พยากรณ์อากาศ วันนี้ 26 พ.ย.

ประเด็นน่าสนใจ

  • ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก
  • ภาคเหนือ-อีสาน อุณหภูมิลดลง บริเวณพื้นราบอากาศเย็น
  • ยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด

ภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

ส่วนอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่พัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนล่างควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2562

สำหรับประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นในตอนเช้าอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส โดยบริเวณพื้นราบในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอุณหภูมิต่ำสุด 16-18 องศาเซลเซียส สำหรับในตอนกลางวันบริเวณที่โล่งแจ้งมีแดดจัดและอากาศอุ่น ส่วนบริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-14 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นไว้ด้วย

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางปกคลุมประเทศไทยตอนบนตอนบน และทะเลจีนใต้ สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังแรง

พยากรณ์อากาศ วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ

บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 16-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดดอย มีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดภู มีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง

อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 18-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

อากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-32 องศาเซลเซียส

  • ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
  • ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีลงไป ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม/ชม ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ลูก อาม่าฮวย โต้ทั้งน้ำตา ยันไม่เนรคุณ​ ฮุบเงินแม่

ประเด็นน่าสนใจ

  • เผยเงินเหลือเพียง 100 ล้าน เท่านั้น ไม่ใช่ 250 ล้านตามที่ให้ข่าว
  • เสียใจแม่เปลี่ยนไปตั้งแต่ย้ายไปอยู่กับพี่ชาย
  • เตรียมปรึกษาทนายฟ้องกลับทำให้เสื่อมเสีย

ความคืบหน้าจากกรณี อาม่าฮวย ออกมาฟ้องลูกสาวตนเองฐานเนรคุณ โกงเงิน 250 ล้าน จนเกิดเป็นข่าวโด่งดังเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น

ล่าสุดนางมาวดี ศรีวิรัตน์ ลูกสาวอาม่าฮวย พร้อมทนายความส่วนตัวออกมาแถลงโต้ทั้งน้ำตา ไม่เคยคิดเนรคุณแม่ฮุบเงินเอาไว้เอง พร้อมแจงเงินในบัญชีอาม่าฮวย มีเพียง 100 กว่าล้าน ไม่ใช่ 250 ล้านตามที่ข่าวลง โดยเผยว่า

ตนเองกับแม่อยู่ด้วยกันมา 50 ปี ตั้งแต่เด็กจนโตไม่เคยจากกัน จนกระทั่ง อาก๋ง (พ่อ) เสีย อาม่าจึงขอย้ายไปอยู่กับพี่ชาย

ซึ่งตอนที่ตนอยู่กับอาม่าฮวย ก็ได้ดูแลท่านเป็นอย่างดี และไม่เคยมีปัญหาอะไรกัน แต่หลังจาก อาม่าฮวย ไปอยู่กับพี่ชายในช่วงปลายปี 2559 ปัญหาก็เริ่มเกิดขึ้น โดยช่วงที่อาม่าไปอยู่กับพี่ชายตน ตนก็ไปอาศัยอยู่ที่รีสอร์ทของลูกชายตนใน จ.เพชรบุรี ซึ่งก็ยังแวะไปเยี่ยมอาม่าอยู่เสมอ

แต่กลับถูกกีดกันจากอีกฝ่าย ซ้ำยังมีมือที่สามเข้ามายุ่งเรื่องเงินของครอบครัว เพราะคิดว่าตนได้เงินมากกว่า ทั้ง ๆ ที่มรดก ก็แบ่งกันชัดเจน ซึ่งเรื่องนี้มีมือที่สามที่ทำให้อาม่า รับข้อมูลที่ผิดเพี้ยน 

จนเดือนมิถุนายน 2560 ก็มีหมายศาลคำฟ้องระบุว่าตนเป็นลูกเนรคุณ พร้อมขอให้คืนที่ดิน 4 แปลงที่ได้โอนให้ตนไปเมื่อปี 2557 ซึ่งนาสาวมาวดีก็ยังระบุด้วยว่าที่ดินที่อาม่าได้โอนให้ตนนั้น พี่ชายของตนก็ได้รับด้วยเช่นกัน แต่สรุปแล้วคดีนี้คนเป็นฝ่ายชนะ

เงินอาม่า เหลือเพียง 100 ล้านเท่านั้น

นางมาวดียังอธิบายเพิ่มในส่วนที่ถูกกล่าวหาว่าเบิกเงินอาม่าไปเกือบ 250 ล้านอีกว่า เรื่องนี้ ไม่เป็นความจริง เพราะเงินของ อาม่าฮวย ที่เหลืออยู่ในช่วงปี 2557 นั้นมีเพียง 100 กว่าล้าน และตอนนั้นเอง อาม่าฮวย ก็เริ่มป่วยทำให้การทำธุรกรรมทางการเงินค่อนข้างลำบาก

เพราะตนและ อาม่าฮวย ได้นำเงินไปลงทุนในกองทุนรวม อีกทั้งยังรวมถึงการจ่ายค่าใช้จ่ายในโรงงาน ,เงินเดือนพนักงาน และในบางครั้งทำให้ อาม่าเซ็นชื่อเองไม่สะดวก ตนจึงปรึกษาเจ้าหน้าที่ธนาคาร ขอเปลี่ยนเงื่อนไขการเงิกถอนเงินเป็นการพิมพ์ลายนิ้วมือร่วมกับการเซนชื่อของตน

ซึ่งก็ได้รับความยินยอมจาก อาม่าฮวย เป็นที่เรียบร้อย และหลังจากทำการเปลี่ยนแปลงการเบิกถอนเงินให้มาเป็นแบบพิมพ์ลายนิ้วมือของอาม่าเรียบร้อยก็มีการถอนเงินในบัญชีนี้ออกมาทั้งหมด 4 ครั้ง

โดยแบ่งให้ตนกับพี่ชายคนละ 30 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาอาม่า และการใช้จ่ายภายในครอบครัว เช่น การซื้อรถให้กับทางครอบครัวพี่ชายตนเอง และส่งหลานไปเรียนเมืองนอก

สงสัย ? ทำไมแม่เปลี่ยนไป ตั้งแต่ย้ายไปอยู่กับพี่ชาย

เมื่อถูกถามถึงความรู้สึกที่ถูก อาม่าฮวย ซี่งเป็นแม่ของตนเองฟ้องร้องในเรื่องเนรคุณ และยักยอกเงิน นางสาวมาวดีเปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพร้อมน้ำตา ว่า

“แม่ไม่น่ามาฟ้องตนเลย ตนรักแม่มาก อยู่ด้วยกันมา 50 ปี ทำไมการย้ายไปอยู่กับพี่ชายจึงทำให้แม่เปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ แต่ถึงอย่างไร ก็ยังรัก และคิดถึงแม่เหมือนเดิมนะ”

ทั้งนี้นางสาวมาวดี ยังบอกอีกด้วยว่า การออกมาให้ข่าวของทางครอบครัวพี่ชายตน ทำให้ตนเองถูกสังคมประณาม ว่าเป็นคนที่เนรคุณแม่ รวมถึงถูกด่าทอทำให้เสียหาย

ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างปรึกษากับทนาย และกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อจะฟ้องกลับอย่างแน่นอนในข้อหาแจ้งความเท็จ, หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

เผยโฉม ‘ไมเคิล บลูมเบิร์ก’ ประกาศชิงตำแหน่งผู้สมัครเดโมแครตหวังโค่น ‘ทรัมป์’

ประเด็นน่าสนใจ

  • นายไมเคิล บลูมเบิร์ก เปิดตัวแคมเปญหาเสียงในการเลือกตั้ง เพื่อชิงตำแหน่งตัวแทนพรรคเดโมแครตสู้ศึกเลือกตั้งสหรัฐฯที่จะมีขึ้นในปีหน้า
  • บลูมเบิร์กประกาศว่า เป้าหมายเดียวของเขาคือการต่อสู้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จากพรรครีพับลิกันในศึกครั้งนี้

สำหรับศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายน ในปีหน้าที่ล่าสุดทางฝั่งพรรคเดโมแครต ที่มีนายโจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดี ในฐานะผู้ท้าชิงที่ทราบกันดีก่อนหน้านี้ ล่าสุดได้มีการเปิดตัว “ไมค์ บลูมเบิร์ก” ในฐานะตัวแทนพรรคเดโมแครตเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ไมเคิล บลูมเบิร์ก มหาเศรษฐี อดีตนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก วัย 77 ปี ประกาศลงแข่งขันเลือกตั้งเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครต เพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2562 โดยบลูมเบิร์กมีการชูสโลแกน “ฟื้นฟูอเมริกา”

ไมเคิล บลูมเบิร์ก

ทั้งนี้มีรายงานว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายบลูมเบิร์กได้ยื่นเอกสารต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งชาติของสหรัฐหลังทยอยยื่นใบสมัครรับเลือกตั้งทั้งระดับไพรมารีและคอคัสแล้วหลายรัฐ เพียง 3 เดือนก่อนการลงคะแนนเสียงจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้นายบลูมเบิร์กระบุว่า เขามีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว คือการเอาชนะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เป็นตัวแทนของพรรครีพับลิกัน เนื่องจากเขาไม่มั่นใจว่าผู้เสนอตัวของพรรคโมแครตอีก 17 คนจะมีศักยภาพเพียงพอในการตู้สู้กับทรัมป์หรือไม่

อย่างไรก็ตาม กองบรรณาธิการของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ซึ่งบลูมเบิร์กเป็นผู้ร่วมก่อตั้งเมื่อปี 2533 ได้ออกแถลงการณ์ว่า”เพื่อความโปร่งใส” คณะผู้บริหารมีมติว่า จะไม่มีการนำเสนอข่าวและรายงานพิเศษ หรือตรวจสอบ บลูมเบิร์กและผู้สมัครพรรคเดโมแครตทุกคน จนกว่าจะผ่านพ้นการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

ทั้งนี้สำนักข่าวบลูมเบิร์กจะมีแต่เพียงการรายงาน “ปกติ” เกี่ยวกับบรรยากาศการหาเสียงและการประชันวิสัยทัศน์ของผู้สมัคร และจะไม่มีการนำเสนอบทบรรณาธิการที่ไม่มีการลงชื่อผู้เขียน แต่จะรวบรวมรายงานของสำนักข่าวอื่นมาสรุปแล้วนำเสนอในคราวเดียวแทน