ประเด็นน่าสนใจ
- เปิดเรื่องราวของโรงเรียนที่มีนักเรียนเพียงคนเดียว แต่ยังคงเปิดสอนตามปกติ
- สาเหตุที่มีนักเรียนเพียงน้อยนิด เนื่องจากคนหนุ่มสาวต่างพากันเดินทางไปทำงานในเมือง เด็ก ๆ จึงย้ายตามพ่อแม่ไปจนเกือบหมด
- โรงเรียนแห่งนี้ยังคงมีรูปแบบและสวัสดิการต่าง ๆ เหมือนดังเช่นโรงเรียนทั่ว ๆไป
เปิดเรื่องราวของหม่าเฟิงฉาย เด็กชายวัย 8 ขวบ ที่ทุก ๆ วัน เขาจะแบกกระเป๋าสะพายบ่าออกเดินไปตามถนนคดเคี้ยวเลี้ยวลดมุ่งหน้าสู่โรงเรียน
ขณะเดียวกัน หม่าเยี่ยนกั๋ว ชายสูงวัยอายุ 62 ปี เริ่มจุดเตาผิงสร้างความอบอุ่นให้กับห้องเรียน ส่วนผู้เป็นภรรยากำลังต้มไข่เป็นอาหารเช้า
หม่าเฟิงฉาย
คู่รักคู่นี้กำลังรอ “นักเรียนคนเดียว” ของโรงเรียนแห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านหม่าเถ้าจื่อ เมืองอู๋จง เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุยทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน
ทุกเช้าวันจันทร์ หลังรองท้องด้วยไข่ 1 ฟอง “เด็กชายหม่าตัวน้อย” จะไปเคารพธงชาติพร้อมกับ “คุณครูหม่ารุ่นใหญ่” ครูหม่าจะเชิญธงขึ้นเสาพร้อมร้องเพลงชาติด้วยเสียงและสำเนียงท้องถิ่นอันเด่นชัดของตัวเองโดยไม่มีเครื่องเสียง ส่วนเด็กชายหม่าจะยืนแสดงความเคารพตลอดพิธี
“โรงเรียนอื่นๆ ก็จะต้องมีการเคารพธงชาติด้วย ต่อให้มีนักเรียนแค่คนเดียวก็ตาม” ครูหม่ากล่าว
โรงเรียนแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อราว 50 ปีที่แล้ว รองรับครูและนักเรียนกว่า 180 คนในช่วงที่เฟื่องฟู ทว่าทุกวันนี้ เนื่องจากนักเรียนจำนวนมากต้องตามพ่อแม่ที่เข้าไปทำงานในเมือง นักเรียนที่สมัครเรียนที่นี่จึงน้อยลงเรื่อยๆ จนเหลือแค่คนเดียว

พ่อแม่ของเด็กชายหม่ายังต้องอาศัยอยู่บนเขตภูเขาสืบเนื่องจากสุขภาพร่างกายที่ย่ำแย่ ครอบครัวของเขามีรายได้จากการทำงานในที่นา เลี้ยงวัวควายและแกะ และยังได้เงินอุดหนุนจากรัฐบาลอีกจำนวนหนึ่ง
เด็กชายหม่ายังต้องเรียนหนังสืออยู่ที่นี่ ส่วนพี่สาวของเขาโตพอที่จะย้ายไปเรียนโรงเรียนประจำในเมืองข้างเคียง
ด้านครูหม่าเองยังเลือกจะอยู่ที่นี่ แม้เขาควรจะเกษียณอายุไปตั้งแต่ 2 ปีที่แล้วก็ตาม
“เด็กๆ แบบเขาต้องพึ่งวิชาความรู้เท่านั้นจึงจะเปลี่ยนชะตาชีวิตได้ เด็กที่ได้รับการศึกษาอย่างดีจะช่วยนำพาครอบครัวหลุดพ้นความยากจน” ครูหม่ากล่าว
ตารางเรียนของครูและนักเรียนคู่นี้ยังดูอัดแน่นด้วยชั่วโมงเรียนต่างๆ โดยมีครูหม่ารับหน้าที่สอนหนังสือทุกวิชา

“เราจะยังเปิดโรงเรียนต่อไปตราบเท่าที่มันยังจำเป็นอยู่” สือเอี้ยนอวี้ รองผู้อำนวยการสำนักการศึกษาอำเภอถงซินที่ดูแลหมู่บ้านหม่าเถ้าจื่อให้สัมภาษณ์
อนึ่ง รัฐบาลจีนมุ่งมั่นจะจัดการศึกษาภาคบังคับแก่นักเรียนทุกคนจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยข้อมูล ณ ปี 2018 เผยว่าจีนมีโรงเรียนขนาดเล็กอย่างโรงเรียนของหม่าในพื้นที่ชนบทห่างไกลราว 101,400 แห่ง
แม้โรงเรียนแบบนี้จะมีนักเรียนเพียงน้อยนิด แต่ยังคงได้รับการลงทุนทั้งนโยบายและเงินทุนเพื่อส่งเสริมการบริหารโรงเรียน นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งอินเทอร์เน็ต ยกระดับอุปกรณ์การสอน และปรับเงินเดือนของครูผู้สอน
หม่าสอนอยู่ที่โรงเรียนนี้มากว่า 40 ปี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลที่เกิดขึ้น
เมื่อปี 2018 กระทรวงศึกษาธิการของจีนออกแผนกระตุ้นให้ครูวัยปลดเกษียณกลับมาทำหน้าที่สนับสนุนการศึกษาในพื้นที่ชนบท และหม่าเยี่ยนกั๋วก็เป็นหนึ่งในนั้น พวกเขาจะได้รับค่าตอบแทนปีละ 20,000 หยวน (ราว 86,000 บาท)
แม้ว่าครูหม่าจะไม่สามารถสอนวิชาดนตรีหรือศิลปะด้วยตัวเองได้ แต่เด็กชายหม่ายังสามารถเข้าไปเรียนบทเรียนที่บันทึกเทปเอาไว้ผ่านระบบการศึกษาทางไกล ซึ่งยังช่วยให้เด็กชายคนนี้สามารถพูดสำเนียงจีนกลางได้ชัดเจน ตรงกันข้ามกับสำเนียงของครูหม่า

อย่างไรก็ดี เด็กชายหม่าค่อนข้างขี้อายและอยู่เงียบๆ ตลอดเวลา เนื่องจากไม่ค่อยได้ติดต่อกับโลกภายนอกมากนัก
“ผมพยายามเยอะอยู่เหมือนกันในการกระตุ้นให้เขาพูด บางทีก็ชอบถามคำถามในห้อง ผมอยากให้เขาสดใสร่าเริงเหมือนกับเพื่อนๆ รุ่นราวคราวเดียวกัน” ครูหม่ากล่าว
ครูหม่าและภรรยาซึ่งมีหลานอาศัยอยู่ในเมืองให้ดูแล แต่ทั้งสองย้ายมาอาศัยอยู่ที่โรงเรียนเพื่อดูแลโรงเรียนและนักเรียนเพียงคนเดียว บางครั้งเวลาฝนตกหรือหิมะตก ครูหม่าจะเดินไปส่งเด็กชายตัวน้อยถึงหน้าบ้าน
หลังเลิกเรียนเด็กชายหม่าจะต้องเดินเท้ามุ่งสู่ถนนคดเคี้ยวกลับบ้านเพียงคนเดียว หากพอจะมีเพื่อนก็คงเป็นกังหันลมที่ตั้งตระหง่านอยู่ตามเนินสูง ถึงแม้อย่างแรกที่ต้องทำเมื่อกลับถึงบ้านคือการต้อนฝูงวัวควายและแกะ แต่เขาก็ไม่เคยลืมทำการบ้านให้เสร็จตามเวลาสักครั้ง
“เราจัดสรรเครื่องไม้เครื่องมือเรียนออนไลน์แบบเรียลไทม์ไว้ด้วย หม่าจะได้มี ‘เพื่อนร่วมชั้น’ ของเขาเอง พวกเขาจะได้เห็นหน้ากันและมีปฏิสัมพันธ์กันบ้างผ่านหน้าจอ” ครูหม่ากล่าว