หมู่บ้านเหนือสุดแดนมังกร พลิก’หิมะขาวโพลน’ เป็นแหล่งท่องเที่ยวสร้างรายได้

ประเด็นน่าสนใจ

  • หมู่บ้านที่ตั้งอยู่เหนือสุดของจีนชื่อว่า “หมู่บ้านเป่ยจี๋”มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนเป็นจำนวนมาก
  • จากความนิยมในด้านการท่องเที่ยวนั้นทำให้ชาวบ้านในท้องที่ มีรายได้งานจากจากการสร้างอาชีพใหม่

“หมู่บ้านเป่ยจี๋” เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่เหนือสุดของจีนตรงตามความหมายของชื่อหมู่บ้าน และขึ้นชื่อในฐานะแหล่งทัศนียภาพอันงดงามด้วยหิมะขาวโพลน

เมื่อปี 2018 หมู่บ้านเป่ยจี๋ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากกว่า 400,000 คน โดยการท่องเที่ยวกลายเป็นแหล่งรายได้หลักของหมู่บ้าน ต่างจากในอดีตที่ชาวบ้านหาเลี้ยงชีพด้วยการตัดไม้และเพาะพันธุ์ม้า

ชาวบ้านท้องถิ่นจำนวนมากจึงหันไปทำอาชีพใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว อย่างเปิดโฮมสเตย์ ร้านอาหาร หรือบริการม้าลากเลื่อน

“เมื่อปี 2010 ผมปรับปรุงบ้านของผมให้กลายเป็นโฮมสเตย์ แต่ก่อนผมจะมีรายได้ปีละประมาณ 7,000 หยวน (ราว 30,000 บาท) แต่ตอนนี้ผมทำเงินได้ถึงปีละ 200,000 หยวน (ราว 850,000 บาท) เยอะกว่าแต่ก่อนมาก ชีวิตก็ดีขึ้น และผมมั่นใจว่าจะมีแต่ความสุขรออยู่ในอนาคต” เซี่ยจื้อหัว ชาวบ้านหมู่บ้านเป่ยจี๋ ให้สัมภาษณ์

ธันวาปีนี้ ชาวกรุงฯ เตรียมตัวรับอากาศหนาว 20-22 องศาฯ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ต้นธ.ค. นี้ กทม. อากาศหนาว อุณหภูมิ 20-22 องศาฯ
  • เหนือ-อีสาน อากาศหนาวเย็นมากขึ้น มีหมอกหนาในบางพื้นที่
  • ยอดดอยมีน้ำค้างแข็ง หลายพื้นที่

ชาวกรุงเตรียมตัวรับอากาศหนาว 20 ต้นๆ แน่นอน ในเดือนธันวาคมนี้ โดยสภาพอากาศในช่วงเดือน ธันวาคม 2562 คาดว่า บริเวณประเทศไทยตอนบน จะมีอากาศหนาวเย็นมากขึ้นอีก โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กับมีหมอกหนาหลายพื้นที่ในบางช่วง

สำหรับบริเวณเทือกเขา ยอดดอยและยอดภูจะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดกับมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นได้ในบางวัน ส่วนบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตกปริมาณและการกระจายของฝนจะลดลง

ภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังคงมีฝนตกชุก กับจะมีฝนตกหนักบางแห่งในบางวัน โดยเฉพาะตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป คลื่นลมในทะเลอ่าวไทยยังคงมีกำลังแรง บางช่วงจะมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ส่วนทะเลอันดามันจะมีคลื่นสูง 1-2 เมตร เนื่องจาก บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนยังคงแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนเป็นระยะๆ โดยจะมีกำลังแรงและต่อเนื่อง ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือยังคงพัดปกคลุมประเทศไทย และจะมีกำลังแรงเกือบตลอดเดือน

กทม.-ปริมณฑล ประมาณ 20-22 องศาฯ

จากการตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ ต่างๆ ระบุตรงกันว่า ในช่วงต้นเดือน ธันวาคม 2562 ที่จะถึงนี้ กรุงเทพฯ และปริมณฑล จะมีอุณหภูมิระหว่าง 20-22 องศาเซลเซียส โดย

ช่วงวันที่ วันที่ 1 – 4 ธค. พื้นที่กทม. สภาพอากาศราว 20-24 องศาเซลเซียส

  • เว็บไซต์ Weather.com อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ราว 20-24 องศาเซลเซียส
  • Accuweather อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 21 องศาเซลเซียส
  • เว็บไซต์ Yr.no อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ราว 20-24 องศาเซลเซียส

ในช่วงวันที่ 5-7 ธ.ค. อุณหภูมิต่ำสุด จาก Weather.com จะอยู่ที่ราว 19 องศาเซลเซียส ส่วนเว็บไซต์ Accuweather 21 องศาเซลเซียส

ส่วนกรมอุตุนิยมวิทยา ประมาณการณ์ไว้ว่า ในช่วงวันที่ 2 – 8 ธันวาคมนี้ อุณหภูมิต่ำสุดของพื้นที่กรุงเทพฯ จะอยู่ที่ 20-22 องศาเซลเซียส

ภาพจากเว็บไซต์ weather.com

พยากรณ์อากาศรายภาค เดือน ธันวาคม 62

ภาคเหนือ

ในเดือน ธันวาคม 2562 ในภาคเหนือ ท้องฟ้ามีเมฆบางส่วน และมีอากาศหนาวเย็นทั่วไป กับมีอากาศหนาวจัดบางแห่งในบางวันทางตอนบนของภาคในช่วงครึ่งหลังของเดือน โดยมีหมอกหนาในบางช่วง

ส่วนบริเวณเทือกเขาและยอดดอยจะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดและเกิดน้ำค้างแข็งได้หลายพื้นที่ในบางวัน

อุณหภูมิสูงสุด 29 – 31 °C อุณหภูมิต่ำสุด 15 – 17 °C

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ท้องฟ้ามีเมฆบางส่วน และมีอากาศหนาวเย็นทั่วไป กับมีอากาศหนาวจัดบางแห่งในบางวันทางตอนบนของภาคในช่วงครึ่งหลังของเดือน โดยมีหมอกหนาในบางช่วง ส่วนบริเวณเทือกเขาและยอดภูจะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดและเกิดน้ำค้างแข็งได้หลายพื้นที่ในบางวัน

อุณหภูมิสูงสุด 29 – 31 °C อุณหภูมิต่ำสุด 17 – 19 °C

ภาคกลาง

ท้องฟ้ามีเมฆบางส่วน กับมีอากาศเย็นเกือบทั่วไป และมีอากาศหนาวบางแห่งในบางวัน ส่วนมากตอนบนของภาคในช่วงครึ่งหลังของเดือน กับมีหมอกหนาหลายพื้นที่ในบางช่วง บริเวณเทือกเขาจะมีอากาศหนาว

อุณหภูมิสูงสุด 31 – 33 °C อุณหภูมิต่ำสุด 20 – 22 °C

ภาคตะวันออก

ท้องฟ้ามีเมฆบางส่วน กับมีอากาศเย็นเกือบทั่วไป และมีอากาศหนาวบางแห่งในบางวัน ส่วนมากตอนบนของภาคในช่วงครึ่งหลังของเดือน กับมีหมอกหนาหลายพื้นที่ในบางช่วง บริเวณเทือกเขาจะมีอากาศหนาว ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร

อุณหภูมิสูงสุด 31 – 33 °C อุณหภูมิต่ำสุด 21 – 23 °C

ภาคใต้ฝั่งตะวันออก

มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งในบางวัน ส่วนมากทางตอนล่างของภาค ทะเลยังคงมีคลื่นสูง 2–4 เมตร

อุณหภูมิสูงสุด 29 – 31 °C อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 24 °C

ภาคใต้ฝั่งตะวันตก

มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-30 ของพื้นที่ ทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร

อุณหภูมิสูงสุด 31 – 33 °C อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 25 °C

หมอสูตินรีแพทย์ ไม่เห็นด้วยคลอดลูกตามฤกษ์ยาม

ประเด็นน่าสนใจ

  • นพ.โอฬาริก มุสิกวงศ์ สูตินรีแพทย์ ไม่เห็นด้วยคลอดลูกตามฤกษ์ยาม
  • พร้อมระบุการผ่าคลอด ควรทำเฉพาะในกรณีที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เท่านั้น
  • สนับสนุนให้คนหันมาคลอดด้วยวิธีธรรมชาติ

นพ.โอฬาริก มุสิกวงศ์ ประธานอนุกรรมการการศึกษา ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย และสูตินรีแพทย์ กลุ่มงานสูตินรีเวชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า ราชวิทยาลัยฯ ไม่เห็นด้วยกับการผ่าตัดตามฤกษ์ยาม เพราะการผ่าตัดคลอด ควรทำเฉพาะในกรณีที่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เท่านั้น คือ เมื่อทารกไม่สามารถคลอดทางช่องคลอดได้อย่างปลอดภัย หรือเมื่อมารดามีภาวะแทรกซ้อนขั้นรุนแรง จนไม่สามารถดำเนินการตั้งครรภ์ต่อไปได้

ซึ่งตรงนี้ทางราชวิทยาลัยฯ เคยประกาศจุดยืนเกี่ยวกับการผ่าตัดคลอด เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ชัดเจนว่า การผ่าตัดคลอดโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ เป็นการกระทำที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพเวชกรรม

นพ.โอฬาริก กล่าวว่า สาเหตุที่ไม่สนับสนุนการผ่าคลอดโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ เนื่องจากการผ่าคลอดมีความเสี่ยงทั้งระยะสั้น และระยะยาว โดยระยะสั้น เสี่ยงเสียเลือดมาก อวัยวะข้างเคียงอาจบาดเจ็บ ทั้งลำไส้ กระเพาะอาหาร และยังเสี่ยงแผลติดเชื้อ รวมไปถึงความเสี่ยงจากการดมยา ส่วนความเสี่ยงระยะยาว อาจทำให้มดลูกแตกในท้องได้ หรืออัตรารกเกาะติดฝังตัวก็มีสูง และอาจมีความเสี่ยงต้องตัดมดลูก รวมไปถึงเสี่ยงรกฝังตัวจนทะลุกระเพาะปัสสาวะ

“แม้การผ่าคลอดจะมีความเสี่ยงอยู่มาก แต่ที่ผ่านมากลับพบตัวเลขการผ่าคลอดสูงถึงร้อยละ 50 ขณะที่องค์การอนามัยโลกแนะนำว่า การผ่าตัดคลอดไม่ควรเกิดค่าเฉลี่ยร้อยละ 25-30 ดังนั้น จึงมีการรณรงค์เพื่อให้มีการคลอดโดยธรรมชาติ แต่ก็ยังมีความเชื่อทั้งเรื่องถือฤกษ์ยามกำหนดการคลอดบุตร รวมไปถึงความเข้าใจว่าการคลอดเองตามธรรมชาติ จะเจ็บปวดมาก ทั้งจากละคร ทั้งจากคำบอกเล่า แต่จริงๆ การคลอดธรรมชาติอย่างไรก็ปลอดภัยสุด แม้ในภาวะครรภ์เป็นพิษ ยังมีข้อแนะนำว่า ควรให้ยาเร่งคลอดก่อน เพื่อให้มีการคลอดตามธรรมชาติ จนไม่สามารถคลอดเองได้จึงจะผ่าคลอด โดยทั้งหมดต้องมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์เป็นสำคัญ” นพ.โอฬาริก กล่าว

ประธานอนุกรรมการการศึกษา ราชวิทยาลัยสูติฯ กล่าวว่า สำหรับการรณรงค์ให้คนหันมาคลอดด้วยวิธีธรรมชาตินั้น ทางประเทศไทย ร่วมกับ 3 ประเทศ คือ อาร์เจนตินา เวียดนาม บูร์กินาฟาโซในแอฟริกา และองค์การอนามัยโลก ร่วมกันทำการศึกษา เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับการผ่าตัดทำคลอด ทั้งสาเหตุ ผลลัพธ์ ฯลฯ เป็นต้น

ข้อมูลจาก : www.hfocus.org