ตร.เผยมูลเหตุ กลุ่มชายฉกรรจ์ล็อคตัวคนแก่ ก่อนรัวหมัดใส่ไม่ยั้ง

ประเด็นน่าสนใจ

  • ในโลกออนไลน์มีการแชร์คลิปวัยรุ่นล็อคตัวคนแก่ที่ขับรถเก่ง ก่อนถูกอีกคน ชก-เตะ ไม่ยั้งจนหมดสติ
  • เบื้องต้นอาการของผู้บาดเจ็บ มีแผลที่ใบหน้าและดั้งจมูก
  • ส่วนสาเหตุคาดว่ากลุ่มคนร้ายไม่พอใจที่ผู้บาดเจ็บ มาเรียกร้องเงินค่าจ้างของพี่สาวภรรยาผู้บาดเจ็บ

จากกรณีในโลกออนไลน์มีการแชร์คลิปกลุ่มชายฉกรรจ์ทำร้ายร่างกายชายวัยกลางคน โดยมีการล็อคตัวไว้ก่อนที่ชายเสื้อดำจะรัวหมัดเข้าที่ใบหน้าของผู้เสียหายจะล้มลง พร้อมเตะซ้ำจนผู้เสียหายเกือบหมดสติ เหตุเกิดใกล้เคียงตม.ปทุมธานี ซอยประกันสังคมจ.ปทุมธานี ต.สวนพริกไทย อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่านเพิ่มเติม : ตามหา!! หนุ่มหัวร้อน ล็อคคนแก่รัวหมัดใส่ไม่ยั้ง ก่อนซิ่งกระบะหาย(มีคลิป))

ล่าสุดวันนี้ (22 พ.ย.62) ผู้สื่อข่าว MThai ได้เดินทางไปที่ สภ.สวนพริกไทย เพื่อสอบถามคดีที่เกิดขึ้นกับ พ.ต.อ.พงศ์พัชร์ แจ้งหมื่นไวย์ ผกก.สภ.สวนพริกไทย และได้รับการเปิดเผยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้น วันที่ 21 พ.ย.62 เวลาประมาณ 11.50 น.บริเวณใกล้แยกโรงน้ำกรุงเทพน้ำทิพย์ ม.6 ต.สวนพริกไทย อ.เมือง จ.ปทุมธานี

ผู้เสียหายคือนายสมบัติ นิยมมาก อายุ 52 ปี โดยก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายได้มาเจรจาแทนพี่สาวของภรรยา เพื่อตกลงค่าจ้างของพี่สาวภรรยาที่ตกค้าง โดยเจรจากับนายจ้างพี่สาวภรรยา (กลุ่มที่ทำร้าย) บริเวณที่ทำการ ตม.ปทุมธานี เพื่อให้ทางตม.ไกล่เกลี่ยกรณีข้อพิพาทเรื่องค่าแรง หลังจากผู้เสียหายได้รับเงินจากฝ่ายนายจ้างแล้วได้เดินทางกลับ ก่อนขับรถมาถูกจุดเกิดเหตุและถูกรุมทำร้ายดังกล่าว

โดยสาเหตุคาดว่า กลุ่มคนร้ายไม่พอใจที่ผู้เสียหายมาเรียกร้องค่าจ้างให้พี่สาวของภรรยา เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ผู้ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลที่ใบหน้าและดั้งจมูก ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ส่งตัวไปตรวจร่างกายไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนไปที่บ้านพักเพื่อเชิญตัวมาทำการสอบสวนและดำเนินคดีทางฎหมายต่อไป

กลุ่มชาวพุทธฯ ย้ำ ที่ดินพิพาท 3,800 ไร่ เป็นของมูลนิธิอภิธรรมฯ

ประเด็นน่าสนใจ

  • ดร.จรูญ พร้อมกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน​ ยื่นหลักฐานเพิ่มเติมให้กองปราบ
  • ย้ำว่าที่ดินพิพาท 3,800 ไร่ จ.จันทบุรี เป็นของมูลนิธิอภิธรรมฯ

ที่กองบังคับการปราบปราม​ (บก.ป.) ดร.จรูญ วรรณกสิณานนท์, ทนายพงศ์นรินทร์ อมรรัตนา พร้อมกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน เข้ายื่นหนังสือให้กับเจ้าหน้าที่​กองปราบปราม เพื่อติดตามความคืบหน้าในคดีที่ดินพิพาท 3,800 ไร่ ใน จ.จันทบุรี และมอบเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม

โดยนายจรูญ กล่าวว่า​ เอกสารราชการ เกี่ยวกับการบริจาคที่ดินของมูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุวิทยาลัย ที่มีพระกิตติพุฒโฒ เป็นอดีตประธานมูลนิธิ ได้มอบให้กับโรงเรียนบ้านตาเรียว ซึ่งไม่มีชื่อนายบุญช่วย เจริญสถาพร เป็นเจ้าของ จึงถือเป็นการฉ้อโกงที่ดินผู้อื่นมาเป็นของตัวเอง

นอกจากนี้ ในคดีการฟ้องร้องระหว่างฝ่ายนายบุญช่วย ที่เป็นโจทก์ และ พล.ต.ต.ธารินทร์ จันทราทิพย์ อดีตจเรตำรวจแห่งชาติ กับ น.ส.เขมจิรา บัณฑูรนิพิท เป็นจำเลย ในข้อหาแจ้งความเท็จกรณีนายบุญช่วย ยักยอกทรัพย์

ที่ต่อมาศาลได้นัดพร้อมทั้งสองฝ่ายเพื่อไกล่เกลี่ยคดีดังกล่าวในปี 2550-2551 ปรากฏว่าฝ่ายนายบุญช่วย ได้นำลายนิ้วมือขวาของนายสมพล โกศลานันท์ เจ้าของที่ดินก่อนจะขายให้กับพระกิตติฯ ไปประทับ ทั้งที่นายสมพล ได้เสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 2538 

ส่วนทนายพงศ์นรินทร์ กล่าวเพิ่มว่า หลักฐานที่ยืนยันว่าที่ดินผืนนี้เป็นของมูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุ คือหนังสือ นส.3 ระบุการบริจาคที่ดินกว่า 50 ไร่ จากทั้งหมด 3,800 ไร่ ให้กับโรงเรียนบ้านตาเรียว ในปี 2520 ก่อนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุ

ซึ่งมีชื่อของ พล.ต.อ. ประเสริฐ รุจิรวงศ์ ร่วมบริจาค 3 ไร่ ส่วนที่เหลือเป็นของมูลนิธิจิตตภาวัน ซึ่งเป็นเครือข่ายเดียวกับมูลนิธิอภิธรรมมหาธาตุ อีกกว่า 30 ไร่ จนถึงปี 2551 ปรากฎว่า

พบเอกสารการโอนที่ดินว่ามีชื่อของนายสมพล ขายที่ดินให้นายบุญช่วย ซึ่งนายสมพล ได้เสียชีวิตไปตั้งแต่ ปี 2538 แล้ว นอกจากนี้ยังมีโฉนดที่ดินอีก 86 แปลงที่เข้าลักษณะนี้ทั้งหมด จึงตั้งข้อสงสัยว่า ใครจะเป็นผู้ลงชื่อนิติกรรมการโอนได้ และมีใครรับมรดกแทนหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ยังมีที่ดินในพินัยกรรมของพระกิตติฯ ที่ อ.เทพา จ.สงขลา จำนวน 600 ไร่ ได้ถูกแบ่งขายไปแล้วบางส่วน ตามแนวชายทะเลความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม

รวบแล้วซีอีโอ ‘Nice Review’ คาเวียงจันทน์

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดกรณีแชร์ ‘Nice Review’ ที่อ้างตัวว่าเป็นบริษัทโฆษณาแบบใหม่วงแตก ผู้ที่ลงทุนกับบริษัทดังกล่าวไม่สามารถเบิกเงินที่ลงไปกับบริษัทคืนได้ จนมีการแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ และได้มีการออกหมายจับซีอีโอของบริษัทก่อนหน้านี้
  • มีการสืบทราบว่า นายณรงค์ อินลี ซึ่งเป็นซีอีโอของ ‘Nice Review’ ได้นำเงินหลบหนีไปต่างประเทศ
  • ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัว นายณรงค์ ได้แล้วที่ประเทศเพื่อนบ้าน

ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ภายใต้การนำทีมของ พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ รอง ผบช.ภ 4 ติดตาม จับกุมตัว นายณรงค์ อินลี ผู้บริหารบริษัทบริษัท เอนเนอร์จี ดีดักชั่น จำกัด (ไนท์รีวิว) โดยนายนายณรงค์เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญาลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 ในข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน หลังจากผู้เสียหายที่ได้นำเงินไปจ่ายเป็นค่าประกันการทำงานกับบริษัท แต่ไม่สามารถเบิกเงินที่จ่ายไปให้บริษัทคืนได้ เข้าแจ้งความไว้ที่ สน.โคกคราม

นายณรงค์ อินลี ผู้บริหารบริษัทบริษัท เอนเนอร์จี ดีดักชั่น จำกัด (ไนท์รีวิว)

ทั้งนี้จากรายงานเผยว่า เจ้าหน้าที่ ติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่เวียงจันทน์ เมืองหลวงของสปป.ลาว โดยขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ในระหว่างการคุมตัว กลับมาสอบสวนและส่งตัวดำเนินคดีที่ สน.โคกคราม ตามท้องที่ที่ได้ขอศาลออกหมายจับไว้

ก่อนหน้านี้มีผู้เสียหายที่เป็นเหยื่อจากการร่วมลงเงินกับ ‘Nice Review’ ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ติดต่อเข้าแจ้งความนับพันราย มูลค่าความเสียหายกว่า 20 ล้านบาท และคาดว่ามูลค่าความเสียหายทั่วประเทศอาจสูงกว่า 5,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ‘Nice Review’ อ้างตัวเป็นบริษัทโฆษณารูปแบบใหม่ ที่ใช้ทุนจดทะเบียบสูงกว่าร้อยล้านบาท โดยเปิดให้สมาชิกสมัครเข้ามาช่วยโปรโมทโพสต์ของลูกค้าด้วยการ กดไลค์ หรือเข้าไปแสดงความคิดเห็นในเชิงบวก รวมไปถึงแชร์โพสต์ เพื่อเพิ่มยอดขาย หรือสร้างภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์ และจ่ายค่าตอบแทนในลักษณะยิ่งโพสต์มาก ยิ่งได้มาก

โดยบริษัทมีการเรียกเก็บเงินค่าประกันจากสมาชิกที่ต้องการร่วมทำงาน โดยอ้างว่าเป็นการประกันความเสียหายให้กับทางบริษัทคล้ายกับลักษณะการเปิดพอร์ต แต่ในตอนหลังบริษัทได้ประกาศปิดปรับปรุงระบบและไม่สามารถติดตามตัวเจ้าของบริษัทได้ จนกระทั่งปรากฏเป็นข่าวในคดีแชร์ลูกโซ่ในที่สุด

อ่านบทความเจาะลึกคดี ‘Nice Review’ ได้ที่ เปิดปูม ‘Nice Review’ จากโมเดลการ ‘ทำงานผ่านเน็ต’ สู่ ‘คดีแชร์ลูกโซ่’