ต้องปังเบอร์ไหนถึงสามารถจัดคอนเสิร์ตเดี่ยวที่ราชมังคลาฯ จากคาราบาว – GOT7

ประเด็นน่าสนใจ

  • ถ้าจะพูดถึงสถานที่จัดคอนเสิร์ตที่เรียกว่าเป็นสเกลระดับยิ่งใหญ่สุดๆในประเทศไทย ชื่อของสนามราชมังคลากีฬาสถาน จะเป็นอันดับแรกที่หลายคนนึกถึง เพราะเป็นสนามกีฬาที่มีขนาดใหญ่ เป็นอันดับที่ 55 ของโลก และเป็นอันดับ 17 ของทวีปเอเชีย ด้วยอัฒจันทร์จำนวน เกือบ 50,000 ที่นั่ง และสามารถบรรจุผู้ชมได้ถึง 80,000 คน

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ศิลปินเดี่ยวไม่ว่าจะในนามวงหรือในนามกลุ่มจะสามารถจัดคอนเสิร์ตเดี่ยวของตัวเองได้ในพื้นที่ที่สามารถบรรจุคนได้ถึง 80,000 คน มีอัฒจันทร์จำนวนเกือบ 50,000 ที่นั่ง เป็นสนามที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 55 ของโลก เป็นอันดับ 17 ของทวีปเอเชีย แน่นอนว่าเรากำลังพูดถึงราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งเปิดให้ใช้เมื่อปี พ.ศ.2541 เพื่อใช้ในการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นเจ้าภาพ

มาในวันนี้ เราจึงขอรวบรวมสถิติศิลปินที่เคยจัดคอนเสิร์ตเดี่ยว ณ ราชมังคลากีฬาสถานมาให้คุณผู้อ่านได้ดูกันว่า ระดับความดังของศิลปินเบอร์นั้นๆ ต้องดังขนาดไหนถึงได้จัดคอนเสิร์ตเดี่ยว ณ สถานที่แห่งนี้ได้

25 ธันวาคม พ.ศ. 2542 – 15 ปีเมดอินไทยแลนด์ ของคาราบาว

17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 – ร่ำไรคอนเสิร์ต ของอัสนี-วสันต์

27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 – Bodyslam Live in คราม ของ Bodyslam

25 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 – Lady Gaga The Born This Way Ball Live in Bangkok

2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 – คอนเสิร์ต 40 ปีเสก โลโซ (40 แต่รู้สึกเหมือน 14)

14 มีนาคม พ.ศ. 2558 – One Direction On The Road Again Tour 2015 in Bangkok

7 เมษายน พ.ศ. 2560 – COLDPLAY A HEAD FULL OF DREAMS TOUR in BANGKOK

9–10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 – M-150 presents BODYSLAM FEST วิชาตัวเบา LIVE IN ราชมังคลากีฬาสถาน

6–7 เมษายน พ.ศ. 2562 – BTS World Tour LOVE YOURSELF

28 เมษายน พ.ศ. 2562 – Ed Sheeran Divide World Tour 2019

15 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563 – GOT7 2020 WORLD TOUR ‘KEEP SPINNING’ IN BANGKOK

ขอบคุณคลิปวีดีโอจาก Youtube Channel : Carabao Official , GMM GRAMMY OFFICIAL , BEC-TERO ENTERTAINMENT , Bodyslam , 4NOLOGUE
ขอบคุณภาพประกอบจาก Facebook : 40yearsekloso , www.gmmshops.com , http://www.thaiticketmajor.com , http://www.bectero.com ,

ชาวสวนยางทุ่งใหญ่แห่ร้องผู้ตรวจการแผ่นดินช่วยเหลือที่ดินฯ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ชาวสวนยาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน เนื่องจากหน่วยงานรัฐไม่จัดสรรที่ดินทำกินให้ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองสังข์
  • ในกรณีนี้ชาวบ้านระบุว่า ได้รับความเดือดร้อนจากกรณีจัดสรรที่ดิน และค่าเวนคืนที่ดิน
  • ทั้งนี้ชาวบ้านต้องการเรียกร้องค่าเวนคืนที่สมควร และบางส่วนอยากได้ที่ดินทำกิน เพื่อหาเลี้ยงครอบครัว

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 พ.ย. 62 ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ชั้น 9 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารB) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ถ.แจ้งวัฒนะกลุ่มตัวแทนชาวบ้าน กว่า 50 คนจากหมู่ที่ 2 ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช นำโดยนายสิปปภาส สงทิพย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล กรุงหยัน อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เป็นผู้นำเดินทางมาเพื่อเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีหน่วยงานรัฐละเลยไม่จัดสรรที่ดินทำกินให้ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างอ่างเก็บน้ำคลองสังข์อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ เนื้อที่ 6,810 ไร่ ประกอบด้วย ที่ป่า 205 ไร่ พื้นที่ของการยางแห่งประเทศไทย 3,950 ไร่ และพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน 2,656 ไร่โดยมีนายรักษเกชา แฉฉาย เลขาฯ ผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นผู้รับเรื่อง

ด้านนายสิปปภาส นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกรุงหยัน ได้กล่าวถึงความเดือนร้อนกรณีจัดสรรที่ดิน และค่าเวนคืนที่ดิน และขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินมอบหมายงานกับผู้ที่มีที่เกี่ยวข้องและผู้มีอำนาจและดำเนินการให้การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบและได้รับความเดือดร้อนในเรื่องที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน จากการดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำ คลองสังข์อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ เนื่องจากชาวบ้านไม่ได้รับค่าเวนคืนที่ไม่เหมาะสม ซึ่งผ่านมา 2 ปีแล้ว และยังไม่มีการประสานการจัดสรรที่ดินให้กับชาวบ้าน

นายรักษเกชา กล่าวว่าทาง สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับแจ้งว่า มีการประสานงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ส่วนจังหวัด,กรมป่าไม้ และการยางแก่งประเทศไทย (กยท.) ว่ามีการเข้าพูดคุยกับตัวแทนและผู้ได้รับผลกระทบข้อขัดแย้งข้อติดขัดในพื้นที่ ไปบางส่วนแล้ว แต่อาจยังไม่ได้รับข้อยุติ ที่น่าพอใจ โดยมีกรรมการชุดใหญ่เข้าใจเจรจา เกี่ยวกับที่ดินกว่า 4,600 ไร่ พร้อมเงินเยียวยา หากกลุ่มพบปัญหากับหน่วยงานต่างๆ หรือยังไม่พอใจในข้อเสนอค่าเวนคืน สามารถแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมให้กับทางสำนักผู้ตรวจการแผ่นดินได้ จะได้ช่วยกันประสานหน่วยงานเพื่อเร่งรัดการตกลงให้ต่อไป

“โอ๊ค พานทองแท้” เผยตื่นเต้น ลุ้นตัดสินคดีฟอกเงินกรุงไทย 10 ล้าน

ประเด็นน่าสนใจ

  • พานทองแท้ ชินวัตร เดินทางมาฟังคำพิพากษาคดีปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย
  • สมาชิกในครอบครัวเดินทางร่วมให้กำลังใจ เจ้าตัวเผย ตื่นเต้นนิดหน่อย

ที่ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง แยกศรีย่าน ถ.นครไชยศรี นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาฟังคำพิพากษาในคดี “ฟอกเงินทุจริตปล่อยกู้แบงก์กรุงไทย 10 ล้านบาท” โดยมี คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร มารดา พร้อมด้วย น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร น้องสาวทั้งสองคน รวมถึงสมาชิกในครอบครัวเดินทางมาร่วมให้กำลังใจ

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวถามว่า นาย พานทองแท้ ว่าตื่นเต้นไหม นาย พานทองแท้ ตอบสั้นๆว่า “ตื่นเต้นนิดหน่อย” หลังจากนั้นได้เดินเข้าจุดตรวจของศาลเพื่อเข้าด้านใน

โดยคดีนี้ เป็นคดีที่คณะกรรมการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้องนายพานทองแท้ ชินวัตร ความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน และสมคบการฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 5 9 และ 60 และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฉบับที่ 5 พ.ศ.2558 มาตรา 10 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 และ 91

อย่างไรก็ตามคดีนี้พนักงานอัยการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 10 ต.ค.61 กรณีนายพานทองแท้รับโอนเงินเป็นเช็คจำนวน 10 ล้านบาทเข้าบัญชี โดยเงินนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำจากการทุจริตปล่อยเงินกู้สินเชื่อระหว่างธนาคารกรุงไทยกับกลุ่มกฤษดามหานคร ที่มีนายวิชัย กฤษดาธานนท์ อายุ 80 ปี ผู้บริหารกฤษดามหานคร กับนายรัชฎา กฤษดาธานนท์ อายุ 53 ปีบุตรชาย และอดีตคณะผู้บริหารธนาคารกรุงไทยตกเป็นจำเลย คดีของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

คดีดังกล่าวศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วให้จำคุกนายวิชัยและนายรัชฎา บุตรชายคนละ 12 ปี นอกจากนี้นายวิชัย นายรัชฎา และกลุ่มอดีตกรรมการบริษัทเอกชนในเครือกฤษดารวม 6 คน ยังถูกอัยการยื่นฟ้องความผิดฐานฟอกเงินการปล่อยกู้ดังกล่าวต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบด้วย