‘สิระ’ จี้ ‘เสรีพิศุทธ์’ แจงมติตั้ง ‘วัฒนา’ เป็นที่ปรึกษาก่อนวันประชุม

ประเด็นน่าสนใจ

  • วัฒนา เมืองสุข โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า ‘เสรีพิศุทธ์’ ได้แต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษา
  • ’สิระ’ จี้ ‘เสรีพิศุทธ์’ ออกมาชี้แจง หลังในเอกสารระบุเป็นมติของที่ประชุมกมธ. ทั้งที่ยังไม่ถึงวันประชุมแต่อย่างใด

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบได้แต่งตั้งให้นายวัฒนา เมืองสุขเป็นที่ปรึกษาว่า เนื้อหาในประกาศดังกล่าว มีการะบุมติที่ประชุมกมธ. ในวันที่ 20 พ.ย.62 และอ้างประกาศ ณ วันที่ 20 พ.ย.62 ลงชื่อพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส

โดยตนไม่ทราบว่าหนังสือดังกล่าวออกมาล่วงหน้าก่อนวันประชุมวันที่ 20 พ.ย.ที่จะถึงได้อย่างไร เพราะเป็นการลงนามในคำสั่งล่วงหน้าเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเรื่องนี้คงต้องสอบถามไปยัง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ถึงข้อเท็จจริงว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

“ตนขอให้ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ออกมาตอบคำถามแก่สังคม เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นอำนาจของประธานาีจะแต่งตั้งที่ปรึกษาของตัวเองได้ แต่หนังสือดังกล่าวมีการกล่างอ้างมติของที่ประชุมกรรมาธิการอย่างชัดเจน ทั้งๆที่ยังไม่ได้มีการประชุมในวันดังกล่าว พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ต้องชี้แจงเรื่องนี้ว่าจริงเท็จประการใด” นายสิระ กล่าว

นายสิระ กล่าวต่อว่า หาก พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ ยืนยันว่าประกาศดังกล่าวไม่ใช่ของจริง ก็ต้องย้อนกลับไปถามนายวัฒนาว่าเอาเอกสารที่มีการปลอมแปลงลายเซ็นของพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มาได้อย่างไร เรื่องที่เกิดขึ้นต้องมีผู้รับผิดชอบ เพราะมีการแอบอ้างมติประชุมกรรมาธิการ ทั้ง 15 คน โดยได้นำมาเผยแพร่สู่สาธารณชน ถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว

กกต. มีมติเอกฉันท์ให้อนาคตใหม่ส่งเอกสารแจงคำร้องปม ‘ธนาธร’ ปล่อยกู้พรรค

ประเด็นน่าสนใจ

  • มีการยื่นเรื่องต่อ กกต. ให้ตรวจสอบ กรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ได้บริจาคเงินให้พรรคอนาคตใหม่
  • กกต.มีมติเอกฉันท์ให้ พรรคอนาคตใหม่ ส่งเอกสารชี้แจงคำร้องปม “ธนาธร” ปล่อยกู้พรรค เกินกว่ากฎหมายกำหนด

วันที่ 19 พ.ย. 2562 คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้พรรคอนาคตใหม่ ส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาคำร้องที่มีผู้กล่าวหาว่านายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้ให้พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินของตนเอง ซึ่งฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง และพรรคการเมือง ตามมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ 2560

ทั้งนี้มีข้อมูลระบุว่า นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจได้บริจาคเงินหรือประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมืองมีมูลค่าเกินกว่า 10 ล้านบาท ต่อพรรคการเมืองต่อปี ซึ่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องเป็นเอกสารที่คณะอนุกรรมการวินิจฉัยคำร้องและปัญหาหรือข้อโต้แย้งได้เคยเรียกเอกสารดังกล่าวแล้วแต่พรรคอนาคตใหม่ไม่ได้จัดส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องให้แต่อย่างใด ยืนยันกกต.ได้ดำเนินการไปตามกระบวนการและขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดทุกประการแล้ว

อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมาการเลือกตั้ง(กกต.)ให้ตรวจสอบ การบริจาคเงินของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ได้บริจาคให้พรรคอนาคตใหม่ 10 ล้านบาท และภรรยาของนายธนาธร บริจาคเงินให้พรรคอนาคตใหม่ 7.2 ล้านบาท โดยเจ้าตัวเห็นว่าเป็นข้อสงสัยที่ต้องให้ กกต. ได้วินิจฉัยว่าการกระทำของนายธนาธรและภรรยาดังกล่าวเป็นการกระทำของบุคคลเดียวกันหรือไม่ ซึ่งหากเป็นบุคคลเดียวกันก็จะผิดตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง ที่ห้ามให้บุคคลบริจาคเงินให้พรรคการเมืองเกินคนละ 10 ล้านบาท เรื่องนี้หากมีความผิดจริง อาจจะนำไปสู่การยุบพรรคการเมืองต่อไปได้

มาแน่ ! ยุทโธปกรณ์จากจีน ย้ำคุ้มค่าหลัง กองทัพบกไทย ทุ่มงบจัดซื้อ

ประเด็นน่าสนใจ

*กองทัพบกจัดซื้อ ยานเกราะล้อยาง VN1 และ VT-4 จากจีน ด้วยงบ 4.3 พันล้านบาท
*ทางการจีนจึงได้ลำเลียงยานเกราะทั้ง 2 รุ่นมาไทยแล้ว คาดถึง 28 พ.ย.นี้
[/summary

เจ้าหน้าที่บริษัทนอร์ริงโก้ รัฐวิสาหกิจของสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ผลิตยุทโธปกรณ์ กล่าวถึงการจัดส่งรถยานเกราะล้อยาง VN1 ที่กองทัพบกไทยได้จัดซื้อว่า วันนี้ได้ขนย้ายรถยานเกราะล้อยาง VN1 จำนวน 38 คัน มูลค่าวงเงิน 2.3 พันล้านบาท ที่รัฐบาลได้อนุมัติจัดซื้อตั้งแต่ปี 2560

และรถถัง VT-4 จำนวน 11 คัน วงเงิน 2 พันล้านบาท ที่ได้อนุมัติการจัดซื้อเมื่อเมษายนปี 2562 และลำเลียงยุทโธปกรณ์ส่งมายังท่าเรือทุ่งโปรง ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งน่าจะมาถึงไทย 28 พฤศจิกายนนี้

โดยเจ้าหน้าที่จีนและคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานยุทโธปกรณ์กองทัพบก (กมย.ทบ.) จะเป็นผู้ตรวจรับในเบื้องต้น จากนั้นจะทยอยลำเลียงไปที่ศูนย์การทหารม้า (ศม.) ค่ายอดิศร จ.สระบุรี เพื่อตรวจรับอย่างละเอียดอีกครั้ง

โดย ทบ.อาจมีการทดสอบสมรรถนะให้สื่อมวลชนได้ชมถึงความคุ้มค่า ก่อนที่จะเคลื่อนย้ายรถยานเกราะ VN1 ไปประจำการที่ค่ายสุริยพงษ์ จ.น่าน และ กองพันทหารม้าที่ 7 (ม.พัน.7) ค่ายพิชัยดาบหัก จ.อุตรดิตถ์

ทั้งนี้ VN1 ทั้ง 38 คันประกอบด้วย รถยานเกราะทั่วไป 34 คัน รถกู้ซ่อม 2 คัน รถซ่อมบำรุง 1 คัน รถซ่อมบำรุงอุปกรณ์ไฟฟ้า 1 คัน ขณะที่รถถัง VT-4 จำนวน 11 คัน มีรถถังธรรมดา 10 และรถกู้ซ่อม 1 คัน

นอกจากนี้ ทางบริษัทนอร์ริงโก้ เตรียมจัดส่งรถยานเกราะที่เหลือคือ VN1 ล็อต 2 จำนวน 34 คัน วงเงิน 2 พันล้านบาท ที่รัฐบาลได้อนุมัติจัดซื้อในปี 2561 และ VN1 ล็อตที่ 3 จำนวน 39 คัน วงเงิน 2 พันล้านบาท

ซึ่งรัฐบาลได้อนุมัติช่วงเมษายนปี 2562 ประกอบด้วยรถ 5 ประเภท VN1 ทั่วไป ,รถบังคับการ ,รถพยาบาล ,รถติด ค. 120 มม.,รถกู้ซ่อม โดยทั้ง 2 ล็อตจะทยอยจัดส่งมาให้กองทัพบกในปี 2563-2564