5 พระเอกเกาหลี อายุ 40+ ที่เสน่ห์เหลือร้าย

ประเด็นน่าสนใจ

  • ไม่ใช่แค่พระเอกชาวไทยในวัย 40+ เท่านั้นที่เรียกเสียงกรี๊ดให้กับบรรดาแฟนๆ ในวงการบันเทิงเกาหลีเองก็มีพระเอกหลายคนในอายุ 40+ ที่ยังครองใจแฟนๆ

กลายเป็นประเด็นที่เรียกเสียงฮือฮา เมื่อสาวๆต่างพากันกรี๊ดบรรดาพระเอกในวัย 40+ ของไทยอย่างเคน ธีรเดช , ติ๊ก เจษฎาภรณ์ , แอนดริว เกร็กสัน , ป้อง ณวัฒน์ เป็นต้น มาในครั้งนี้ เราจึงขอข้ามฝั่งไปส่องบรรดาพระเอกจากทางเกาหลีในวัย 40+ มาดูกันว่ามีใครกันบ้าง ที่ยังเรียกเสียงกรี๊ดกับบรรดาแฟนๆได้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะหยิบจับงานแนวไหนก็ตาม

กงยู (Gong yoo)

กง ยู มีชื่อจริงว่า กง จีชอล เกิดเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 1979 จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยคยองฮี (Kyung Hee University) จุดเริ่มต้นเส้นทางในวงการบันเทิงมาจากการเป็น VJ และเปลี่ยนเส้นทางมาเล่นซีรีส์วัยรุ่นสุดฮิตอย่าง School 4 ในปี ค.ศ. 2002 และบทบาทสมทบในซีรีส์ When Ever และ Hard Love  โดยปกติผลงานของเขามักอยู่ในภาพยนตร์มากกว่าผลงานในรูปแบบอื่น โดยผลงานเด่นๆของเขาคือ My Tutor Friend (2003) , Silenced  (2011) , The Age of Shadows  รวมทั้งผลงานภาพยนตร์ฮิตอย่าง Train to Busan และผลงานที่กำลังเข้าฉาย Kim Ji Young, Born in ’82 ส่วนผลงานซีรีส์ เขาก็มีผลงานปังๆ อย่างซีรีส์เรื่อง Coffee Prince , Big และ Guardian: The Lonely and Great God ที่กวาดเรตติ้งและคำชมอย่างถล่มทลาย

โซ จี ซอบ (So Ji-sub)

ชายหนุ่มผู้คลั่งไคล้และมีความฝันว่าต้องการจะเป็นนักกีฬาทีมชาติเมื่อตอนยังเด็ก  เขาเกิดเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ปี ค.ศ. 1977 ที่โซล จุดเริ่มต้นในการเข้ามาในวงการบันเทิงเกิดขึ้นเมื่อหน้าตาอันเป็นเอกลักษณ์และส่วนสูงของเขาเข้าตาโมเดลลิ่งและได้รับการชักชวนให้มาเป็นนายแบบ หลังจากเป็นนายแบบเขาก็ได้บทในซิทคอมเรื่อง Three Guys and Three Girls ในปี 1996 โดยที่เขามีผลงานเด่นๆ เป็นที่จดจำ ในซีรีส์เรื่อง I’m Sorry, I Love You (2004) , Cain and Abel (2009) , Road No. 1 (2010) , Master’s Sun (2013) , Oh My Venus (2015) และในซีรีส์อีกหลายเรื่อง นอกจากผลงานการแสดงซีรีส์แล้ว เขายังมีผลงานภาพยนตร์ที่สร้างความประทับใจให้คนดูอย่าง Always (2011) , The Battleship Island (2017) และ Be with You (2018) นอกจากนั้นเขายังแสดงว่าชื่นชอบดนตรีในสไตล์ Hip – Hop เป็นอย่างมาก จนมีผลงานเพลงในซิงเกิล

ซง ซึง ฮอน (Song Seung-heon)

เป็นอีกหนึ่งพระเอกที่คนไทยคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี สำหรับ ซง ซึง ฮอน ซึ่งมีผลงานระดับมาสเตอร์พีซในซีรีส์เรื่อง Autumn in My Heart ที่ทำให้ผู้หญิงหลายคนทั่วเอเชียต่างเฝ้าฝันถึง เขาเกิดเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ. 1976 เริ่มเข้าวงการบันเทิงจากการเป็นนายแบบโฆษณา ก่อนจะเริ่มรับงานแสดง ซึ่งเขาฝากผลงานการแสดงทั้งซีรีส์และภาพยนตร์ปังๆเอาไว้หลายเรื่อง สำหรับซีรีส์ เช่น เรื่อง Autumn in My Heart (2000) , East of Eden (2008) , My Princess (2011) , Black (2017) ส่วนภาพยนตร์ เขาก็มีผลงานเยี่ยมๆอย่าง Calla (1999) , Fate (2008) , Obsessed (2014) , The Third Way of Love (2015)

อีริค มุน (Eric Mun)

อีริค มุน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งดาราชายแถวหน้าของเกาหลีที่ทำงานในวงการบันเทิงมาแล้วในหลายบทบาท เขาเกิดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1979 โดยมีจุดเริ่มต้นในเส้นทางของการทำงานในวงการบันเทิง จากการที่เขาเป็นหัวหน้าวงและมีตำแหน่งเป็นแรพเปอร์ของวง Shinhwa วงบอยแบนด์ระดับตำนานอีกวงหนึ่งของเกาหลี และสำหรับงานเดี่ยวของเขาเอง ก็เรียกได้ว่ามีแต่ปังๆทั้งนั้น สำหรับการแสดงซีรีส์ เขามีผลงานอย่าง Phoenix (2004) , Que Sera Sera (2007) , Strongest Chil-Woo (2008) , Discovery of Love (2014) , Another Oh Hae-young (2016) และในส่วนอีกหนึ่งบทบาทที่ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจของคนเกาหลี คือ การเป็นสมาชิกในรายการวาไรตี้ อย่างรายการ Three Meals a Day (2016 – 2017) , รายการ 4 Wheeled Restaurant – America (2019)

ยุน เค ซัง (Yoon Kye-sang)

เป็นอีกหนึ่งดาราชายที่ครบเครื่องอีกคนหนึ่งในวงการบันเทิงเกาหลี สำหรับ ยุน เค ซัง ซึ่งเกิดเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ค.ศ.1978 เขาเป็นสมาชิกของวง g.o.d วงบอยแบนด์ระดับตำนานอีกวงหนึ่งของเกาหลี และแน่นอนว่าด้วยรูปร่างหน้าตา เสน่ห์ คาริสม่า และฝีมือทางการแสดง ทำให้เขาได้รับโอกาสรับบทบาทในฐานะนักแสดงทั้งในภาพยนตร์และซีรีส์มาโดยตลอด และคนเกาหลีเองก็ยอมรับในฝีไม้ลายมือทางการแสดงของเขา ผลงานเด่นๆ ที่หลายคนยังจดจำอยู่ เช่น ซีรีส์เรื่อง Road No. 1 (2010) , The Greatest Love (2011) , The Good Wife (2016) และผลงานที่กำลังจะฉายอย่าง Chocolate ในส่วนของภาพยนตร์ ผลงานสร้างชื่อที่ทำให้เขาได้รับคำชมจากผู้ชมและนักวิจารณ์คือ Flying Boys (2004) , The Outlaws (2017)

ขอบคุณภาพประกอบจาก https://www.hancinema.net , http://asianwiki.com , https://www.imdb.com , https://www.soompi.com

“ครูวา”มอบตัว ก่อนหนีกลับ ตร.เรียกสอบวันนี้

ประเด็นน่าสนใจ

  • มีประเด็นหนุ่มวัย 27 ปี ออกมาระบุว่า ถูกสาวประเภทสองใช้ชื่อว่า ‘ครูวา’ หลอกคบหาด้วย ก่อนขโมยทรัพย์สินไป
  • วานนี้หลัง ‘ครูวา’ ได้ให้สัมภาษณ์กับรายการช่องหนึ่ง ได้เข้าพบตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้หลอกใคร
  • เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา กรณีแต่งกายในชุดข้าราชการครูและประดับเครื่องหมาย โดยเจ้าตัวยังให้การปฏิเสธ

จากกรณีมีการเปิดเผยเรื่องราวของ ของหนุ่มวัย 27 ปี ซึ่งถูกหญิงที่ใช้ชื่อว่า “ครูวา” หรือนายภานุพงศ์ หรือ นายปพิชญา อัมพวัน ล่าสุดใช้ชื่อ นายธัญญ์ฐิชา ศศิโชติกุลวงศ์ หรือ “โจ๊ก” สาวสองเจ้าของฉายา นางฟ้าไบค์เกอร์ หลอกให้รัก และฉกเอาทรัพย์สินไปหลายรายการมูลค่ารวมกว่า 2 แสนบาทไปนั้น

ล่าสุด ครูวาได้ปรากฏตัวในรายการข่าวช่องหนึ่งเพื่อให้สัมภาษณ์ จากนั้นทีมข่าวรายการได้ พา “ครูวา”หรือนายโจ๊ก เข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมือง สมุทรปราการ เพื่อชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยยืนยันกับพนักงานสอบสวนว่าไม่ได้หลอกตามผู้เสียหายกล่าวอ้าง ส่วนทรัพย์สิน ที่สูญหายนั้นไม่รู้เรื่อง

โดยพนักงานสอบสวนได้ สอบถามถึงกรณี การแต่งกายในชุดข้าราชการครูและประดับเครื่องหมายเจ้าพนักงาน พร้อม แจ้งข้อกล่าวหาว่า ผู้ใดไม่มีสิทธิที่จะสวมเครื่องแบบหรือประดับเครื่องหมาย เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ซึ่งต้องระหว่างโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เบื้องต้นครูวา ยังให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าเป็นการแต่งเพื่อเป็นสื่อการเรียนการสอนเท่านั้น ซึ่งภายหลังจากให้การประมาณ 1 ชั่วโมง ครูวาได้หลบสื่อ ออกไปทางประตูหลังที่เชื่อมกับอาคารพักของตำรวจ อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ตำรวจได้นัดเข้าให้ปากคำอีกครั้ง

ขณะที่ทางด่านผู้เสียหายได้ เปิดใจว่าได้ฟังทางครูวาออกรายการแล้ว ส่วนตัวเห็นว่าเขาแถไปเรื่อย ไม่ตรงความจริงสักอย่าง พยายามเบี่ยงเบนเรื่องทรัพย์สินที่ขโมยไป ยืนยันตอลดเวลาที่รู้จักกันครูวา สวมชุดข้าราชการทุกวัน ซึ่งจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

หนึ่งในครอบครัวผู้สูญเสีย เหตุยิงป้อม ชรบ.ลำพะยา เผย ยังทำใจไม่ได้ 

ประเด็นน่าสนใจ

  • หนึ่งในครอบครัวผู้สูญเสีย เหตุยิงป้อม ชรบ.ลำพะยา เผย ยังทำใจไม่ได้ 
  • เจ้าตัวยืนยัน พร้อมสู้ต่อ

          

นางฐิติมา สังข์ทอง หนึ่งในครอบครัวผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์คนร้ายยิงป้อม ชรบ. ลำพะยา เมื่อ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ทำให้ต้องสูญเสียสามี นายวิรัตน์ เพชรปล้อง เผย ถึงแม้เวลาจะล่วงมากว่า 20 วัน แต่ตนเองก็ยังคงทำใจไม่ได้ ถ้าถามความรู้สึกตอนนี้ก็ยังไม่เต็ม 100 แต่ยังพอมีรอยยิ้มอยู่บ้าง ในความโชคร้ายยังมีความภาคภูมิใจที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานเพลิงศพ เป็นเกียรติอันสูงสุดแก่ครอบครัว ตอนนี้ก็ต้องพยายามปรับตัวเองให้ยอมรับกับสภาพความสูญเสียที่เกิดขึ้น ครอบครัวอื่นอาจจะเสียพ่อ เสียแม่ ส่วนครอบครัวจนเองมีกันสองคนไม่มีบุตร พอไม่มีสามีก็หมดทุกอย่าง เราต้องทำคนเดียว     

บางครั้งที่เราออกไปข้างนอกแล้วไป เจอผลกระทบหรือว่าไปเจอคนพูดมา ทำให้ความรู้สึกของเรายิ่งแย่ลงไปอีก บางคนก็พูดว่าไม่เป็นไรหรอกอยู่ได้แล้วได้เงินเป็นล้าน ๆ คำว่า เงินเป็นล้านตอนนี้ ยังไม่มีเลย คำว่าเยียวยาเบื้องต้นจากภาครัฐ ยังไม่มีเงินล้านในมือเลย สำหรับครอบครัวตนเอง สูญเสียสามี ก็เหมือนสูญเสีย 2 ครอบครัว คือ ครอบครัวแม่สามีที่ได้รับผลกระทบไปด้วย ซึ่งสามีจะดูแลแม่อยู่ด้วย และครอบครัวตนเอง ซึ่งมีกัน 2 คน การที่จะทำไร่ ทำสวน การที่เราจะหาเลี้ยงชีพแบบนี้ ก็ลำบาก       

ถ้าถามว่าเงินเยียวยายังไม่รู้ว่าเยียวยาแบบไหน ที่รู้เบื้องต้นนั้นเงินห้าแสนบาทแบ่ง 2 ครอบครัว แม่ 250,000 บาท แลตนเอง 250,000 บาท ส่วนอื่น ๆ ก็จะมีเงินช่วยเหลือจากภาคเอกชน จากนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้มา ก็ไม่เข้าใจว่าอันไหนคือของหน่วยงานไหน เบ็ดเสร็จแล้ว ได้รับเงินหกแสนกว่าบาท ถ้าถามเงินหกแสนกว่าบาท กับอายุเกือบ 50 ปี แล้วและตนเองไม่ใช่คนที่นี่ จะใช้ได้สักกี่ปี ถ้าเราไม่มีแรงทำขึ้นมาวันไหน แต่ยังดีที่ยังมีพื้นดินทำกินอยู่ แต้ต้องทำทุกวันหยุดไม่ได้ และก็ต้องทำคนเดียว ก็ขอให้หน่วยงานของรัฐ ลองพิจารณาเป็นราย ๆ ไป หรือว่าจะพิจารณาทั้งหมดอะไรตรงนี้

อย่างไรก็ตามที่ดินตรงนี้ มีอยู่ก็ประมาณ 5 ไร่กว่า เป็นพื้นที่ของครอบครัวสามี ที่ผ่านมาก็ช่วยกันทำเกษตรผสมผสานกับสามี 2 คน มีทั้งไผ่ สละ มะพร้าว และอื่น ๆ หลัก ๆ รายได้ก็มาจากการปลูกมะพร้าว ประมาณ 300 ต้น เก็บผลผลิตขายและแปรรูป ทั้งเป็นน้ำมะพร้าวพร้อมดื่ม มะพร้าวขูด ไว้ทำแกง ขนมบ้าบิ่น ทำได้หลายอย่าง อาทิตย์หนึ่ง ถ้าไม่มีผลผลิตอย่างอื่น มีแต่มะพร้าว ที่จะนำไปขายที่หลังสำนักงานเกษตรยะลา ก็จะมีรายได้พันกว่าบาท ตอนนี้ยังไหว อยู่ได้

ที่มา สทท.ยะลา