัท มีเรีย ผลงานภาพยนตร์สั้นทางโทรทัศน์ “On The Road” (ปี 2539)ที่แสดงคู่กับเพื่อนซี้อย่าง อิงค์ อชิตะ และผลงานเพลงในอัลบั้ม Amarin (พ.ศ. 2539) , ประเทศไทย I Love You (พ.ศ. 2541)

บุคลิกที่จับตาได้

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผลงานของอ่ำ อัมรินทร์ในช่วงเวลานั้น เป็นผลงานที่สร้างกระแสและทำให้เขาขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งนักร้องนักแสดงที่มีอิทธิพลต่อผู้ชมผู้ฟัง คือ รูปร่างหน้าตาที่หล่อและมีเอกลักษณ์ รวมทั้งภาพลักษณ์ที่ดูเข้าถึงได้ง่าย มีความกวนๆ ขี้เล่น และฝีมือของเขาที่ทำให้ทั้งคอเพลงก็อินไปกับเพลงที่เขาร้องด้วยลักษณะการร้องที่ดูจริงใจ มีความซื่อๆ และคอละครก็อินไปกับบทบาทที่เขาได้รับ ทำให้ความดังของเพลงลอยกระทงวันสงกรานต์ เป็นเพลงที่มีภาพลักษณ์ของผู้ชายแมนๆจริงใจที่แม้จะอกหัก แต่ก็ยังมีความกวนๆอยู่ ซึ่งคาแรกเตอร์แบบนี้โดนใจคอเพลงได้อย่างง่ายดาย

ทีมงานเบื้องหลังการันตีความดัง

นอกจากภาพลักษณ์ของอ่ำ อัมรินทร์จะมีผลต่อความดังของเพลงแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ควรได้รับการยกย่องคือทีมงานเบื้องหลังอย่าง สารภี ศิริสัมพันธ์ เจ้าของเพลงดังอย่าง ลึกสุดใจ – โจ ก้อง , จะเอาจากไหน – เบิร์ด ธงไชย , ไม่ต้องมีคำบรรยาย – Mr.Team และอีกมากมาย เป็นคนเขียนเนื้อร้อง และได้ เทียนชัย เกียรติปรุงเวช โปรดิวเซอร์มือฉมังเป็นคนทำทำนองและเรียบเรียง แน่นอนว่าเมื่อเพลงลอยกระทงวันสงกรานต์ถูกปล่อยมาให้ได้ฟัง นอกจากอ่ำ อัมรินทร์จะดังขึ้นกว่าเดิม ทีมงานเบื้องหลังผู้ทำเพลงนี้ ก็เป็นอีกบุคลากรที่ได้รับการยกย่องด้วย

เนื้อหาที่ออกจากกรอบแบบเดิมๆ

ความสำเร็จอีกประการที่ควรถูกพูดถึงสำหรับเพลงนี้ คือ การนำประเพณีสำคัญของไทย มาเล่นกับเรื่องราวที่ร่วมสมัย ทั้งประเพณีสงกรานต์และประเพณีลอยกระทง เป็นประเพณีที่สร้างความรู้สึกร่วมแก่คนไทยอย่างมาก เมื่อมาผสมกับเนื้อหาในเพลงที่พูดถึงความรัก การอกหัก ความเสียใจ ในสถานการณ์ที่แปลกประหลาด มันจึงสร้างอารมณ์อีกแบบให้กับคนฟัง และทำให้เพลงนี้โดนใจทุกคนทั้งประเทศ

ขอบคุณคลิปและภาพประกอบจาก Youtube : GMM GRAMMY OFFICIAL

ชัชชาติ ชวนลอยกระทงออนไลน์ หวังไม่เพิ่มขยะให้แม่น้ำ-ลำคลอง

ประเด็นน่าสนใจ

  • ข้อแนะนำนี้นอกจากเป็นการขอขมาแบบทันยุค ยังเป็นการไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมด้วย
  • นอกจากลอยกระทงแล้วยังชวนเก็บขยะตามแม่ล้ำ เพื่อเป็นการขอขมา และช่วยพระแม่คงคาด้วย

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่า กทม. ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เชิญชวนคนไทยหันมาลอยกระทงออนไลน์ และหลีกเลี่ยงการใช้กระทงที่ทำจากโพม เพื่อลดปัญหาขยะในแม่น้ำลำคลอง ในการรักษาสืบสานประเพณีลอยกระทงที่มีมายาวนาน

โดยสาเหตุที่ชวนมาลอยกระทงออนไลน์นั้น เพื่อสนับสนุนประเพณีแบบทันยุคสมัย ไม่ทำร้ายแม่น้ำ และทะเลนั่นเอง ขณะเดียวกันการขอขมาพระแม่คงคา นอกจากการลอยกระทงแล้ว ยังมีอีกวิธีคือ

การรณรงค์เก็บขยะตามแม่น้ำลำคลอง รวมถึงลอกท่อ เพื่อเป็นการรักษาบ้านของพระแม่คงคาให้สะอาดด้วย ซึ่งข้อความทั้งหมดของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมท่านนี้โพสต์ไว้ ระบุว่า

“ปีนี้เรายังเลือกผู้ว่า กทม. ไม่ได้ แต่เราเลือกกระทงที่จะลอยได้”

เลือกที่จะลอย/ไม่ลอยกระทง(กระทงอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แม่น้ำ และทะเล)
เลือกกระทงออนไลน์ สนับสนุนประเพณีแบบทันยุคสมัย ไม่ทำร้ายแม่น้ำทะเล

หากเลือกจะลอยกระทงของจริงอย่าเลือกกระทงโฟม/พลาสติกครับ เพราะ ปี 61 จากกระทงทั้งหมดที่ กทม.เก็บ 841,327 ใบ มีกระทงโฟมถึง 44,883 ใบ โฟมจะอยู่ในสิ่งแวดล้อมกว่า 50 ปี

นอกจากนี้ ในการขอขมาพระแม่คงคา ผมเห็นด้วยกับคุณโจอี้บอยที่เสนอว่า เราควรที่จะช่วยกันเก็บขยะชายหาด แม่น้ำ ลำคลองแถวบ้าน ลอกท่อ ด้วยครับ(ขอบคุณ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ สำหรับข้อมูลครับ)

ลิ้งค์โพสของคุณโจอี้บอยครับ
https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=10157293024770339&id=603260338

สำหรับแฟนข่าวท่านไหน ที่อยากลองลอยกระทงออนไลน์แบบทันยุคสมัยตามที่ว่าที่ผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ แนะนำ ก็สามารถเข้าไปลอยได้ที่ ลอยกระทงออนไลน์ MThai.com เพราะทางเราคัดสรรกระทงหลายรูปแบบมาให้ได้อธิฐานตั้งจิตขอพร และขอขมาพระแม่คงคาในประเพณีลอยกระทงปีนี้ด้วยเช่นกัน

แจงภาพดราม่า หมอใช้ไม้บรรทัดไว้วัดปริมาณขวดน้ำเกลือ

จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งตั้งข้อสงสัยการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ว่าไม่เหมาะสม หลังเมืองไทยเข้าสู่ยุค 4.0 แล้ว โรงพยาบาลยังไร้มาตรฐานไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย แถมมีการนำไม้บรรทัดมาวัดขวดน้ำเกลือของผู้ป่วยเกี่ยวกับสมองนั้น

ทางเพจ Drama-addict ได้มีการออกมาชี้แจงถึงการใช้อุปกรณ์ดังกล่าวว่า เป็นอุปกรณ์เจาะระบายน้ำในสมองเพื่อลดความดันในสมองให้คนไข้ ที่ประยุกต์มาจากสมัยเรียนที่ศิริราช ไม่ใช่เครื่องมือไร้มาตรฐาน

อีกทั้งไม่ใช่การทดลองของคุณหมอ แต่เป็นการช่วยชีวิตคนไข้ ถึงแม้มันไม่สวยงามแต่ก็สามารถช่วยได้ ทั้งนี้หากเห็นอะไรที่ไม่ชอบมาพากล หรือเห็นภาพไม่คุ้นตา ก็ถามได้จะได้เข้าใจตรงกัน เพราะส่วนมากที่หมอทำมีเหตุผลทั้งนั้น

อธิบายโพสนี้ อันนี้คือ อุปกรณ์ระบายความดันจากในสมอง กับอุปกรณ์วัดความดันในสมอง

คุณหมอที่ทำให้นี่ไม่ใช่คุณหมอไร้จรรยาบรรณ ที่ทำการทดลองกับคนไข้แน่นอน แต่คุณหมอพยายามช่วยคนไข้อย่างเต็มที่อยุ่ครับ ไม่งั้นเขาไม่ทำงี้ให้คนไข้หรอกครับ อาจจะดูไม่สวยงามนัก แต่มันใช้วัดค่าเพื่อช่วยชีวิตคนไข้ได้ครับ

วันหลังมีอะไรไม่เข้าใจก็ถามหมอได้เนอะ ล่าสุดเจ้าของโพสน่าจะเข้าใจละ เพราะเห็นว่าคุณหมออธิบายให้ฟังแล้วว่าอันนี้เอาไว้ทำอะไร ก็ฝากถึงพ่อแม่พี่น้องว่า เวลาเห็นอะไรที่ไม่คุ้นตา ถามได้ครับ ส่วนมากหมอมีเหตุผลที่ทำทั้งนั้นล่ะ

เคสนั้นคุณหมอเจ้าของเคสทักมาแก้ไขข้อมูลเล็กน้อย

คือหมอเขาเป็นศัลยกรรมระบบประสาท ส่วนไอ้ที่เห็น คือระบบที่เจาะระบายน้ำในสมองเพื่อลดความดันในสมองให้คนไข้ แล้วเขาประยุกต์นวัตกรรมจากสมัยเขาเรียนที่ศิริราช มาทำเป็นอุปกรณ์วัดความดันในสมอง

หมอเขาฝากมาว่า เขาจบมาก็มาอยู่ในพื้นที่ขาดแคลนหมอศัลยกรรมระบบประสาท ทั้งจังหวัดมีเขาคนเดียว วันนี้โดนด่าลงเฟซแบบเสียหมา โคตรท้อเลย

ปล ปลอบไปละ ถถถถถ ไม่ต้องห่วง เด๋วหมอแกลุยต่อ แต่ช่วยกันถนอมหมอโดยเฉพาะหมอเฉพาะทางกันหน่อย ยิ่งมีน้อยๆอยู่ อย่างของเขาจบมาเนี่ยศิริราชเทรนหมอด้านนี่ได้ปีละสี่คน หลายๆสาขาก็คล้ายๆกันคือกำลังผลิตตเราจำกัดว่ะ