ดร.ธรณ์ เตือนระวัง! หากพบ หมึกบลูริง แนะอย่าจับหรือมาทำอาหาร

ประเด็นน่าสนใจ

  • ชาวประมงจับ หมึกบลูริง สัตว์ทะเลพิษร้ายแรงอีกชนิดได้ในพื้นที่ จ.เพชรบุรี
  • ดร.ธรณ์ จึงออกมาแนะนำห้ามจับ และห้ามนำมาทำอาหารเด็ดขาด เพราะพิษไม่สลายแม้ถูกความร้อน
  • ทางที่ดีควรถอยห่างทางใครทางมัน

ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล และอาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์ภาพและข้อความเตือนภัย อย่าเข้าใกล้ หมึกสายวงน้ำเงิน หรือ หมึกบลูริง ( blue-ringed octopus)

และห้ามนำมาทำเป็นอาหาร เพราะเป็นสัตว์ที่มีพิษร้ายแรง จนส่งผลเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ หลังจากมีชาวประมงในพื้นที่ จ.เพชรบุรี สามารถจับได้บริเวณ ดอนหอยนอกเกาะสังข์ หน้า อ่าวบางเบิด จึงนำขี้นมาวางบนเรือถ่ายรูป และนำใส่ไว้ในขวดน้ำดื่ม เพื่อตรวจสอบ โดย ดร.ธรณ์ ได้มีข้อความระบุว่า

ชาวประมงจับหมึกสายวงน้ำเงินได้ที่ชุมพร ดูจากลักษณะแล้วน่าจะใช่ เป็นหมึกที่มีพิษร้ายแรง ยิ่งตอนป้องกันตัว สีของวงจะเห็นชัดมากเหมือนในภาพ

หมึกทะเลชนิดนี้เป็นพวกหมึกสายขนาดเล็ก มีพิษ ต้องระวังไว้ให้มาก อย่าไปจับเล่นหรือนำมาประกอบอาหาร พิษของหมึกชนิดนี้ไม่สลายแม้โดนความร้อน

อันที่จริง หมึกชนิดนี้มีรายงานในทะเลไทยมาบ้างแล้ว โดยเฉพาะแถวประจวบ/ชุมพร อย่างไรก็ตาม เป็นหมึกที่อยู่ตามพื้นทะเล ในเมืองไทยไม่เคยมีรายงานว่าพบตามชายหาดที่มีคนเล่นน้ำ ไม่ต้องตื่นตกใจครับ

แม้แต่ในพื้นทะเล สำรวจพบอยู่บ้าง ไม่ใช่เยอะจนพบบ่อยทั่วไป หรือแม้แต่นักดำน้ำ ส่วนใหญ่อาจเคยพบบ้างนอกเขตปะการัง พิษของหมึกชนิดนี้คือการกัด แต่ไม่แนะนำให้จับหรือโดนตัว เพราะอาจพลาดได้ แต่ไม่ต้องกลัวจนเกิดเหตุ

เวลาผมเจอก็ว่ายไปแบบทางใครทางมัน หมึกไม่สนใจจะพุ่งเข้ามาจู่โจมเรา เป็นแค่ป้องกันตัวหากโดนจับหรือโดนทำร้าย ไม่ต้องไปพยายามฆ่าพวกเธอครับ ยังไม่เคยมีรายงานว่าคนไทยเคยโดนหมึกชนิดนี้กัด แต่ระวังไว้นิดก็ดีครับ

ข้อมูล – @ทันข่าวทันคน
ภาพ – คุณธีรยุทธ เจียรนัย

สำหรับหมึกสายวงน้ำเงิน หรือ หมึกบลูริง ( blue-ringed octopus) เป็นหมึกที่มีพิษร้ายแรงกว่างูเห่า 20 เท่า ผู้ถูกกัดอาจจะตายได้ 2-3 นาที โดยปกติวงแหวนบนตัวหมึกจะไม่ปรากฏ แต่มันจะเผยให้เห็นเมื่อมันรู้ตัวว่าจะได้รับอันตราย จึงแสดงให้เห็นเพื่อเป็นการเป็นการป้องกันตัวเอง

อย่าแตะกองทุนประกันสังคม เหตุไม่ใช่เงินรัฐบาล หลังหาช่องนำปล่อยกู้

ประเด็นน่าสนใจ

  • อดีต รมว.คลังไม่เห็นด้วย รัฐบาลเตรียมนำเงินประกันสังคมออกมาปล่อยกู้
  • เพราะเงินส่วนนี้ได้ทำประโยชน์ในตัวเองอย่างสูงสุดแล้ว
  • แนะการแก้ปัญหา ศก. อย่างคิดและทำแบบง่ายๆ เพราะจะทำให้เติบโตช้า

จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ส่งหนังสือข้อสั่งการถึงสำนักประกันสังคม เพื่อให้บริหารจัดการกองทุนประกันสังคมให้เกิดประโยชน์ ตอบสนองแก่ความต้องการของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น เช่น การกู้ยืมเพื่อการลงทุน หรือการกู้ยืมเพื่อรายจ่ายจำเป็นอื่นๆ นั้น

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 62 ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงเรื่องดังกล่าวว่า รัฐบาลไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับกองทุนประกันสังคม กองทุนบำเหน็จบำนาญ รวมถึงกองทุนอื่นๆ

เพราะเงินส่วนนี้ เป็นเงินออมของลูกจ้างและกรรมกร ทั้งประเทศ เพื่อใช้ดูแลชีวิตลูกจ้างและกรรมกรให้ดีขึ้น รัฐบาลทั่วโลกมีกฎหมายให้หักเงินรายได้ของลูกจ้างและกรรมกร เพื่อไว้ใช้จ่ายเมื่อต้องหยุดงาน อันเนื่องมาจากว่างงาน เจ็บไข้ได้ป่วย ทุพพลภาพ คลอดบุตร สงเคราะห์บุตร ชราภาพ และเสียชีวิต

การที่รัฐบาลเข้ามาแสดงให้เห็นว่ายังไม่เข้าใจเรื่องเศรษฐกิจ เนื่องจากเงินจำนวนนี้ ได้มีการใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่อยู่แล้ว ไม่ได้มีเหลือเก็บโดยไม่นำไปใช้ประโยชน์แต่อย่างใด

การบริหารระบบเศรษฐกิจ เป็นเรื่องที่ต้องใช้สติปัญญา บวกกับความรู้ในระดับปรัชญา รวมถึงไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลที่ไม่รู้เศรษฐกิจที่จะคิดๆ เอาแบบง่ายๆ เพราะการคิดง่ายๆ ได้ทำให้ระบบเศรษฐกิจไทยเจริญเติบโตต่ำมาก ผลผลิตขายไม่ได้ คนตกงานมากมายและกำลังเหี่ยวแห้งตาย ในทุกวันนี้

ย้าย คณากร เพียรชนะ ไปเชียงใหม่ พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสงสัยกระทำผิดวินัย

ประเด็นน่าสนใจ

  • ที่ประชุม กต. เห็นชอบตั้งกรรมการสอบ คณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษายิงตัวเอง หลังถูกกล่าวหากระทำผิดวินัย
  • พร้อมสั่งย้ายจากผู้พิพากษาศาลยะลา ไปศาลอุทธรณ์ ภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่

นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ครั้งที่16/2562 ที่มีนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานการประชุม ว่า

ที่ประชุม ก.ต. รับทราบรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง นายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลจังหวัดยะลา ของคณะอนุกรรมการตุลาการวิสามัญแล้ว

และมีมติตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง นายคณากร ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 มาตรา 68 คือเป็นกรณีที่ถูกกล่าวหาหรือมีกรณีเป็นที่สงสัยว่ากระทำผิดวินัย

และมีมติให้นายคณากรไปช่วยทำงานชั่วคราวในกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ ก่อน จนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

นอกจากนี้ที่ประชุม ก.ต. ยังมีมติให้ตั้งคณะอนุกรรมการศึกษาและพัฒนาหลักเกณฑ์ แนวทาง และวิธีการตรวจร่างคำพิพากษาของภาค รวมทั้งมาตรการป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก