พล.ต.บุรินทร์ ชี้แจง กรณีดำเนินคดีผู้เห็นต่างทางการเมือง

ประเด็นน่าสนใจ

  • รังสิมันต์ กมธ.กฎหมาย แถลงข่าว หลังเชิญ พล.ต.บุรินทร์ ชี้แจง กรณีดำเนินคดีผู้เห็นต่างทางการเมือง
  • ด้าน พล.ต.บุรินทร์ แจงการดำเนินคดีกับผู้เห็นต่าง เป็นการทำตามหน้าที่โดยคำสั่งผู้บังคับบัญชา

ที่ สัปปายะสภาสถาน รัฐสภาแห่งใหม่ ถนนเกียกกาย นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ และในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร หรือ กมธ. กฎหมาย แถลงผลการประชุมพิจารณาศึกษากรณีการดำเนินคดีโดยรัฐ เพื่อกลั่นแกล้งผู้เห็นต่างทางการเมือง

ซึ่งได้เชิญฝ่ายผู้ร้อง คือ นายกรกช แสงเย็นพันธุ์ แกนนำกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย และฝ่ายผู้ถูกร้อง คือ พลตรีบุรินทร์ ทองประไพ ผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญทหารบก และ พันเอกพิทักษ์พล ชูศรี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 22 เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นจากทั้งสองฝ่าย

ทั้งนี้ กมธ. กฎหมาย ได้สอบถามถึงการใช้ดุลพินิจ ก่อนแจ้งความดำเนินคดีกับฝ่ายผู้ร้องหรือไม่ ซึ่งมีคนจำนวนมากถูกดำเนินคดี ทั้งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ 116 รวมถึงคดีที่ขัดกับประกาศ คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.

โดยพลตรีบุรินทร์ชี้แจง ว่า การดำเนินคดีกับผู้เห็นต่างเป็นการทำตามหน้าที่ โดยคำสั่งผู้บังคับบัญชา คือ คสช. ที่เป็นผู้ใช้ดุลพินิจพิจารณาว่าบุคคลใดจะถูกดำเนินคดี ด้วยข้อหาใด ผ่านทางเลขาธิการ คสช. คือ ผู้บัญชาการทหารบก

นายรังสิมันต์ ได้แถลงต่อว่า นายกรกช อาจมีแนวทางยื่นหนังสือต่อ กมธ. กฎหมาย เพื่อขอให้มีการเรียกผู้บัญชาการทหารบก มาชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติม

แต่ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการ จะต้องรอให้มีการยื่นหนังสือเข้ามาก่อน จึงจะเชิญผู้บัญชาการทหารบก มาสอบถามว่าเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ใน และหรือปัจจุบันหรือไม่

ผู้เสียหายคริสตจักรฯ​ ยื่นหนังสือร้องเรียน คดีพิพาท ที่ดิน อ.ชะอำ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผู้เสียหายคริสตจักรฯ​ รวมตัว​ 30 คน​ ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการการปกครอง​
  • คดีพิพาท ที่ดิน อ.ชะอำ มูลค่า 180 ล้าน และคดีลดสวัสดิการสมาชิก 106 ท่านของทั้ง 2 คริสตจักร

ผู้เสียหายของคริสตจักรไมตรีจิต , คริสตจักรแสงสว่างและคริสจักรในเครือจำนวน 30 คน  เดินทางมายังรัฐสภาใหม่ สัปปายะสภาสถาน​ เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียน ต่อคณะกรรมาธิการการปกครอง ในประเด็นความไม่โปร่งใส 2 ข้อกล่าวหาต่อผู้บริหารสภาคริสตจักรในประเทศไทย ได้แก่ คดีพิพาท ที่ดิน อ.ชะอำ มูลค่า 180 ล้าน และคดีลดสวัสดิการสมาชิก 106 ท่านของทั้ง 2 คริสตจักร และยังจะมีอีกหลายคดีติดตามมาในภายหลัง

ผู้เข้าร้องเรียนเปิดเผยว่า คดีพิพาท​ ที่ดิน​ อ.ชะอำ​ ด้วยเมื่อประมาณกลางปี พ.ศ.2556 มูลนิธิคริสเตียนบริการ (แบ๊บติสท์) “มูลนิธิฯ” ได้มีดำริที่จะพัฒนาที่ดินของมูลนิธิฯ ที่ตำบลบ่อฝ้าย อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งมีเนื้อที่รวม 22 ไร่ 3 งาน 8 ตารางวา จึงได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดหนึ่งขึ้นมา เรียกว่า “คณะอนุกรรมการพัฒนาบ้านพักมิชชั่นชะอำมูลนิธิคริสเตียนบริการ (แบ๊บติสท์)”

เพื่อดำเนินการสรรหาผู้ลงทุนมาทำการพัฒนาที่ดินดังกล่าว เพื่อนำเงินรายรับมาทำกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิต่อมาคณะอนุกรรมการฯได้มีการประชุม​ โดยในการประชุมนั้น มีนายทวีศักดิ์​ มหชวโรจน์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่ง เป็นประธานกรรมการมูลนิธิคริสเตียนบริการ (แบ๊บติสท์) และเป็นประธานคณะธรรมกิจคริสตจักร ภาคที่ 12 ของมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทยด้วย เป็นผู้ทำหน้าที่เป็นประธานจัดการประมูลการให้เช่าที่ดินดังกล่าว

ส่วนคริสตจักรไมตรีจิตได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการปกครองสภาผู้แทนราษฎร ได้โปรดพิจารณาดำเนินการตรวจสอบการกระทำ ของนายทวีศักดิ์​ มหชวโรจน์​ ประธานกรรมการมูลนิธิครสิเตียนบริการ (แบ๊บติสท์)และประธานกรรมการมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย (ตำแหน่งในปัจจุบัน)

และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ถึงฐานะหรือความประพฤติไม่เหมาะสมในการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิคริสเตียนบริการ (แบ๊บติสท์) และมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทยให้ด้วย

ทั้งนี้ด้วยเห็นว่า อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อคริสเตียนในประเทศไทย และเป็นการก่อให้เกิดความแตกแยกในกลุ่มคนที่นับถือศาสนาคริสต์อันจะนำมาซึ่งความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศได้ จึงขอไห้โปรดพิจารณาดำเนินการตรวจสอบเพื่อดำเนินการตามที่เห็นสมควร

และคดีกลั่นแกล้งลดสวัสดิการสมาชิก 106 ท่านของทั้ง 2 คริสตจักร​ นายเชาวรินทร์ เชื้อสวัสดิ์ ผู้รับมอบอำนาจ ของผู้รับใช้ในสังกัดคริสตจักรภาคที่ 1 จำนวน 106 ท่าน ที่ยังไม่ได้รับการระบุชื่อให้เป็นสมาชิกสวัสดิการรักษาพยาบาลกรณีผู้ป่วยใน ประจำปี 2019 ทำให้ไม่สามารถใช้สิทธิในการเข้ารักษาพยาบาล ตามโรงพยาบาลที่ผู้รับใช้ดังกล่าวได้เลือกเอาไว้ได้ 

โดยปกติสภาคริสตจักรในประเทศไทยจะมีสวัสดิการให้ผู้รับใช้พระเจ้า  โดยการมีสวัสดิการรักษาพยาบาลผู้ป่วยในซึ่งผู้รับใช้ทั้ง106 ท่านก็ได้รับมาอย่างต่อเนื่อง ในเดือนพฤษจิกายน 2016 ผู้รับใช้เหล่านี้ได้ออกจากภาค12 มาเข้าสังกัดภาค1 ก็ยังได้รับสวัสดิการดังกล่าวมาจนถึงปี2019 นี้ จึงได้รับหนังสือแจ้งว่ายังไม่ได้รับการระบุชื่อให้เป็นสมาชิกสวัสดิการดังกล่าว 

คริสตจักรภาคที่ 1 ได้เคยทำหนังสือสอบถามไปยัง เลขาธิการสภาคริสตจักรในประเทศไทย และผู้อำนวยการสำนักงานบุคลากร สภาคริสตจักรฯ ถึงคุณสมบัติ และ เอกสารในการประกอบการพิจารณา

และให้ชี้แจงว่าหากมีการเจ็บป่วยของผู้รับใช้ในสังกัดคริสตจักรภาคที่ 1 จำนวน 106 ท่าน ที่ยังไม่ได้รับการระบุชื่อให้เป็นสมาชิกสวัสดิการรักษาพยาบาลกรณีผู้ป่วยใน ประจำปี 2019 จะต้องทำอย่างไร และใครจะเป็นผู้รับผิดชอบในกรณีดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตามได้ยื่นหนังสือถึงคณะกรรมาธิการการปกครองสภาผู้แทนราษฎร  ได้โปรดพิจาณาดำเนินการตรวจสอบการกระทำ ของมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ที่กระทำต่อผู้รับใช้ทั้ง 106 ท่าน

ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย ซึ่งเป็นสมาชิกของมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย ถึงการไม่ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ และดำเนินการที่ขัดต่อวัตถุประสงค์ของมูลนิธิแห่งสภาคริสตจักรในประเทศไทย ให้ด้วยทั้งนี้ด้วยเห็นว่าอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อกลุ่มคริสเตียนในประเทศไทย

หลายคนและหลายกลุ่มบุคคล และเป็นการก่อให้เกิดความแตกแยกในกลุ่มคนที่นับถือศาสนาคริสเตียนแห่งพระเยชูคริสต์ และนำมาซึ่งความเสียหายต่อความมั่นคงแห่งประเทศได้ต่อไป ขอท่านได้โปรดพิจาณาดำเนินการตรวจสอบ และโปรดแจ้ง ให้ข้าพเจ้า ได้ ทราบผลการพิจารณาดำเนินการและผลการตรวจสอบโดยเร็วด้วย

รัสเซียอวดอานุภาพ ขีปนาวุธข้ามทวีป ‘อาวองการ์ด’ เร็วกว่าเสียง 20 เท่า!

ประเด็นน่าสนใจ

  • รัสเซียได้แสดงการทดสอบระบบขีปนาวุธข้ามทวีปเชิงกลยุทธ์อาวองการ์ดให้ผู้ตรวจสอบจากสหรัฐฯดู
  • การสาธิตอาวุธอยู่ภายใต้สนธิสัญญารัสเซีย-สหรัฐฯ

เมื่อวันอังคาร (26 พ.ย.) กระทรวงกลาโหมของรัสเซียเปิดเผยว่ากองทัพรัสเซียได้แสดงการทดสอบระบบขีปนาวุธข้ามทวีปเชิงกลยุทธ์อาวองการ์ด (Avangard ICBM) พร้อมยานร่อนความเร็วยิ่งยวดเหนือเสียง (Hypersonic Glide Vehicles) ให้แก่ผู้ตรวจสอบจากสหรัฐฯ

“การสาธิตอาวุธดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 24-26 พ.ย. ภายใต้สนธิสัญญารัสเซีย-สหรัฐฯ ว่าด้วยมาตรการลดและจำกัดอาวุธร้ายแรงเชิงยุทธศาสตร์เพิ่มเติม” ซเวซดา (Zvezda) บริการกระจายเสียงของกระทรวงฯ ระบุ

อาวองการ์ดเป็นหนึ่งในอาวุธเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ล่าสุดที่วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เปิดเผยขณะกล่าวต่อรัฐสภารัสเซียเมื่อเดือนมีนาคม 2018 เขากล่าวว่าขีปนาวุธรุ่นนี้สามารถทะยานข้ามทวีปได้ด้วยความเร็วถึง 20 เท่าของความเร็วเสียง

เมื่อเดือนธันวาคม 2018 หลังสิ้นสุดการเข้าร่วมการทดสอบยิงขีปนาวุธอันประสบผลสำเร็จ ปูตินระบุว่าขีปนาวุธอาวองการ์ดนั้นทนทานต่อระบบป้องกันทางอากาศในปัจจุบันและระบบที่คาดว่าจะมีในอนาคต รวมถึงระบบต่อต้านขีปนาวุธของศัตรูผู้มีศักยภาพ

ระหว่างการทดสอบ ขีปนาวุธอาวองการ์ดพุ่งตัวเป็นระยะทางไกลมากกว่า 6,000 กม. ตั้งแต่แคว้นโอเรนเบิร์ก (Orenburg) แถบเทือกเขาอูราล ไปจนถึงคาบสมุทรคัมชัตกาทางตะวันออกไกล ก่อนจะปะทะกับเป้าหมาย

สนธิสัญญาว่าด้วยมาตรการลดและจำกัดอาวุธร้ายแรงเชิงยุทธศาสตร์เพิ่มเติม ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อสนธิสัญญาลดอาวุธเชิงยุทธศาตร์ใหม่ หรือนิวสตาร์ต (New START) เริ่มมีผลบังคับเมื่อปี 2001 และคาดว่าจะมีผลจนถึงปี 2021 เป็นอย่างน้อย