แบรนด์หรูขอโทษ ออกคอลเลคชัน คล้ายชุดนักโทษค่ายนาซี

ประเด็นน่าสนใจ

  • โลเอเวแบรนด์เสื้อผ้าสุดหรูหรา ออกแถลงการณ์ขอโทษกรณีมีการผลิตและวางขายเสื้อผ้าที่มีความคล้ายคลึงกับชุดนักโทษในค่ายชาวยิวที่ถูกนาซีสังหารหมู่
  • ทางแบรนด์ยืนยันว่า เสื้อผ้าคอลเลคชันนี้ ได้รับแรงบรรดาลใจมาจากนักปั้นเซรามิกส์ ในช่วงศตวรรษที่ 19
  • ทางแบรนด์จะยุติไม่นำเสื้อผ้าแบบที่เป็นประเด็นมาวางขายอีก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริษัทแฟชั่น แบรนด์หรู โลเอเว – Loewe แบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติสเปน ออกแถลงการณ์ขอโทษ และเรียกคืนสินค้าเสื้อผ้า รุ่นที่ถูกวิจารณ์ว่ามีความคล้ายคลึงกับชุดนักโทษในค่ายกักกันฮอโลคอสต์ ซึ่งเป็นค่ายชาวยิวที่ถูกนาซีสังหารหมู่ คืนจากตลาดแล้ว

เสื้อผ้าของโลเอเว ที่เป็นประเด็นนี้ เป็นคอลเลคชันย่อยของวิลเลียม เดอ มอร์แกน วางขายเมื่อวันที่ 14 พ.ย. ที่ผ่านมาซึ่งระบุว่าได้รับแรงบันดาลใจจจากนักปั้นเซรามิกส์ ในช่วงศตวรรษที่ 19 ซึ่งเสื้อผ้าในคอลเลคชันนี้ทำยอดขายได้กว่า 150,000 บาท

ส่วนทางด้าน Diet Prada บัญชีผู้ใช้อินสตาแกรมล้อเลียนและจับผิดแฟชั่นแบรนด์ดังกล่าว เพราะมีลวดลายทางเหมือนชุดเครื่องแบบที่นักโทษในค่ายฮอโลคอสต์ โดยมีลายทางสีดำ–ขาว ติดกระดุมสีดำและกางเกงลายทางเข้าชุดกัน

อย่างไรก็ตาม โลเอเวออกแถลงการณ์ขออภัยขอโทษต่อเรื่องดังกล่าว ผ่านทางบัญชีผู้ใช้อินสตาแกรมและลบผลิตภัณฑ์คอลเลคชันนี้ออกจากหน้าเว็บไซต์แล้ว พร้อมทั้งยังระบุว่า แท้จริงแล้วพวกเขาไม่ได้มีเจตนาสื่อไปถึงเรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และขออภัยทุกท่านที่อาจจะรู้สึกสะเทือนใจ และจะไม่วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอลเลคชันนี้อีก

“อนุทิน” มั่นใจ คกก.วัตถุอันตรายชุดใหม่ยังแบนสารพิษ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ก่อนหน้านี้กรมวิชาการเกษตร เสนอเลื่อนการแบน 3 สารเคมี ไปอีก 6 เดือน
  • ”อนุทิน” มั่นใจ คกก.วัตถุอันตรายชุดใหม่ยังแบนสารพิษ เพราะ หลายคน เคยลงมติไปแล้ว
  • ย้ำ 3 สารเคมี ที่แบน ทำร้ายสุขภาพของประชาชน

ความคืบหน้าเรื่องการแบนสารพิษ หรือ พาราควอต ไกรโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส หลังจากที่กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอให้เลื่อนดำเนินการจากวันที่ 1 ธันวาคม 2562 ตามมติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ไปอีก 6 เดือน

ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ณ วินาทีนี้ การแบนต้องเริ่มต้นวันที่ 1 ธันวาคม 2562 ตามมติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย เดือนตุลาคม

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการเปลี่ยนตัวคณะกรรมการวัตถุอันตราย เป็นคณะกรรมการชุดใหม่ ก็ต้องไปลุ้นว่าที่ประชุมจะมีมติอย่างไร แต่ส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ต้องยืนยันเรื่องแบนสารพิษ เพราะให้ความสนใจกับคุณภาพ และสุขภาพชีวิตประชาชน จะไปมองมิติอื่นไม่ได้ ยิ่งผู้บริหารของกระทรวง ออกมาแสดงจุดยืนแล้วว่าสารพิษมีอันตรายต่อสุขภาพ เท่ากับชัดเจนไปแล้วว่ากระทรวงสาธารณสุข คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้

ต้องย้ำว่าจุดยืนของเราไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่สารทั้ง 3 ตัวมีอันตรายจริงๆ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ดูแลสุขภาพประชาชน ต้องแบนทุกอย่างที่ทำร้ายสุขภาพประชาชน ส่วนฝ่ายคัดค้านที่จะมาชุมนุม เราก็พร้อมรับฟังความเห็น และหาทางออกร่วมกัน บนพื้นฐานของการทำงานเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่สุขภาพของประชาชน ต้องมาก่อน

“เรื่องแบนสารพิษที่สุดแล้ว ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคณะกรรมการวัตถุอันตรายชุดใหม่ ซึ่งคณะกรรมการชุดใหม่ หลายคนมาจากคณะกรรมการชุดเดิม ที่โหวตแบนสารพิษด้วยสัดส่วนคะแนน 3 ต่อ 1 เมื่อมาทำงานในชุดใหม่ เขาคงไม่เล่นขายขนม เปลี่ยนไป เปลี่ยนมา สำหรับจำนวนคณะกรรมการของกระทรวงสาธารณสุข ในคณะกรรมการชุดใหม่ ถูกตัดเหลือ 2 ท่าน แต่ทั้ง 2 ท่าน มีจุดยืนชัด คือต้องแบนสารพิษ” นายอนุทิน กล่าว

โรงเรียนกลางเขาในจีน ยังเปิดสอนแม้เหลือนักเรียนเพียงคนเดียว

ประเด็นน่าสนใจ

  • พบโรงเรียนแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่บนภูเขา ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน
  • ซึ่งแม้จะมีนักเรียนเพียงคนเดียว แต่ก็ยังมีการเรียนการสอนตามปกติ
  • โดยครูผู้สอน เชื่อว่าการเสริมสร้างการศึกษาให้เด็กนักเรียน จะช่วยนำพาครอบครัวของเด็กหลุดพ้นจากความยากจนได้

วานนี้ (24 พ.ย.62) สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า พบโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาในหมู่บ้านหม่าเถ้าจื่อ เมืองอู๋จง เขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยหุย ทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน และพบ หม่าเฟิงฉาย เด็กชายวัย 8 ขวบ เป็นเด็กนักเรียนเพียงคนเดียวในโรงเรียนดังกล่าว โดยมี หม่าเยี่ยนกั๋ว อายุ 62 ปี คุณครู เฝ้ารอนักเรียนเพื่อร่วมเคารพธงชาติพร้อมกันในช่วงเช้าก่อนเข้าเรียน

โดย หม่าเยี่ยนกั๋ว คุณครูโรงเรียนดังกล่าว เปิดเผยว่า โรงเรียนแห่งนี้ก่อตั้งมากว่า 50 ปีแล้ว ในอดีตรองรับครูและนักเรียนได้กว่า 180 คน แต่ ณ ปัจจุบัน หลายครอบครัวพ่อแม่ของเด็กๆ ต้องเข้าไปทำงานในเมือง ทำให้นักเรียนมีจำนวนลดลงต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันเหลือนักเรียนเพียงคนเดียวเท่านั้น

ซึ่งพ่อแม่ของ เด็กชายหม่าเฟิงฉาย ยังคงอาศัยอยู่ในบนเขตภูเขา เนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพ โดยครอบครัวของเขามีรายได้จากการทำนา เลี้ยงวัวควายและแกะ นอกจากนี้ยังได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลอีกจำนวนหนึ่ง

ทั้งนี้คุณครูหม่าเยี่ยนกั๋ว เปิดเผยว่า สาเหตุที่ยังคงสอนอยู่ที่นี่ แม้เกษียณอายุไปแล้ว 2 ปี เพราะว่าอยากให้เด็กชายหมาเฟิงฉาย หรือเด็กๆแบบเขา มีวิชาความรู้ติดตัวไป ซึ่งมองว่าการที่เด็กได้รับการศึกษาที่ดีจะช่วยพาครอบครัวหลุดพ้นจากความยากจนได้

ทางด้าน สือเอี้ยนอวี้ รอง ผอ. สำนักการศึกษาอำเภอถงซิน ที่ดูแลหมู่บ้านหม่าเถ้าจื่อ ระบุว่า โรงเรียนแห่งนี้ยังคงเปิดการเรียนการสอนปกติ ตราบเท่าที่มันยังจำเป็นอยู่ ทั้งนี้รัฐบาลจีนมุ่งมั่นในการจัดการศึกษาภาคบังคับแก่นักเรียนทุกคน จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งจากข้อมูลในปี 2018 พบว่าในจีนมีโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ชนบทกว่า 101,400 แห่ง

อย่างไรก็ตามแม้โรงเรียนลักษณะเช่นนี้จะมีนักเรียนเพียงไม่กี่คน แต่ก็ยังได้รับการลงทุนทั้งนโยบายและเงินทุน เพื่อส่งเสริมการบริหารโรงเรียน และมีการยกระดับอุปกรณ์การสอน ทั้งเรื่องอินเตอร์เน็ต รวมทั้งมีการปรับเงินเดือนของครูผู้สอน

แม้บางรายวิชาที่ครูหม่าเยี่ยนกั๋ว ไม่สามารถสอนให้ได้นั้น อาทิ วิชาดนตรี หรือ วิชาศิลปะ ก็สามารถเรียนได้ผ่านทางเทปบันทึกสื่อการเรียนการสอนผ่านระบบการศึกษาทางไกลได้เช่นกัน

ที่มาจาก สำนักข่าวซินหัว