เหตุเรือสำราญชนโขดหินที่บิดะนอก ผดส.กว่า 100 คน ปลอดภัย

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดเหตุเรือสำราญ ชนโขดหินที่บิดะนอก ทิศตะวันออก เกาะพีพีเล ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา
  • เบื้องต้นทางกองทัพเรือภาคที่ 3 ได้เข้าให้การช่วยเหลือแล้ว

วันที่ 25 พ.ย.62 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวประมงเรือประมงเรืออวนล้อมจับ ที่ ทำประมงบริเวณ เกาะพีพี ม.7 ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เวลาประมาณ 03.00 น. ได้พบเรือสำราญ คาดว่าเป็นเรือต่างชาติ ได้ประสบเหตุชนโขดหิน บริเวณทางทิศตะวันออกของเกาะพีพีเล ส่งผลให้น้ำเข้าลำเรือ โดยมีลูกเรือพยายามที่จะสูบน้ำออกจากเรือ เบื้องต้นทางผู้ควบคุมเรือได้ประสานทางหน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเล กองทัพเรือภาคที่3 เข้าให้การช่วยแล้ว

สอบถามไต้ก๋งเรือประมง ลำดังกล่าว (ขอไม่เปิดเผยชื่อ) ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ไปทำประมงบริเวณ เกาะพีพี เล พบเรือสำราญลำดังกล่าว ซึ่งมีนักท่องเที่ยวอยู่บนเรือจำนวนมาก ชนกับโขดหินปิดะ หรือที่ชาวบ้านเรียกหินล่อ ซึ่งอยู่ ทางทิศตะวันออกของเกาะพีพีเล ห่างจากเกาะพีพี ประมาณ 3ไมล์ทะเล จึงได้เข้าไปสอบถามเพื่อจะให้ความช่วยเหลือ

แต่ทางคนในเรือ บอกว่า ได้ประสานทางทหารเรือกำลังเข้ามาช่วยเหลือแล้ว ซึ่งจากการสังเกตเบื้องต้นพบว่า เรือลำดังกล่าวกำลังถอยเรือออกมาจากจุดเกิดเหตุ ช่วงใต้ท้องเรือช่วงหัวเรือได้รับความเสียหาย และมีน้ำไหลเข้าลำเรือ แต่ทางกับตันเรือไม่ต้องการความช่วยเหลือใดๆ จึงได้นำเรือประมงเดินทางกลับ

ล่าสุดทางศูนย์ประสานงานทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน เขต 3 ส่งเรือหลวงศรีราชาเข้าให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและลูกเรือบนเรือสำราญที่ประสบเหตุแล้ว โดยเรือสามารถหลุดออกมาจากบริเวณโขดหินดังกล่าวได้แล้ว เรือหลวงศรีราชาอยู่ระหว่างการประคองเรือสำราญดังกล่าวกลับเข้าฝั่งที่ภูเก็ต คาดว่าถึงฝั่งประมาณ 10.00น. ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบสวน

ขณะที่นายสุรศักดิ์ มงคลไชยสิทธิ์ เจ้าพนักงานขนส่งชำนาญงาน สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขากระบี่ กล่าวว่า เรือสำราญที่ประสบเหตุ ชื่อ La Belle Ocean เป็นเรือสำราญท่องเที่ยว สัญชาติเบลเยี่ยม ขนาด 5,218 ตันกลอส ความยาวประมาณ 100 ม. เส้นทางเดินเรือประจำคือ ภูเก็ต – กระบี่ – ก.ลังกาวี มีบริษัทภูเก็ต ชิปปิ้ง เป็นผู้ดำเนินการ ก่อนเกิดเหตุเดิน ได้แจ้งออกเดินทาวทางจากเกาะลันตาประมาณ 18.00 น. ไปยังภูเก็ต โดยขณะเกิดเหตุมีนักท่องเที่ยวประมาณ 100 คน เป็นชาวฟิลิปปินส์ประมาณ 60 คน ชาวโครเอเชีย และ สัญชาติอื่นๆ อีกประมาณ 20 คน ส่วนคนประจำเรือมี 80 คน

โป๊ปฟรานซิสตรัสให้กำจัดอาวุธนิวเคลียร์

ประเด็นน่าสนใจ

  • โป๊ปฟรานซิส เสด็จฯ เยือนญี่ปุ่น หลังจากได้เสด็จฯ มาเยือนไทยก่อนหน้านี้
  • พระองค์ได้ตรัสสนับสนุนการกำจัดอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างเสด็จฯ เยือนญี่ปุ่นด้วย
  • นอกจากนี้พระองค์ยังประณามการใช้อาวุธนิวเคลียร์ เพราะขัดต่อสันติภาพโลก

BBC รายงานว่า โป๊ปฟรานซิส ตรัสสนับสนุนการกำจัดอาวุธนิวเคลียร์ ระหว่างพระองค์เสด็จฯ เยือนญี่ปุ่น

สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า สมเด็จพระสันตปาปาฟรานซิส ตรัสสนับสนุนการกำจัดอาวุธนิวเคลียร์ ในระหว่างพระองค์เสด็จฯ เยือนเมืองนางาซากิ 1 ใน 2 เมืองของญี่ปุ่นที่ถูกระเบิดปรมาณูถล่ม ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2

พระองค์ทรงประณาม หายนะของอาวุธนิวเคลียร์ และยืนยันว่ามันไม่ใช่คำตอบของความสันติภาพโลก พระองค์ตรัสด้วยว่า นางาซากิทำให้พวกเรารำลึกถึงความเจ็บปวดและหายนะที่มนุษย์สร้างขึ้นและกระทำต่อกัน

โดยเมื่อปี 2488 มีผู้เสียชีวิตในนางาซากิจากการถล่มของสหรัฐฯ อย่างน้อย 74 พันราย
วานนี้ มีผู้รอดชีวิตจากการถล่มด้วยระเบิดปรมาณู 2 ราย ซึ่งอยู่ในวัยกว่า 80 ปี มาเข้าร่วมพิธีทูลเกล้าฯ ถวายพวงมาลัยแด่พระองค์

ลุงไม่โกรธ พร้อมอโหสิกรรม เผยยังไม่มีการติดต่อขอโทษจากเสี่ยร้านลาบ

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดเหตุกลุ่มชายฉกรรจ์ ทราบต่อมาเป็นเจ้าของร้านลาบชื่อดังย่านปุทมฯ ทำร้ายลุงวัย 52 ปี บาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา
  • ผู้เสียหาย เผยคู่กรณียังไม่มีการติดต่อเข้ามาเพื่อขอโทษแต่อย่างใด
  • ตำรวจเตรียมคุมตัวหญิงสาวอีกหนึ่ง ฝากขังศาลจังหวัดปทุมธานี

จากกรณีที่เจ้าของร้านลาปชื่อดังในจังหวัดปทุมานี รุมทำร้ายลุงคนหนึ่งจนตาเกือบบอด โดยกลุ่มผู้ก่อเหตุคือนายธันวา หรือบิ๊ก ทรัพย์สินไพบูลย์ อายุ 30ปี เจ้าของร้านอาหาร อีสานคลาสสิค ย่านปทุมธานี และนายไพโรจน์ หรือหมุด สีทอง อายุ 34 ปี นายรามัญ หรือดำ คงแป้น อายุ 27 ปี และน.ส.นันท์นภัส ทิพย์กังวานวงศ์ อายุ 31 ปี รุมทำร้าย นายสมบัติ นิยมมาก อายุ 52 ปี

โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ 21 พ.ย.บริเวณใกล้แยกโรงน้ำกรุงเทพน้ำทิพย์ ม.6 ต.สวนพริกไทย อ.เมือง จ.ปทุมธานี สาเหตุเกิดจากไม่พอใจที่ผู้เสียหายไปเรียกร้องค่าจ้างให้พี่สาวของภรรยา จำนวน 5.4 พันบาท ต่อมา ตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ไว้ได้ ส่วน น.ส.นันท์นภัส ได้ติดต่อมอบตัวภายหลัง

ล่าสุด ทางฝั่งนายสมบัติ นิยมมาก อายุ 52 ปี ผู้เสียหายที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ ได้เดินทางเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.สวนพริกไทย โดยนายสมบัติ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุตนเองยังไม่เคยพบเจอคู่กรณีไม่มีการติดต่อมาเพื่อขอโทษ ขณะที่ดวงตายังมีรอยฟกช้ำโดย ดวงตาฝั่งขวามีอาการมืดบอดไปชั่วขณะเป็นระยะ ซึ่งแพทย์ ร.พ.ปทุมธานี มีการนัดตรวจอีกครั้งในวันนี้ ( 25 พ.ย .)
ส่วนการที่คู่กรณีจะมาขอโทษหรือไม่นั้นก็สุดแล้วแต่ ส่วนตัวก็ไม่ได้คิดติดใจอะไร แต่ไม่พอใจที่ เจ้าของร้านรายนี้มักมีพฤติกรรมจ้างลูกน้องต่างด้าวแต่เมื่อถึงเวลาให้เงินเดือนกลับไม่ยอมจ่ายแถมขู่แจ้ง ตม.อีกด้วย จึงอยากให้เลิกพฤติกรรมแบบนี้

ขณะที่พนักงานสอบสวน สภ.สวนพริกไทย ในวันนี้ ( 25 พ.ย. ) เตรียมคุมตัว น.ส.นันท์นภัส ทิพย์กังวานวงศ์ อายุ 31 ปี อีกหนึ่งผู้ต้องหาที่อยู่ในเหตุการณ์และเพึ่งเข้ามอบตัวไป ส่งต่อต่อฝากขังยังศาลจังหวัดปทุมธานีในช่วงเช้า