กระซู่ตัวสุดท้ายแห่งมาเลเซียตายแล้ว

ประเด็นน่าสนใจ

  • อิมาน กระซู่ตัวสุดท้ายแห่งมาเลเซียเสียชีวิตแล้ว
  • ถือเป็นการสูญพันธุ์กระซู่ไปจากประเทศมาเลเซีย
  • ในไทย กระซู่ถูกประกาศให้เป็นสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วจากธรรมชาติ
  • คาดการณ์ว่า มีกระซู่อยู่บนโลกนี้ไม่ถึง 100 ตัว

สื่อมาเลเซีย รายงานว่า เมื่อวันที่ 20 พ.ย. ที่ผ่านมา กระซู่หรือแรดสุมาตราตัวสุดท้ายของประเทศมาเลเซียได้ตายแล้ว หลังจากที่ป่วยด้วยอาการเป็นมะเร็งรังไข่มาระยะหนึ่งแล้ว

แรดสุมาตราตัวนี้ชื่อว่า อิมาน (Iman) อายุ 25 ปี เป็นแรดสุมาตราตัวสุดท้ายในประเทศมาเลเซีย ซึ่งถูกนำมาดูแลรักษาโดย ดร. Zainal Zahari Zainuddin ในเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่า Tabin ประเทศมาเลเซีย

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา กระซู่ตัวนี้ เหลือน้ำหนักเพียง 476 กก. ลดไป ราว 44 กก. จากค่าเฉลี่ยน้ำหนักตัวเมื่อปีที่ผ่านมา เนื่องจากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา การกินอาหารหลักและอาหารเสริมนั้น น้อยกว่าปรกติ

ภาพจาก courtesy of Sabah Wildlife Department

โดยกระซู่เพศเมียตัวสุดท้ายนี้ ถูกจับมาเมื่อ 5 ปีก่อน จาก Danum Valley ซึ่งทางการมาเลเซียระบุว่า กระซู่ หรือ แรดสุมาตรา อยู่ในสภาวะเสี่ยงสูญพันธ์ุไปจากประเทศมาเลเซีย จึงจำเป็นต้องนำมาดูแลรักษาไว้ รวมกับกระซู่ตัวอื่นๆ เพื่อทำการเก็บไข่ ไว้ใช้ในการอนุรักษ์สายพันธุ์กระซู่ในประเทศต่อไป

ส่วนสาเหตุของการตายในครั้งนี้ เกิดจากเนื้องอกบริเวณกระเพาะปัสสาวะ และกลายเป็นมะเร็ง จนเป็นสาเหตุให้เสียชีวิตในครั้งนี้

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา แทม (Tam) กระซู่เพศผู้ ตัวสุดท้ายของมาเลเซียก็ได้ตายไป ทำให้แผนการที่จะให้กระซู่ผสมพันธุ์กันล้มเหลว และอีกตัวหนึ่ง ปันตุง (Puntung) กระซู่เพศเมียอีกตัวหนึ่ง ก็เสียชีวิตจากโรคมะเร็ง เมื่อปี 2017

ร่างของปันตุง (Puntung) กระซู่เพศเมีย ที่ถูกสต๊าฟ ไว้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว Tabin Wildlife Reserve, Lahad Datu (ภาพจาก Tourism Malaysia)

ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า พฤติกรรมที่กระซู่อยู่อย่างสันโดษในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทำให้กระซู่เพศเมียเป็นซีส และเนื้องอกในระบบสืบพันธุ์ได้ เพราะไม่ได้มีการผสมพันธ์ุเป็นเวลานาน

ทำให้การสูญเสียกระซู่ หรือ แรดสุมาตราในครั้งนี้ ทำให้กระซู่สูญพันธุ์ไปจากประเทศมาเลเซียแล้ว ซึ่งใน

เกี่ยวกับกระซู่

กระซู่ หรือ แรดสุมาตรา หรือ แรดขน เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำ จำพวกแรด ซึ่งลักษณะเด่นของกระซู่คือ เป็นแรดที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก มีนอ จำนวน 2 นอ โดยที่ นอด้านหน้าจะใหญ่กว่าด้านหลัง ไม่ตั้งตรงแบบเดียวกับ แรดชวา

ตามรายงานที่ผ่านมา กระซู่อาศัยอยู่ในป่าดิบชื้น ป่าพรุ และ ป่าเมฆในประเทศอินเดีย ภูฏาน บังกลาเทศ พม่า ลาว ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และจีน โดยสถานภาพอยู่ในระดับเสี่ยงขั้นวิกฤติต่อการสูญพันธ์ุ คาดการณ์ว่า เหลืออยู่ไม่ถึง 100 ตัวบนโลก

สาเหตุของการถูกล่า เนื่องจากเชื่อว่า นอของแรด เป็นยาบำรุง ทำให้นอของแรดนั้นมีราคาสูงกว่า กก.ละเกือบ 1 ล้านบาท

ประวัติกระซู่ ในประเทศไทย

กระซู่อาศัยอยู่ได้ทั้งพื้นราบและที่สูงในป่าดิบชื้น ป่าพรุ และป่าเมฆ ดังนั้นในพื้นที่ประเทศไทย มีรายงานการพบได้ในหลายแห่งด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ภูเขียว, อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, อุทยานแห่งชาติเขาสก, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคลองแสง, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร

แต่สถานะในปัจจุบันกระซู่ถูกประกาศให้เป็นสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วในธรรมชาติของไทย แม้ว่า ยังมีหลายฝ่ายคาดว่า อาจจะยังมีหลงเหลือในพื้นที่ของ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ฮาลา-บาลา เพียง 3 ตัวเท่านั้น

พยากรณ์อากาศวันนี้ 23 พ.ย.

ประเด็นน่าสนใจ

  • ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออกรวมถึงกรุงเทพฯ มีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า
  • ยอดดอยบริเวณภาคเหนือ มีอากาศหนาวถึงหนาวจัด
  • ภาคใต้ ยังคงมีฝนฟ้าคะนอง ขอให้ระวังอันตรายจากฝนที่สะสมไว้

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลักษณะอากาศทั่วไป เมื่อเวลา 16.00 น. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลง ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังปานกลาง อนึ่ง ในวันที่ 25 – 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและคลื่นลมมีกำลังแรง

ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า โดยบริเวณพื้นราบในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นและมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 16-20 องศาเซลเซียส สำหรับในตอนกลางวันบริเวณที่โล่งแจ้งมีแดดจัด และอากาศอุ่น ส่วนบริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-14 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

สำหรับภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนตกได้ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้

พยากรณ์อากาศ วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ

บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 16-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดดอย มีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 17-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณยอดภู มีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 9-14 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคกลาง

อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 19-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส

  • ตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
  • ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 2-3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม/ชม ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ป.ป.ส. ยันผิดกฎหมาย นำเข้าเยลลี่กัญชาเข้าประเทศ เสี่ยงคุก 5 ปี

ประเด็นน่าสนใจ

  • สาเหตุเพราะกัญชายังถือเป็นยาเสพติดอยู่
  • แนะผู้ป่วย หากจะใช้กัญชาในการรักษาควรพบแพทย์
  • การนำเข้ากัญชาไม่ว่ารูปแบบใดมีโทษคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท

จากกรณีที่เกิดเป็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมี นศ. สาวรายหนึ่งโพสต์ข้อความเตือนภัย อ้างว่าถูกดาราหนุ่มหลอกล่อให้ทานเยลลี่ที่มีส่วนผสมของกัญชา จนทำให้มีอาการโลกหมุนหัวใจเต้นแรง และเชื่อว่าถูกมอมยาแน่ แต่รอดมาได้เพราะยังพอมีสติ ก่อนที่เวลาต่อมาทางเจ้าหน้าที่ จะมีการกวาดล้างและยึดเยลลี่ชนิดดังกล่าวได้ที่ จ.เชียงใหม่นั้น

นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กล่าวถึงการลักลอบนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีส่วนผสมของกัญชาเข้ามาภายในประเทศว่า ขณะนี้ยังไม่พบการลักลอบนำเข้าเยลลี่ หรือ น้ำอัดลมผสมกัญชาเข้ามาเป็นล็อตใหญ่เพื่อจำหน่าย ส่วนใหญ่เป็นการซื้อแล้วนำติดตัวเข้ามาคนละ 1 ห่อ และแม้จะไม่ได้นำเข้ามาขาย แต่ก็มีความผิดฐานนำยาเสพติดประเภท 5 เข้ามาในราชอาณาจักร และจำหน่าย จ่าย แจก

แนะหากมีความจำเป็นใช้กัญชาควรปรึกษาแพทย์ อย่าหามาใช้เอง

ดังนั้นทาง ป.ป.ส.ขอแนะนำผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้ยาที่สกัดจากกัญชา ควรพบแพทย์ก่อนตัดสินใจใช้ยา เนื่องจากผู้ป่วยแต่ละรายมีความต้องการใช้ยาในปริมาณที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม หลังรัฐบาลผ่อนปรนให้ใช้กัญชาทางการแพทย์ที่ผ่านกระบวนการผลิตอย่างปลอดภัย

แม้ปริมาณลักลอบนำเข้ากัญชาไม่เพิ่มสูงขึ้น แต่มีผู้เสพกัญชาหรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับกัญชาเพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลที่จัดเก็บไว้ 2 ปี พบมีผู้ให้ข้อมูลว่าเคยใช้หรือเคยเสพกัญชา แต่ไม่ติดมากกว่า 200,000 คน ส่วนหนึ่งอาจได้รับข้อมูลคลาดเคลื่อนว่ามีการเปิดเสรีกัญชา หรือเสพแล้วมีประโยชน์ต่อร่างกาย

นอกจากนี้ ในการศึกษาร่วมกับรพ.รามาธิบดี พบผู้ป่วยจากการใช้กัญชาไม่ถูกวิธีเพิ่มขึ้น 100 ราย แม้จะไม่มีรายใดเสียชีวิตจากการใช้กัญชา แต่ก็ทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยกับตัวผู้เสพ จึงขอหลีกเลี่ยงการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการทุกรูปแบบ โดยได้ประสานข้อมูลกับกรมศุลกากรและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้เข้มงวดตรวจตรามากขึ้น

ยืนยัน กัญชา ยังเป็นยาเสพติดผิดกฎหมาย ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายเด็ดขาด

ทั้งนี้ กัญชาหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชาเป็นยาเสพติด ห้ามผลิต นำเข้า จำหน่าย ครอบครอง หรือส่งออก และไม่สามารถซื้อขายผ่านทางออนไลน์ได้ หากพบการนำเข้าไม่ว่าจะนำเข้ามาด้วยตนเอง หรือสั่งซื้อผ่านทางออนไลน์ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 500,000 บาท

ส่วนผู้จำหน่ายและผู้ครอบครอง จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งผู้โฆษณาขายผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชาจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ