สภาล่ม! ส.ส.ฝ่ายค้านวอร์คเอาท์ หลังรัฐบาล แพ้โหวต แต่ขอลงมติใหม่

ประเด็นน่าสนใจ

  • วันนี้สภามีการหารือ เกี่ยวกับการ ตั้ง กมธ. วิษามัญศึกษาผลกระทบเกี่ยวกับการใช้อำนาจ คสช. การออกคำสั่ง ม.44
  • ผลการลงมติปรากฏว่า ส.ส.ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการตั้ง กมธ. วิสามัญดังกล่าว
  • ฝ่ายรัฐบาล จึงขอให้ ปธ.สภา นับคะแนนใหม่ หลังแพ้ฝ่ายค้านไปด้วยคะแนน 234 ต่อ 230 เสียง
  • ฝ่ายค้านไม่พอใจ จึงทยอยเดินออกจากห้องประชุมเพื่อเป็นการประท้วง
  • ปธ.สภา นัดลงมติใหม่พรุ่งนี้ (28 พ.ย. 2562)

เมื่อเวลาประมาณ 18.55 น. สภาผู้แทนราษฎร กลับมาประชุมอีกครั้งหลังพักการประชุมไปกว่า 1 ชั่วโมง เนื่องจากไม่สามารถหาข้อสรุปได้ว่า จะลงมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบเกี่ยวกับการใช้อำนาจ คสช. การออกคำสั่ง และการใช้ ม.44 ของ คสช. ใหม่อีกครั้งหรือไม่

โดยนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ยืนยันว่า จำเป็นต้องทำตามระเบียบข้อบังคับการประชุมสภาฯ จึงทำให้สมาชิกหลายคนไม่พอใจ ด้าน นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล ระบุว่า ส่วนตัวไม่ต้องการใช้ระเบียบข้อบังคับข้อ 85 ในการขอนับคะแนนใหม่

ยืนยันว่า การทำงานไม่ได้ต้องการชนะคะคาน แต่หากการทำงานเป็นมติวิปรัฐบาล ก็จะดำเนินตามมติวิปรัฐบาล และมีความจำเป็นที่จะเสนอนับคะแนนใหม่ และยืนยันว่า จะเสนอขอนับคะแนนใหม่

ขณะที่ นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน ยังยืนยันว่า ขอให้ทบทวนใหม่อีกครั้ง แต่ประธานสภาฯ ก็ยังยืนยันสั่งให้นับคะแนนใหม่ ซึ่งการนับคะแนนใหม่ตามระเบียบข้อบังคับนั้น กำหนดให้เป็นการลงมติใหม่ด้วยการขานชื่อเป็นรายบุคคล พร้อมกล่าวต่อที่ประชุมว่า

ขออภัยเพื่อนสมาชิกที่ไม่ถูกใจด้วย จึงส่งผลให้ ส.ส.ฝ่ายค้านทยอยเดินออกจากห้องประชุมสภาฯ และ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ได้ยกมือขอให้ประธานสภาฯ สั่งนับองค์ประชุม ซึ่งประธานสภาฯ ก็ได้รับปากว่า จะต้องนับองค์ประชุมก่อนลงมติอยู่แล้ว

ซึ่งจำนวนสมาชิกทั้งหมด 499 คน จะต้องมีสมาชิก 250 คน จึงจะครบองค์ประชุมแล้วสามารถประชุมต่อไป แต่เมื่อนับองค์ประชุมแล้วพบว่า มีเพียง 92 คน ถือว่า องค์ประชุมไม่ครบ ประธานสภาฯ จึงสั่งปิดการประชุม แล้วประชุมสภาฯ ต่อในวันพรุ่งนี้เช้า (28 พ.ย. 62)

ได้กฤษ์เปิดแล้ว ถนนคนเดินเมืองกรุง ดีเดย์ 15 ธ.ค.นี้

ประเด็นน่าสนใจ

  • การจัดถนนคนเดินในเมืองกรุง เป็นไปตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล
  • ถนนสามสายที่จะจัดเป็นถนนคนเดินได้แก่ ถนนสีลม ถนนเยาวราช และถนนข้าวสาร

นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงความคืบหน้า กรณีที่ กรุงเทพมหานคร ได้รับนโยบายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้จัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในระยะเร่งด่วนภายใน 3 เดือน และกิจกรรมที่จะจัดตลอดระยะเวลา 1 ปีข้างหน้า

โดยการจัดกิจกรรมในระยะเร่งด่วน 2 จุด คือจุดแรก บริเวณถนนสีลม เขตบางรัก จะจัดในรูปแบบสีลมถนนคนเดิน (Silom Walking Street) มีจำหน่ายสินค้า ออกบูธร้านอาหารชื่อดัง และการแสดงดนตรี ปิดถนนตั้งแต่บริเวณแยกศาลาแดงถึงแยกนรารมย์ ระหว่างเวลา 12.00 – 22.00 น.

กำหนดจัดครั้งแรกในวันอาทิตย์ที่ 15 ธ.ค.นี้ และจะจัดในทุกวันอาทิตย์ที่ 3 ของทุกเดือน ตั้งแต่เดือน ธ.ค.62 – พ.ค.63 จากนั้นจะมีการประเมินผลการจัดกิจกรรม หากได้รับความนิยมจากประชาชนก็จะขยายเวลาการจัดกิจกรรมเพิ่มเติม

จุดที่ 2 คือ ถนนเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ จะจัดในรูปแบบเยาวราชถนนคนเดิน (Yaowaraj Walking Street) จะมีการจำหน่ายอาหาร การแสดงดนตรี และการประดับไฟ กำหนดจัดในวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 13 – 15 ธ.ค.62 เป็นต้นไป

ระหว่างเวลา 19.00 – 24.00 น. โดยในวันศุกร์และเสาร์จะปิดช่องการจราจรด้านซ้ายสุด 1 ช่องทาง และด้านขวาสุด 1 ช่องทาง เพื่อให้รถสามารถสัญจรได้ ส่วนวันอาทิตย์จะปิดถนนเต็มรูปแบบตั้งแต่บริเวณแยกเฉลิมบุรีถึงแยกราชวงศ์ เพื่อให้ประชาชนสามารถจับจ่ายซื้อสินค้าและรับประทานอาหารได้อย่างเต็มที่

ขณะที่ ถนนข้าวสาร เขตพระนคร จะเป็นกิจกรรมการแสดงด้านศิลปวัฒนธรรมให้นักท่องเที่ยวได้ชม อาทิ โขน หนังตะลุง กำหนดจัดทุกวันจันทร์ตั้งแต่วันที่ 16 ธ.ค. 62 เป็นต้นไป โดยภายหลังจากวันที่ 15 ม.ค. 63 จะปรับเปลี่ยนการจัดกิจกรรมเป็นรูปแบบถนนคนเดิน

ซึ่ง กทม. มีแผนดำเนินการอยู่ก่อนแล้ว อาจปิดถนนตะนาว และถนนสิบสามห้างเพิ่มเติม เพื่อจัดเป็นถนนคนเดินแบบเต็มรูปแบบ มีการออกร้านจำหน่ายสินค้า และกิจกรรมอื่นๆ เพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือความชัดเจนเพื่อดำเนินการต่อไป

อีกจุดหนึ่ง คือ คลองบางหลวง เขตภาษีเจริญ ซึ่งมีวัดเก่าแก่และวัฒนธรรมริมคลองที่น่าสนใจ จะจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเพิ่มเติม อาทิ กิจกรรมชิม ช้อป ชิลล์ ร้านจำหน่ายอาหาร ผลิตภัณฑ์ชุมชนจาก 15 เขตฝั่งธนบุรี และการแสดงศิลปวัฒนธรรม เป็นต้น

กำหนดจัด 6 ครั้ง ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่วันที่ 18 ม.ค. – ก.พ.63 โดยจะเพิ่มความถี่การเดินเรือในเส้นทางจากเดิมเรือออกทุก 30 นาที เป็นออกทุก 15 นาที เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน

สำหรับพื้นที่เขตคลองสานและเขตธนบุรี จะจัดในรูปแบบศิลป์ในซอย มีการจำหน่ายอาหารจากชุมชน การแสดงดนตรี ศิลปะ และการประดับไฟ กำหนดจัดเป็นรายไตรมาส 3 เดือนครั้ง คาดว่าจะเริ่มจัดภายในเดือน ม.ค. 63

ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือ เนื่องจากต้องใช้งบประมาณ อาจจะต้องหาเอกชนร่วมสนับสนุนเพิ่มเติม ส่วนการจัดกิจกรรม street food festival ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือความชัดเจนเรื่องวันและสถานที่จัดกิจกรรม

นอกจากนี้ ในที่ประชุมผู้บริหารกรุงเทพมหานครครั้งต่อไปจะมอบหมายสำนักงานเขตทั้ง 50 เขต เสนอกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ หากจุดใดมีศักยภาพสามารถดำเนินการได้ให้ทยอยจัดกิจกรรม ภายในปี 2563 กรุงเทพมหานครจะมีกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจตลอดทั้งปี โดยจะจัดทำปฎิทินการท่องเที่ยวเพื่อประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวทราบล่วงหน้า

‘ช่อ พรรณิการ์’ ไม่หวั่นเนชั่นฟ้องกลับ จี้ กกต. จัดการปมโอนหุ้นสื่อผิดปกติ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ช่อ พรรณิการ์ เผย เนชั่นจะดำเนินการฟ้องกลับ ก็ถือว่าเป็นสิทธิที่สามารถทำได้
  • ยืนยันจะเอาผิดกลับสื่อที่เผยแพร่ข้อมูลเฟคนิวส์
  • พร้อมจี้ กกต. ตรวจสอบการโอนหุ้นสื่อนอกตลาดแบบผิดปกติของ มาดามเดียร์

ที่ สัปปายะสภาสถาน รัฐสภาแห่งใหม่ ถนนเกียกกาย นางสาวพรรณิการ์ วานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ชี้แจงถึงกรณีที่ เนชั่นจะดำเนินการฟ้องกลับฐานหมิ่นประมาท ด้วยการโฆษณา ว่า ตนเองขอยืนยันการแถลงข่าวกรณีที่พรรคอนาคตใหม่โดนโจมตีจากสื่อบางสำนัก เป็นการพูดบนหลักการของข้อเท็จจริง

และเป็นการวิจารณ์แบบสุจริต อีกทั้งเป็นการเรียกร้องความเป็นธรรมในฐานะที่พรรคอนาคตใหม่ ถูกกล่าวร้ายป้ายสีมาโดยตลอด นอกจากนี้ ยังเป็นการให้สื่อมวลชนตระหนักถึงจรรยาบรรณและวิชาชีพในการเสนอข่าว ส่วนการที่เนชั่นฟ้องกลับนั้น โดยส่วนตัวมองว่า เป็นสิทธิของเนชั่น ที่สามารถทำได้

โดย จากการตรวจสอบเฟคนิวส์ ทีมกฎหมายของพรรค กำลังรวบรวมข้อมูลจากสื่อต่างๆ เพื่อจะดำเนินคดีกับผู้ที่เผยแพร่ข่าว และปล่อยข่าวที่บิดเบือน ซึ่งตนเองได้เตือนไปยังสื่อต่างๆ ให้เลิกเผยแพร่ข่าวที่ไม่เป็นความจริง พร้อมยืนยันการดำเนินการลักษณะนี้ ไม่ได้เป็นการท้าชนในเรื่องการต่อสู้ทางกฎหมาย แต่เพื่อให้สื่อตระหนักถึงจรรยาบรรณวิชาชีพที่ควรจะเป็น

ทั้งนี้ นางสาวพรรณิการ์ วานิช กล่าวถึงประเด็นเรื่อง นางสาววทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ว่า เคยถือหุ้นสื่อในเครือเนชั่น และโอนหุ้นให้สามี คือ นายฉาย บุนนาค ดำรงตำแหน่งแทนนั้น นางสาวพรรณิกา เผยว่า จากการตรวจสอบ ตนเองพบว่านางสาววทันยา โอนหุ้นส่วนหนึ่ง วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ก่อนลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพียงแค่ 7 วัน

ตนเองมีความสงสัยว่า ทำไมถึงไม่โอนหุ้นทั้งหมดในเดือนพฤศจิกายน 2561 พร้อมกับหุ้นของนิวส์ เน็ตเวิร์ค อีกทั้ง การโอนหุ้นของเนชั่น กลับโอนนอกตลาดหลักทรัพย์ เป็นการทำหนังสือสัญญาเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งสามารถนำเอกสารมาใส่วันที่เองได้ และโดยส่วนตัวสงสัยว่า ทำไมการโอนหุ้นเนชั่นถึงอยู่ในเวลาที่กระชั้นชิด

อีกทั้งพรรคอนาคตใหม่ได้ยื่นเรื่องการโอนหุ้นสื่อนอกตลาดแบบผิดปกติ ของนางสาววทันยา ไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ให้ตรวจสอบ และเรียกไปชี้แจงเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตามส่วนประเด็นความคืบหน้า กรณีที่ได้ยื่นหนังสือกับ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเศรษฐกิจและสังคม เรื่องเฟคนิวส์ในสื่อโซเชียลนั้น โฆษกพรรคอนาคตใหม่ เผยว่า เรื่องนี้สื่อฯ ต้องไปถามกับรัฐมนตรีเองว่ามีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง แท้จริงแล้วศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมตั้งขึ้นมา เพื่อช่วยแก้ไขเฟคนิวส์ให้กับทุกคน หรือช่วยเพียงฝ่ายรัฐบาลกันแน่