อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ออกกฎส่องสัตว์ ลดอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

ประเด็นน่าสนใจ

  • หลังจากช่วงฤดูหนาว สัตว์ป่า จำพวกช้าง กระทิง ออกหากินตามแหล่งน้ำ และทุ่งหญ้า
  • อุทยานฯ จึงห้าม นทท. เข้าใกล้พวกสัตว์ในระยะใกล้ เพื่อป้องกันอันตราย

นายทองสุข แดงโชติ หัวหน้าฝ่ายบริหารอุทยานแห่งชาติกุยบุรี เปิดเผยว่า ในช่วงต้นฤดูหนาวป่าในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี จะค่อนข้างอุดมสมบูรณ์เนื่องจากเพิ่งผ่านพ้นช่วงฤดูฝนมาใหม่ๆ สัตว์ป่า โดยเฉพาะช้างและกระทิงมักจะออกมาหากินตามแหล่งน้ำและทุ่งหญ้าค่อนข้างมาก

จากการสำรวจของเจ้าหน้าที่พบว่าในเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรีขณะนี้มีช้างอาศัยอยู่ประมาณ 300 ตัว และยังมีกระทิงอีกประมาณ 200 ตัว สัตว์ทั้ง 2 ชนิด อยู่ในความสนใจของนักท่องเที่ยวมากเป็นพิเศษ

ซึ่งในระยะนี้สามารถพบเห็นได้ตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงค่ำ ซึ่งอุทยานแห่งชาติกุยบุรีจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้เฉพาะเวลา 14.00 น. – 18.00 น. ของทุกวัน ส่วนนอกเวลาที่กำหนดไม่อนุญาตให้เข้าเที่ยวชม เพราะเกรงจะกระทบสภาพความเป็นอยู่ของสัตว์ป่า

ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวให้ทำตามกฎที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรีกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด และกำหนดให้รถรับส่งซึ่งนำนักท่องเที่ยวเข้าชมช้างและสัตว์ป่าชนิดอื่นๆ ได้ 5 จุด

โดยห้ามนักท่องเที่ยวเข้าชมสัตว์ในระยะใกล้ โดยเฉพาะที่จุดชมสัตว์โป่งสลัดได ซึ่งมักมีช้างป่าโขลงใหญ่ออกมาหากินเป็นประจำทุกวัน

แจ้งปิดจราจร 6 เส้นทาง วันนี้ ซ้อม จัดขบวนเรือพระราชพิธีฯ

กองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ออกประกาศแนะนำเส้นทางประชาชน หลังในวันนี้ (26 พ.ย. 2562) จะมีการปิดถนนบางส่วนในพื้นที่ชั้นใน กทม. เพื่อซักซ้อมการจัดขบวนเรือในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ตั้งแต่เวลา 16.30 น. – 18.00 น.

โดยจะมีการซักซ้อมเสด็จพระราชดำเนินทางสถลมารค (ราบใหญ่) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสภาพการจราจรในบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง ดังนี้

  • ถนนราชินี (ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า – แยกผ่านพิภพ)
  • ถนนหน้าพระธาตุตลอดสาย
  • ถนนพระจันทร์ตลอดสาย
  • ถนนหน้าพระลานตลอดสาย
  • ถนนมหาราชตลอดสาย (ท่าพระจันทร์ – หน้า สน.พระราชวัง)
  • ถนนท้ายวังตลอดสาย

ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการเดินทางของประชาชน ควรเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว และแนะนำเส้นทางที่ใช้สัญจรดังนี้

  • ถนนราชดำเนินใน
  • ถนนสนามไชย
  • ถนนอัษฎางค์

เสียชีวิตแล้ว ลูกชายผู้ก่อเหตุ ฆ่าหั่นศพแม่ยัดตู้เย็น

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดเหตุสยอง ลูกชายฆ่าแม่ก่อนหั่นศพยัดในตู้เย็น
  • เบื้องต้นยังไม่ทราบเหตุ แต่ลูกชายมีอาการป่วยโรคซึมเศร้า
  • ลูกชาย ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุเสียชีวิตตาม หลังใช้ปืนยิงตัวเองหนีผิด

ความคืบหน้าจากกรณีที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. ได้ออกมาเปิดเผยเหตุการณ์สยอง! ลูกชายฆ่าแม่จนตาย ก่อนใช้อาวุธหั่นศพยัดไว้ในตู้เย็น จากนั้นได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเพื่อหนีผิด โดยเหตุเกิดขึ้นในพื้นที่ สน.ท่าข้าม ทราบชื่อผู้ตาย น.ส.ยุรีย์ เถาวัลย์ อายู 42 ปี ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายศิระ สมเดช อายุ 20 ปี

ซึ่งเหตุดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ทราบเรื่องเป็นเพราะเพื่อนของผู้ตาย เห็นว่าผู้ตายไม่ไปทำงานจึงมาตามหาที่บ้าน เมื่อมาถึงก็พบว่านายศิระผู้ก่อเหตุอยูในอาการเพ้อ บอกแม่ไม่อยู่แล้ว

ก่อนที่จะสังเกตเห็นว่าตู้เย็นมีลักษณะแง้มอยู่ จึงเปิดออกดูจนพบว่ามีชิ้นส่วนมนุษย์ถูกหั่นแช่ไว้ด้านใน ด้วยความตกใจจึงวิ่งออกมาและเร่งแจ้งให้ตำรวจเข้าตรวจสอบ ซึ่งระหว่างนั้นได้ยินเสียงปืน 1 นัดมาภายในบ้านนั้น

ล่าสุดมีรายงานว่า นายศิระ สมเดช ผู้ก่อเหตุได้เสียชีวิตแล้ว หลังจากถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลจากการได้รับบาดเจ็บถูกยิงศีรษะ หลังผู้ก่อเหตุใช้ปืนยิงตัวเองเพื่อหนีผิดจากการฆ่าหั่นศพแม่ตัวเอง ส่วนสาเหตุของการก่อเหตุฆาตรกรรมสยองในครั้งนี้ ยังไม่ทราบแน่ชัด ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ เบื้องต้นพบผู้ก่อเหตุมีอาการป่วยซึมเศร้าด้วย

อย่างไรก็ดีหลังจากข่าวดังกล่าวได้เผยแแพร่ออกไปก็ทำให้ทุกคนที่ทราบข่าวต่างตกใจไปกับเหตุที่เกิดขึ้น พร้อมกับตั้งข้อสงสัยว่า โรคซึมเศร้า น่ากลัวจนทำร้ายคนอื่นได้หรือไม่ จากนั้นทางเพจ Drama-addict ก็ได้ออกเผยว่า สาเหตุคงไม่ใช่เกิดจากโรคซึมเศร้า แต่น่าจะมาจากเรื่องอื่นมากกว่า เพราะมีน้อยมาก คนที่ป่วยโรคนี้จะไปทำร้ายคนอื่น มีแต่ทำร้ายตัวเองเท่านั้น

แต่ถ้าอาการหนักมาก ก็จะมีโรคทางจิตเวชอื่นๆ ประกอบด้วย เช่น หวาดระแวง หูแว่ว ประสาทหลอน แบบนั้นอาจเป็นไปได้ แต่ถ้าเป็นคนที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าแบบปรกติ แทบไม่เคยมี ดังนั้นไม่ต้องกลัวคนเป็นโรคซึมเศร้า