เปิดโผ 10 อันดับสายการบินยอดเยี่ยมปี 2563

ประเด็นน่าสนใจ

*“แอร์ไลน์เรตติงส์ดอทคอม” จัดอันดับ 10 สายการบินยอดเยี่ยมที่สุดในโลกปี 2563
*แชมป์เป็นของสายการบินแอร์นิวซีแลนด์

ประเด็นน่าสนใจ

เว็บไซต์ “แอร์ไลน์เรตติงส์ดอทคอม” จัดอันดับสายการบินยอดเยี่ยมที่สุดประจำปี 2563  โดยใช้หบักเกณฑ์ในการจัดอันดับจากตัวชี้วัดหลัก ๆ 12 ด้าน อาทิ การรีวิวของผู้โดยสารที่มีต่อสายการบิน อายุการใช้งานฝูงบิน การนำเสนอผลิตภัณฑ์ของสายการบิน เรตติ้งการลงทุน ทั้งพนักงานภาคพื้นและพนักงานให้บริการบนเครื่องบิน  ความสัมพันธ์ของพนักงาน และความสามารถในการทำกำไร

ทั้งนี้สายการบินยอดเยี่ยมประจำปี 2563 ได้แก่

  1. แอร์นิวซีแลนด์
  2. สิงคโปร์ แอร์ไลน์
  3. ออล นิปปอน แอร์เวย์
  4. แควนตัส อันดับ
  5. คาเธ่ย์ แปซิฟิก อันดับ
  6. เอมิเรตส์ อันดับ
  7. เวอร์จิน แอตแลนติก อันดับ
  8. อีวา แอร์ อันดับ
  9. กาตาร์ แอร์เวย์
  10. เวอร์จิน ออสเตรเลีย

ส่วนสาเหตุที่แอร์นิวซีแลนด์ได้รับการยกย่อง ว่าเป็นสายการบินยอดเยี่ยมเป็นปี 6 เนื่องจากมีนวัตกรรมด้านการบินที่เป็นเลิศ ทั้งยังได้รับรางวัลความปลอดภัยในการปฏิบัติงานหลายรางวัล รวมถึงยังมีความเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อมและเด่นเรื่องการสร้างแรงจูงใจให้แก่พนักงาน ปัจจัยเหล่านี้ทำให้สายการบินเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการบินที่ชัดเจน

โรงเรียนกลางเขาในจีนยังเปิดสอน แม้มีนักเรียนเพียงคนเดียว

ประเด็นน่าสนใจ

  • เปิดเรื่องราวของโรงเรียนที่มีนักเรียนเพียงคนเดียว แต่ยังคงเปิดสอนตามปกติ
  • สาเหตุที่มีนักเรียนเพียงน้อยนิด เนื่องจากคนหนุ่มสาวต่างพากันเดินทางไปทำงานในเมือง เด็ก ๆ จึงย้ายตามพ่อแม่ไปจนเกือบหมด
  • โรงเรียนแห่งนี้ยังคงมีรูปแบบและสวัสดิการต่าง ๆ เหมือนดังเช่นโรงเรียนทั่ว ๆไป

เปิดเรื่องราวของหม่าเฟิงฉาย เด็กชายวัย 8 ขวบ ที่ทุก ๆ วัน เขาจะแบกกระเป๋าสะพายบ่าออกเดินไปตามถนนคดเคี้ยวเลี้ยวลดมุ่งหน้าสู่โรงเรียน

ขณะเดียวกัน หม่าเยี่ยนกั๋ว ชายสูงวัยอายุ 62 ปี เริ่มจุดเตาผิงสร้างความอบอุ่นให้กับห้องเรียน ส่วนผู้เป็นภรรยากำลังต้มไข่เป็นอาหารเช้า

หม่าเฟิงฉาย

คู่รักคู่นี้กำลังรอ “นักเรียนคนเดียว” ของโรงเรียนแห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านหม่าเถ้าจื่อ เมืองอู๋จง เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุยทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน

ทุกเช้าวันจันทร์ หลังรองท้องด้วยไข่ 1 ฟอง “เด็กชายหม่าตัวน้อย” จะไปเคารพธงชาติพร้อมกับ “คุณครูหม่ารุ่นใหญ่” ครูหม่าจะเชิญธงขึ้นเสาพร้อมร้องเพลงชาติด้วยเสียงและสำเนียงท้องถิ่นอันเด่นชัดของตัวเองโดยไม่มีเครื่องเสียง ส่วนเด็กชายหม่าจะยืนแสดงความเคารพตลอดพิธี

“โรงเรียนอื่นๆ ก็จะต้องมีการเคารพธงชาติด้วย ต่อให้มีนักเรียนแค่คนเดียวก็ตาม” ครูหม่ากล่าว

โรงเรียนแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อราว 50 ปีที่แล้ว รองรับครูและนักเรียนกว่า 180 คนในช่วงที่เฟื่องฟู ทว่าทุกวันนี้ เนื่องจากนักเรียนจำนวนมากต้องตามพ่อแม่ที่เข้าไปทำงานในเมือง นักเรียนที่สมัครเรียนที่นี่จึงน้อยลงเรื่อยๆ จนเหลือแค่คนเดียว

พ่อแม่ของเด็กชายหม่ายังต้องอาศัยอยู่บนเขตภูเขาสืบเนื่องจากสุขภาพร่างกายที่ย่ำแย่ ครอบครัวของเขามีรายได้จากการทำงานในที่นา เลี้ยงวัวควายและแกะ และยังได้เงินอุดหนุนจากรัฐบาลอีกจำนวนหนึ่ง

เด็กชายหม่ายังต้องเรียนหนังสืออยู่ที่นี่ ส่วนพี่สาวของเขาโตพอที่จะย้ายไปเรียนโรงเรียนประจำในเมืองข้างเคียง

ด้านครูหม่าเองยังเลือกจะอยู่ที่นี่ แม้เขาควรจะเกษียณอายุไปตั้งแต่ 2 ปีที่แล้วก็ตาม

“เด็กๆ แบบเขาต้องพึ่งวิชาความรู้เท่านั้นจึงจะเปลี่ยนชะตาชีวิตได้ เด็กที่ได้รับการศึกษาอย่างดีจะช่วยนำพาครอบครัวหลุดพ้นความยากจน” ครูหม่ากล่าว

ตารางเรียนของครูและนักเรียนคู่นี้ยังดูอัดแน่นด้วยชั่วโมงเรียนต่างๆ โดยมีครูหม่ารับหน้าที่สอนหนังสือทุกวิชา

“เราจะยังเปิดโรงเรียนต่อไปตราบเท่าที่มันยังจำเป็นอยู่” สือเอี้ยนอวี้ รองผู้อำนวยการสำนักการศึกษาอำเภอถงซินที่ดูแลหมู่บ้านหม่าเถ้าจื่อให้สัมภาษณ์

อนึ่ง รัฐบาลจีนมุ่งมั่นจะจัดการศึกษาภาคบังคับแก่นักเรียนทุกคนจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยข้อมูล ณ ปี 2018 เผยว่าจีนมีโรงเรียนขนาดเล็กอย่างโรงเรียนของหม่าในพื้นที่ชนบทห่างไกลราว 101,400 แห่ง

แม้โรงเรียนแบบนี้จะมีนักเรียนเพียงน้อยนิด แต่ยังคงได้รับการลงทุนทั้งนโยบายและเงินทุนเพื่อส่งเสริมการบริหารโรงเรียน นอกจากนี้ยังมีการติดตั้งอินเทอร์เน็ต ยกระดับอุปกรณ์การสอน และปรับเงินเดือนของครูผู้สอน

หม่าสอนอยู่ที่โรงเรียนนี้มากว่า 40 ปี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลที่เกิดขึ้น

เมื่อปี 2018 กระทรวงศึกษาธิการของจีนออกแผนกระตุ้นให้ครูวัยปลดเกษียณกลับมาทำหน้าที่สนับสนุนการศึกษาในพื้นที่ชนบท และหม่าเยี่ยนกั๋วก็เป็นหนึ่งในนั้น พวกเขาจะได้รับค่าตอบแทนปีละ 20,000 หยวน (ราว 86,000 บาท)

แม้ว่าครูหม่าจะไม่สามารถสอนวิชาดนตรีหรือศิลปะด้วยตัวเองได้ แต่เด็กชายหม่ายังสามารถเข้าไปเรียนบทเรียนที่บันทึกเทปเอาไว้ผ่านระบบการศึกษาทางไกล ซึ่งยังช่วยให้เด็กชายคนนี้สามารถพูดสำเนียงจีนกลางได้ชัดเจน ตรงกันข้ามกับสำเนียงของครูหม่า

อย่างไรก็ดี เด็กชายหม่าค่อนข้างขี้อายและอยู่เงียบๆ ตลอดเวลา เนื่องจากไม่ค่อยได้ติดต่อกับโลกภายนอกมากนัก

“ผมพยายามเยอะอยู่เหมือนกันในการกระตุ้นให้เขาพูด บางทีก็ชอบถามคำถามในห้อง ผมอยากให้เขาสดใสร่าเริงเหมือนกับเพื่อนๆ รุ่นราวคราวเดียวกัน” ครูหม่ากล่าว

ครูหม่าและภรรยาซึ่งมีหลานอาศัยอยู่ในเมืองให้ดูแล แต่ทั้งสองย้ายมาอาศัยอยู่ที่โรงเรียนเพื่อดูแลโรงเรียนและนักเรียนเพียงคนเดียว บางครั้งเวลาฝนตกหรือหิมะตก ครูหม่าจะเดินไปส่งเด็กชายตัวน้อยถึงหน้าบ้าน

หลังเลิกเรียนเด็กชายหม่าจะต้องเดินเท้ามุ่งสู่ถนนคดเคี้ยวกลับบ้านเพียงคนเดียว หากพอจะมีเพื่อนก็คงเป็นกังหันลมที่ตั้งตระหง่านอยู่ตามเนินสูง ถึงแม้อย่างแรกที่ต้องทำเมื่อกลับถึงบ้านคือการต้อนฝูงวัวควายและแกะ แต่เขาก็ไม่เคยลืมทำการบ้านให้เสร็จตามเวลาสักครั้ง

“เราจัดสรรเครื่องไม้เครื่องมือเรียนออนไลน์แบบเรียลไทม์ไว้ด้วย หม่าจะได้มี ‘เพื่อนร่วมชั้น’ ของเขาเอง พวกเขาจะได้เห็นหน้ากันและมีปฏิสัมพันธ์กันบ้างผ่านหน้าจอ” ครูหม่ากล่าว

กลุ่มเกษตรกรกว่าพันคน แต่งดำคัดค้านแบนสารเคมี 3 ชนิด

ประเด็นน่าสนใจ

  • กลุ่มเกษตรกรกว่า 1 พันคน แต่งกายชุดดำ เพื่อคัดค้านมติแบนสารเคมี
  • เกษตรกรเผยจำเป็นต้องใช้สารเคมี 3 ชนิด เนื่องจากเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิต
  • ชี้สารทดแทนประสิทธิภาพน้อยกว่า 3 สารเคมีที่แบน

สมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร สมาคมอารักพืชไทย และสมาคมการค้านวัตกรรมเพื่อการเกษตรไทย ซึ่งมีสมาชิกที่เป็นเกษตรกร นักวิชาการ และผู้ประกอบการทั่วประเทศ กว่า 1 พันคน รวมตัวกันแต่งกายชุดดำ เดินขบวนคัดค้านมติการแบนสารเคมีอันตรายที่ใช้กำจัดศัตรูพืชทั้ง 3 ชนิด คือ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต

โดยนัดรวมตัวแต่งชุดสีดำ เดินทางมายังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อขอเข้าพบ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่รัฐมนตรีฯ ทั้ง 2 ท่าน มีประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล จึงมอบหมายให้ นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นตัวแทนในการับมอบหนังสือดังกล่าว

ทั้งนี้ นางสาว อัญชุลี ลักษณ์ อำนวยพร ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง ได้อ่านแถลงการณ์ ระบุว่า เกษตรกรยังคงมีความจำเป็นต้องใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชทั้ง 3 ชนิด เนื่องจากเป็นปัจจัยในการผลิตของเกษตรกรและเหตุผลในการยกเลิกไม่เพียงพอ ชัดเจนและยังมีข้อโต้แย้งทางวิชาการที่ยังไม่ได้ข้อยุติ และที่สำคัญคือไม่มีสารทดแทนหรือวิธีการทางเลือกอื่นที่มีประสิทธิภาพและราคาเทียบเท่าได้กับสารป้องกันกำจัดศัตรูพืชทั้ง 3 ชนิดนี้

โดยกลุ่มเกษตรกรกลุ่มเกษตรกร ขอคัดค้าน มติคณะกรรมการวัตถุอันตราย แต่สนับสนุนมาตรการจำกัดการใช้ตามประกาศกระทรวงเกษตร 5 ฉบับ ที่มีผลบังคับใช้ให้มีการอบรม ผู้ฉีดพ่น และผู้ขาย ซึ่งการสอบผ่านแล้ว 5 แสนราย อีกทั้งเป็นการยกระดับเกษตรกรไทยในการเกษตรที่ดี GAP คือทำเกษตรอย่างปลอดภัยใช้สารเคมีอย่างถูกต้อง เบื้องต้น มีเกษตรกร สอบผ่านการอบรมการใช้สารเคมีกว่า 5 แสนราย และขอเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุข รับผิดชอบการกระทำที่นำข้อมูลของ NGO มาใช้โดยไม่มีการตรวจสอบและทบทวนย้อนกลับส่งผลเสียหายต่อเกษตรกรและระบบราชการ

ด้าน นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่เพิกเฉยต่อปัญหาของเกษตรกร และตนจะนำข้อมูลทั้งหมดที่ได้รับมอบในวันนี้ นำเสนอต่อคณะกรรมการวัตถุอันตรายในวันพรุ่งนี้เพื่อพิจารณา

อย่างไรก็ตามเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้เดินขบวนไปยังบริเวณทำเนียบรัฐบาล ด้านหน้าประตู 4 เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านถึงพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ซึ่งนายสมภาส นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับเรื่องแทน