เครือข่ายเยาวชนฯ หนุนเดินหน้าแบน สารพิษอันตราย 3 ชนิด

ประเด็นน่าสนใจ

*การยื่นหนังสือเพื่อแสดงเจตนารมณ์ว่าทางกลุ่มไม่เอาสารเคมี 3 ชนิด
*ขู่หากมีการเลื่อนแบนออกไปอีก พร้อมเคลื่อนไหวกดดัน
*ชี้หากไม่มีการใช้สารเคมี 3 ชนิดนี้ จะทำให้คุณภาพชีวิตเยาวชน และประชาชนดีขึ้น
[/sumamary]

ที่บริเวณโถงชั้นล่างอาคารสำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข​ นายสุรนาถ แป้นประเสริฐ ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง (Active youth) พร้อมด้วยแกนนำเยาวชนจากหลายเครือข่าย อาทิ​

เครือข่ายเยาวชนปกป้องสิทธิ เครือข่ายเยาวชนจิตอาสา เครือข่ายเยาวชน​ นักขับเคลื่อนสังคม เครือข่ายนักกฎหมายเพื่อเด็กและเยาวชน ฯลฯ กว่า 40​ คน ยื่นหนังสือถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุน สธ. และรัฐบาล เดินหน้าแบน 3 สารพิษอันตราย เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกหลานไทย

โดยเยาวชนที่มายื่นหนังสือ ได้ทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ นำปิ่นโตใส่อาหารมาร่วมกันทานหน้ากระทรวงสาธารณสุข เพื่อสื่อถึงความต้องการอหารที่ปลอดจากสารเคมีให้เยาวชนได้เติบโตอย่างปลอดภัย มีคุณภาพที่ดี

นายสุรนาถ เปิดเผยว่า การมายื่นหนังสือในวันนี้เป็นการมาให้กำลังใจการทำงานของเจ้าหน้าที่ และแสดงจุดยืนว่าไม่ควรเลื่อนการแบนที่กำหนดไว้วันที่ 1ธ.ค. เพราะเด็กไทยบริโภคสารพิษมานาน

การแบน 3 สารเคมีจะทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น จากนี้ทางกลุ่มพร้อมจะออกมาเรียกร้องและเสียงของเยาวชนในการแบน และไม่ขอให้เลื่อน หากมีการเลื่อนการแบน 3 สารพิษ ทางกลุ่มพร้อมจะออกมาเคลื่อนไหวต่อไป

อย่างไรก็ตาม นายสรุรนาถ ยังระบุว่าเครือข่ายฯ มีความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการใช้สารเคมี จึงขอสนับสนุนให้มีการใช้แนวทาง เกษตรกรรมและการผลิตอาหารที่ยั่งยืน เพื่อความปลอดภัยของเกษตรกรและผู้บริโภค โดยการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากภาครัฐ

ติดป้ายปิดผับ Tomorrow ย่านเกษตร​-นวมิ​นทร์​ หลังพบเปิดบริการผิดกฎหมาย

ประเด็นน่าสนใจ

  • ผับนี้ถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ และสั่งปิดเมื่อเดือน ธ.ค. 2561
  • สั่งห้ามนำอาคารไปเปิดเป็นสถานบันเทิงอีก เว้นแต่จะนำไปประกอบกิจการอย่างอื่น
  • หากฝ่าฝืนโทษคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ตำรวจ สน.โคกคราม พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง, กระทรวงยุติธรรม ,กรุงเทพมหานครและกรมสรรพสามิต นำคำสั่งปิดสถานบริการ​ประกอบการเป็นเวลา 5 ปี​ ที่ ร้าน “ทูโมโร่แลนด์” ย่านเกษตร-นวมินทร์ โดยมีตัวแทนเจ้าของสถานที่ รับคำสั่งดังกล่าวไปปิดประกาศที่หน้าประตูทางเข้าร้าน

โดย เรืออากาศโทภรศิษฐ์ จิตรามวงศ์ หัวหน้ากลุ่มงานปฏิบัติการพิเศษ สืบสวนสอบสวน 2 กรมการปกครอง เปิดเผยว่า เมื่อเดือนธันวาคม 2561 สถานบริการแห่งนี้เคยถูกตรวจพบว่า มีการให้บริการผิดกฎหมายหลายข้อ

ทั้งจำหน่ายสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต, เปิดเกินเวลา และพบมีการมั่วสุมเสพยาเสพติด จึงถูกสั่งปิดกิจการเป็นเวลา 5 ปี และหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณายกเลิกใบอนุญาตต่างๆ ส่งผลให้หลังจากนี้จะไม่สามารถใช้อาคารดังกล่าวเปิดเป็นสถานบริการได้อีก

เว้นแต่จะนำไปประกอบกิจการอื่นๆ ที่ไม่ใช่สถานบันเทิง ทั้งนี้ยืนยันว่าหากสถานบริการใด ที่พิจารณาว่ากระทำผิดกฎหมายชัดเจน แต่กลับมาลักลอบเปิดให้บริการอีกในภายหลัง จะมีโทษตามกฎหมายอาญา

ผู้ฝ่าฝืนมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งประชาชนที่พบเห็นสามารถแจ้งได้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ, กรุงเทพมหานคร, กรมการปกครอง, กระทรวงยุติธรรม และศูนย์ดำรงธรรม

ทั้งนี้จากการตรวจสอบ​ผู้พักอาศัยที่อยู่ติดกับสถานบริการดังกล่าว ยืนยันว่า ตั้งแต่มีการปิดผับ​ “ทูโมโร่แลนด์” ช่วงเดือนธันวาคม​ 2561​ แล้วย้ายมาอยู่ต้นเดือนมกราคมมี่ผ่านมา ก็ไม่พบมีการเปิดให้บริการแต่อย่างใด

มีเพียงเจ้าหน้าที่เข้ามาทำความสะอาด และมีการเช่าพื้นที่ใช้ถ่ายทำละครเท่านั้น สอดคล้องกับข้อมูลของตำรวจ สน.โคกคราม ที่ยืนยันว่า หลังมีการตรวจค้นจับกุม ก็ไม่พบมีการเปิดให้บริการอีกแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะดำเนินการกวดขันจับกุมสถานบริการที่กระทำผิดกฎหมาย พบว่าปัจจุบันทั่วประเทศมีการสั่งปิดกิจการไปแล้ว 636 แห่ง โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ถูกสั่งปิดทั้งหมด 62 แห่ง​ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสุ่มตรวจ หากพบยังฝ่าฝืนให้บริการ ก็จะต้องถูกดำเนินคดีทางอาญาอีกด้วย

ประกาศถอดยศ เรียกคืนเครื่องราชฯ นายทหาร 5 ราย ประพฤติชั่วร้ายแรง

ประเด็นน่าสนใจ

  • นายทหารทั้ง5 ราย แบ่งเป็นสังกัด กองทัพบก 2 นาย และกองทัพเรือ 3 นาย
  • ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศถอดยศ เรียกคืนเครื่องราชฯ นายทหาร 5 ราย เนื่องจากประพฤติชั่วร้ายแรง เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด โดยแบ่งเป็นนายทหารสัญญาบัตร สังกัดกองทัพบก จํานวน 2 ราย และกองทัพเรือจํานวน 3 ราย โดยมีข้อความดังนี้

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศ นายทหารสัญญาบัตร สังกัดกองทัพบก จํานวน 2 ราย และกองทัพเรือจํานวน 3 ราย รวม 5 ราย ออกจากยศทหาร ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติยศทหารพุทธศักราช 2479 แก้ไขเพิ่มเติม

โดยพระราชบัญญัติยศทหาร (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2501 ประกอบระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยผู้ซึ่งไม่สมควรจะดํารงอยู่ในยศทหารและบรรดาศักดิ์ พ.ศ. 2507 ข้อ 2 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม

พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่นายทหารสัญญาบัตรทั้ง 5 รายได้รับพระราชทานทุกชั้นตรา ตามข้อ 6 ข้อ 7 (2) และ (4) ของระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ.2548 ดังนี้

1.พันโทประสาร จันทร์เชื้อ สังกัดกองทัพบก ออกจากยศทหาร ตั้งแต่ วันที่ 6 ธันวาคม 2561 เนื่องจากได้กระทําผิดวินัยทหารฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทยจัตุรถาภรณ์ ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย เหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้นที่ 2 ประเภทที่ 2 และเหรียญจักรมาลา

2.ร้อยโท บรรดิษฐ์ กันแก้ว สังกัดกองทัพบก ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2560 เนื่องจากต้องคําพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจําคุก ในความผิดฐานเป็นข้าราชการจําหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 โดยฝ่าฝืนกฎหมาย ฐานเป็นข้าราชการพยายามจําหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1

โดยฝ่าฝืนกฎหมาย และฐานเป็นข้าราชการมีไว้ในครอบครองเพื่อจําหน่ายยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 โดยฝ่าฝืนกฎหมาย และเรียกคืนเหรียญราชการชายแดนและเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นเหรียญทองช้างเผือก

3.นาวาตรี ทวีวัฒน์ ทินสมบูรณ์ สังกัดกองทัพเรือ ออกจากยศทหารตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 เนื่องจากได้กระทําผิดวินัยทหารฐานประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นจัตุรถาภรณ์ช้างเผือก จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย เหรียญทองช้างเผือก และเหรียญจักรมาล

4. เรือโท จิรทีปต์ สุขใส สังกัดกองทัพเรือ ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 เนื่องจากกระทําความผิดฐานหนีราชการทหารในเวลาประจําการ และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย เหรียญทองช้างเผือก และเหรียญจักรมาลา

5.เรือตรี เกรียงไกร อันสุกัน สังกัดกองทัพเรือ ออกจากยศทหาร ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 เนื่องจากกระทําความผิดฐานหนีราชการทหารในเวลาประจําการ และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย เหรียญทองช้างเผือก และเหรียญจักรมาลา

ทั้งนี้ นายทหารสัญญาบัตรทั้ง 5 รายดังกล่าว เป็นผู้ถูกถอนชื่อออกจากรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามประกาศสํานักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องแล้ว

ประกาศ ณ วันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2562
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี