เตือน ! อีเมล์หลอกลวงระบาด แอบอ้างเป็น ธ.กรุงเทพเพื่อล้วงข้อมูล

ประเด็นน่าสนใจ

  • มีการส่งอีเมล์หลอกลวงโดยแอบอ้างเป็นอีเมล์จากธนาคารกรุงเทพ
  • ผู้หลอกลวงระบุว่าต้องการให้มีการยืนยันตัวตนบัวหลวง ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย
  • ทางธนาคารออกมาชี้แจงว่า ไม่มีนโยบายส่ง SMS, MMS หรืออีเมล เพื่อขอให้ดาวน์โหลดหรือติดตั้งโปรแกรม เพื่อทำธุรกรรมกับธนาคาร
  • มีการล่อลวงให้มีการโหลดโปรแกรมที่มีไวรัส/โทรจันที่สามารถขโมยรหัสประจำตัว รหัสลับส่วนตัว

ปัจจุบัน เหล่ามิจฉาชีพ ต่างมีกลยุทธ์ในการหลอกลวงผู้คนรูปแบบใหม่ ๆ ออกมาไม่เว้นแต่ละวัน และในยุคดิจิตอลแบบนี้ที่มีเครื่องมือการสื่อสาร และเทคโนโลยีที่ช่วยให้การใช้ชีวิตง่ายยิ่งขึ้น แต่เทคโนโลยีกลับมีช่องว่างให้ผู้ไม่ประสงค์ดี นำมาใช้ในการหลอกลวงผู้คน

สำหรับอีเมล์นั้น ก็เป็นช่องทางหนึ่งในการดำเนินการต่าง ๆ เกี่ยวกับการเงิน รวมไปถึงรับข้อมูลข่าวสารจากธนาคารต่าง ๆ ทั้งเรื่องของการตรวจสอบยอดบัตรเครดิต การยืนยันตัวตนต่าง ๆ ในการดำเนินธุรกรรมทางการเงิน

ล่าสุดได้ผุดอีเมล์ที่มีความไม่ชอบมาพากล ที่มีการจั่วหัวว่าเป็นการส่งมาจาก Bualuang ibanking อ้างว่า ต้องการให้มีการยืนยันตัวตนบัวหลวง ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย เมื่อกดเข้าไปดูในไฟล์ที่แนบมา มีการใช้ตราสัญลักษณ์ของธนาคารกรุงเทพ พร้อมแนบคำอธิบายระบุว่า สิทธิ์ในการเข้าถึงการทำธุรกรรมบัญชีของคุณถูกจำกัด เนื่องจากการละเมิด และอ้างว่า มีใครบางคน พยายามเข้าสู่บัญชีอย่างผิดกฎหมาย

รูปแบบจดหมายที่มิจฉาชีพใช้หลอกลวงผู้คน

อย่างไรก็ตามธนาคารกรุงเทพ ได้มีการออกแถลงแจ้งเตือนในเรื่องนี้ไปแล้ว โดยระบุว่า มีกลุ่มมิจฉาชีพส่ง SMS, MMS หรืออีเมลหลอกลวง หรือจัดทำหน้าจอ (Pop-up) โดยแอบอ้างว่าเป็นธนาคาร ให้ผู้รับกรอกข้อมูลส่วนตัว ดาวน์โหลด หรือติดตั้งโปรแกรมลงบนโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์

ซึ่งโปรแกรมดังกล่าวมีไวรัส/โทรจันที่สามารถขโมยรหัสประจำตัว รหัสลับส่วนตัว และรหัสผ่านครั้งเดียว (OTP) ที่ส่งทาง SMS เพื่อใช้ลักลอบเข้าทำธุรกรรมโอนเงินออกจากบัญชีของท่านผ่านบริการธนาคารทางอินเทอร์เน็ต โดยที่ท่านไม่ทราบ เพราะจะไม่ได้รับ SMS แจ้ง OTP แต่อย่างใด

พร้อมกันนี้ ธนาคารได้แนะนำการรับมือต่อเรื่องดังกล่าวดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการคลิกลิงก์ (URL) ที่ส่งมากับ SMS, MMS หรืออีเมล หรือหน้าจอ (Pop-up) หลอกลวงข้างต้น
  • หลีกเลี่ยงการดาวน์โหลด หรือติดตั้งโปรแกรมจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
  • หลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านอุปกรณ์ที่ได้รับการดัดแปลงระบบปฏิบัติการ (Jail Break สำหรับระบบปฏิบัติการ iOS และ Root สำหรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์)
  • ติดตั้งแอพพลิเคชั่นป้องกันไวรัสบนโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะที่ใช้ทำธุรกรรมออนไลน์

อย่างไรก็ตาม ธนาคารกรุงเทพได้ยืนยันว่า ธนาคารไม่มีนโยบายส่ง SMS, MMS หรืออีเมล เพื่อขอให้ดาวน์โหลดหรือติดตั้งโปรแกรมใดๆ สำหรับการทำธุรกรรมต่างๆ กับธนาคาร หรือจัดทำหน้าจอ (Pop-up) เพื่อให้กรอกข้อมูลส่วนตัว ดังนั้น หากได้รับ SMS, MMS หรืออีเมลในทำนองดังกล่าว หรือได้ทำการคลิกลิงก์เพื่อดาวน์โหลดโปรแกรมที่ต้องสงสัยไปแล้ว หรือพบหน้าจอหรือข้อความที่ไม่คุ้นเคย หรือผิดไปจากปกติ ให้หยุดทำรายการทันที โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารทันทีที่บัวหลวงโฟน โทร. 1333 กด 1041 หรือ (66) 0-2645-5555 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

ครม.เห็นชอบสานต่อโรงเรียนประชารัฐชายแดนใต้ เทงบฯอุดหนุน 3.4 พันล้าน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ครม.เห็นชอบสานต่อโรงเรียนประชารัฐชายแดนใต้
  • คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ของบประมาณจากครม.วงเงิน 3,416.54 ล้านบาทในโครงการดังกล่าว
  • โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนด้อยโอกาส หรืออาจได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ ให้ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียม

เมื่อเวลา 14.10น.ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบหลักการดำเนินโครงการโรงเรียนประชารัฐจังหวัดชายแดนภาคใต้ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาสและ 4 อำเภอจังหวัดสงขลา ได้แก่ จะนะ เทพา นาทวี สะบ้าย้อย

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากข้อสั่งการของนายกฯเมื่อปี 2560 ให้มีการปรับระดับโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาในพื้นที่อำเภอละ 1 แห่งให้เป็นโรงเรียนประจำ โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนที่ยากจน หรือนักเรียนที่ถูกทอดทิ้งไม่มีผู้อุปการะ และได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ ให้ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียม และทั่วถึงเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ยกระดับคุณภาพชีวิตในคนในพื้นที่ด้วย

ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2561 ถึงปัจจุบันและมีโรงเรียนในโครงการ 2564 โรงเรียน มีนักเรียน 5,049 คน คาดว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ของบประมาณจากครม.วงเงิน 3,416.54 ล้านบาท แบ่งเป็นจ้างครูรายเดือน ซื้อสื่อการเรียนการสอน 132.81 ล้านบาท งบลงทุนในการก่อสร้างหอนอนและครุภัณฑ์ 1,031.37 ล้านบาท งบอุดหนุนเพื่อเป็นค่าอาหาร 3 มื้อและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากงบฯอุดหนุนรายหัว 2,252.36 ล้านบาท

ครม.ไฟเขียว โครงการ ‘บ้านดีมีดาวน์’ ช่วยคนซื้อบ้านใหม่ ได้เงินคืน 5 หมื่น

ประเด็นน่าสนใจ

  • ที่ประชุม ครม. เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2562
  • มีมาตรการลดภาระการซื้อที่อยู่อาศัย ภายใต้โครงการ ‘บ้านดีมีดาวน์’
  • เริ่มลงทะเบียนรับสิทธิ์ ตั้งแต่วันที่ 11 ธ.ค.62 – 31 มี.ค.63

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ว่า ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2562 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ 3 โครงการหลักๆ คือ 1.โครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก 2.มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว และ 3.มาตรการลดภาระการซื้อที่อยู่อาศัย ภายใต้โครงการ ‘บ้านดีมีดาวน์

สำหรับโครงการ ‘บ้านดีมีดาวน์’ เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนที่มีรายได้ปานกลางและอยู่ในระบบฐานภาษีของกรมสรรพากรมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยภาครัฐสนับสนุนเงินเพื่อลดภาระการผ่อนดาวน์ (Cash Back) จำนวน 50,000 บาท รวมถึงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ และลดภาระของประชาชนที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง

โดยหลักเกณฑ์คือ ผู้ที่ร่วมโครงการต้องเป็นผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อเดือน หรือ ไม่เกิน 1,200,000 บาทต่อปี และเป็นผู้ที่อยู่ในระบบฐานภาษีอากรของกรมสรรพากร จำนวน 100,000 ราย ประเภทที่อยู่อาศัยเข้าเกณฑ์ได้แก่ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด บ้านแถว ห้องชุด และอาคารพาณิชย์ สำหรับที่อยู่อาศัยที่สร้างเสร็จแล้ว ทั้งนี้ ไม่รวมที่อยู่อาศัยมือสองและทรัพย์สินรอการขาย (Non-Performing Assets: NPA) ของสถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และบริษัทบริหารสินทรัพย์ และไม่รวมทรัพย์รอการขายของกรมบังคับคดี

วิธีการเข้าร่วมโครงการ ‘บ้านดีมีดาวน์’

เริ่มลงทะเบียนรับสิทธิ์ รัฐช่วยผ่อนบ้านดีมีดาวน์ วันที่ 11 ธ.ค.62 เป็นต้นไป ลงทะเบียนได้ผ่านทางเว็บไซต์ www.บ้านดีมีดาวน์.com ระยะเวลาโครงการตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย.62 – 31 มี.ค.63

เมื่อลงทะเบียนแล้วระบบจะทำการตรวจสอบข้อมูลของผู้สมัคร ว่าตรงตามหลักเกณฑ์หรือไม่ หากผู้ที่ผ่านคุณสมบัติจะได้รับ SMS แจ้งผลการตรวจสอบรอบแรก หลังจากนั้นสถาบันการเงินจะพิจารณาคำขอกู้ โดยระบบจะตรวจสอบข้อมูลจากสถาบันการเงินของผู้ร่วมมาตรกับ NCB และITMX เมื่อผ่านหลักเกณฑ์ทาง ธอส. จะโอนเงิน 50,000 บาท เข้าบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ของผู้กู้หลัก

สำหรับรายละเอียดมาตรการอื่นๆ มีดังนี้

  • โครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก
  • มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว