ไฟป่าออสเตรเลียเสียหาย 2 ล้านล้านบาท

ประเด็นน่าสนใจ

*ความคืบหน้าวิกฤตการไฟป่าในออสเตรเลีย ซึ่งถือว่ารุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์
*คาดว่าเพลิงในครั้งนี้ เผาผลาญทำลายบ้านเรือนนับพันหลัง
*มีผู้เสียชีวิต 25 ราย สัตว์ป่าไม่น้อยกว่า 480 ล้านตัว บางสายพันธุ์ถูกประเมินสูญพันธุ์ไปแล้ว

ประเด็นน่าสนใจ

เจ้าหน้าที่ทางการออสเตรเลีย เร่งลำเลียงอาหาร เพื่อหย่อนช่วยเหลือสัตว์ป่าในรัฐนิวซาท์เวลส์ ที่ติดอยุ่ในพื้นที่ไฟป่าไม่สามารถหาอาหารและน้ำดื่มได้ เพื่อช่วยเหลือให้มีอาหารประทังชีวิต

แม้ว่าภาพรวมยังไม่มีการประเมินที่ชัดเจนว่า แต่บางพื้นที่ยังมีเปลวไฟที่ลุกโชนอยู่ คาดว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นขณะนี้ จะมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินบาทประมาณ 2.1 ล้านล้านบาท มีการประเมินว่า ตัวเลขนี้คิดเป็นความเสียหายที่มากกว่า เหตุการณ์พายุเฮอริเคนแซนดี้ที่พัดถล่ม 12 รัฐในสหรัฐอเมริกาเสียด้วยซ้ำ

แม้ล่าสุดรัฐบาลออสเตรเลียได้ประกาศแผนฉุกเฉินมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4.2 หมื่นล้านบาท สำหรับจัดการวิกฤตไฟป่าในครั้งนี้ แต่ก็มีการประเมินว่า งบประมาณนี้ อาจไม่เพียงพอ
จนถึงขณะนี้มีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนที่เกิดจากไฟไหม้มีมูลค่ารวม 7.7 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท คาดว่า นี่จะเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะ ผู้ที่ได้รับผลกระทบบางรายไม่ได้ทำประกัน

ส่วนการประเมินในขณะนี้พบว่า มีบ้านเรือนที่เสียหายกว่า 2,000 หลัง ขณะที่ความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ เช่น ถนน สะพาน ระบบไฟฟ้าและประปา คาดว่า อยู่ที่ 10,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย

ขณะที่ความเชื่อมั่นของผู้บริโภครายสัปดาห์ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 4 ปี โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็เป็นอีกส่วนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ส่วนมลพิษทางอากาศในระดับสูงมีแนวโน้มที่จะส่งผลให้พลเมืองเสี่ยงเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

จีนเปิดใช้ “ดวงตาจักรวาล” อย่างเป็นทางการ

ประเด็นน่าสนใจ

  • จีนเปิดใช้ “กล้องโทรทรรศน์วิทยุที่มีขนาดใหญ่” อย่างเป็นทางการ หลังพิสูจน์สมรรถนะล้นเหลือนาน 3 ปี
  • กล้องโทรทรรศน์ยักษ์ จะทยอยเปิดให้นักดาราศาสตร์ทั่วโลกเข้าใช้งาน

จีนดำเนินการระยะทดลองใช้งานกล้องโทรทรรศน์วิทยุที่มีขนาดใหญ่และทำงานได้ว่องไวที่สุดในโลกเสร็จสิ้นไปเมื่อวันเสาร์ (11 ม.ค.2563) และจะเปิดใช้อย่างเป็นทางการ หลังทดลองใช้นาน 3 ปี และพบประสิทธิภาพนานัปการของกล้องตัวนี้

กล้องโทรทรรศน์ยักษ์ตัวนี้จะทยอยเปิดให้นักดาราศาสตร์ทั่วโลกเข้าใช้งาน ซึ่งถือเป็นการเปิดใช้เครื่องมืออันทรงพลังที่จะไขความลับต่างๆ ที่อยู่รายล้อมจุดกำเนิดและวิวัฒนาการของจักรวาล

เสิ่นจู๋หลิน เจ้าหน้าที่คณะกรรมการการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน (China’s National Development and Reform Commission) เปิดเผยในการประชุมเมื่อวันเสาร์ (11 ม.ค.) ว่าตัวบ่งชี้ทางเทคนิคทุกด้านของกล้องสามารถแตะระดับหรือไต่ทะลุระดับที่วางแผนไว้ ทั้งยังมีสมรรถนะในการปฏิบัติภารกิจแตะระดับชั้นนำของโลก

ฟาสต์ (Five-hundred-meter Aperture Spherical radio Telescope-FAST) เป็นกล้องโทรทรรศน์วิทยุจานรับสัญญาณเดี่ยวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 500 เมตร

และมีพื้นที่รับสัญญาณขนาดเท่าสนามฟุตบอลประมาณ 30 แห่ง กล้องโทรทรรศน์ยักษ์ตัวนี้ตั้งลึกเข้าไปในธรรมชาติ ที่มีภูมิประเทศแบบคาสต์หรือหลุมและเขาสลับกัน โดยอยู่ในหลุมลึกขนาดใหญ่ ในมณฑลกุ้ยโจว ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน

เจียงเผิง หัวหน้าวิศวกรของกล้องฟาสต์ กล่าวว่าหลังสิ้นสุดระยะทดลองใช้งาน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เปิดให้ใช้งานกล้องเพื่อสังเกตการณ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล้ว และคาดว่าจะมีการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ครั้งสำคัญในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ฟาสต์ได้ค้นพบพัลซาร์ (pulsar) หรือเศษซากดาวฤกษ์ความหนาแน่นสูงทั้งหมด 102 ดวง มากกว่าจำนวนพัลซาร์ที่ทีมวิจัยในยุโรปและสหรัฐฯ ค้นพบรวมกันในช่วงเวลาเดียวกัน

นอกจากนั้นยังมีการปรับปรุงความแม่นยำในการบันทึกเวลาของพัลซาร์ มากขึ้นถึงประมาณ 50 เท่าของระดับก่อนหน้า ทำให้สามารถตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วงความถี่ต่ำยิ่งยวดได้เป็นครั้งแรก

กล้องฟาสต์ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็น “ดวงตาจักรวาลจีน” (China Sky Eye) เป็นกล้องโทรทรรศน์ที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของโลก มีความว่องไวในการตรวจจับมากกว่ากล้องปกติถึง 2.5 เท่า และสามารถรับข้อมูลได้สูงสุด 38 กิกะไบต์ต่อวินาที

หลี่เค่อเจีย นักวิทยาศาสตร์สถาบันคัฟลีเพื่อการวิจัยดาราศาสตร์และดาราศาสตร์ฟิสิกส์ (Kavli Institute Astronomy and Astrophysics) มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ระบุว่ากล้องฟาสต์ขยายระยะสำรวจได้ไกลกว่ากล้องทั่วไปที่สามารถสำรวจได้เต็มประสิทธิภาพถึง 4 เท่า ซึ่งช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถค้นพบดาวฤกษ์ต่างๆ ที่ไม่เคยพบมาก่อน รวมถึงปรากฏการณ์ในจักรวาล และกฎของจักรวาล หรือแม้แต่สิ่งมีชีวิตนอกโลก

คาร์ล ไฮเลส (Carl Heiles) ศาสตราจารย์ด้านดาราศาสตร์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ (University of California, Berkeley) และสมาชิกสภาวิทยาศาสตร์สหรัฐฯ (United States National Academy of Sciences) กล่าวว่ากล้องฟาสต์ได้มอบโอกาสแห่งการปฏิวัติในวงการดาราศาสตร์ โดยเฉพาะจากการระบุตำแหน่งพัลซาร์ และการสังเกตการณ์หมู่เมฆระหว่างดาว (interstellar clouds)

หลังคณะนักดาราศาสตร์จีนเสนอการก่อสร้างกล้องฟาสต์ จึงเริ่มก่อสร้างโดยใช้เวลานานกว่า 20 ปี จนเสร็จสิ้นไปเมื่อเดือนกันยายน 2016 โดยมีมูลค่าก่อสร้างเกือบ 1.2 พันล้านหยวน (ราว 5.24 พันล้านบาท)

เหยียนจวิน อดีตผู้อำนวยการหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์แห่งชาติ (National Astronomical Observatories) สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (CAS) และผู้จัดการโครงการฟาสต์ กล่าวว่าด้วยความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้นและการลงทุนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ขั้นพื้นฐานที่เพิ่มมากขึ้น จึงเอื้อให้จีนมีแนวโน้มสร้างคุณูปการมหาศาลต่อเจตจำนงที่มนุษยชาติมีร่วมกัน

ที่ผ่านมา มีนักวิทยาศาสตร์จากสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และปากีสถาน เกือบ 10 คน เข้ามาทำงานที่นี่ และคาดว่าจะขยายความร่วมมือระดับทั่วโลกที่กว้างขวางขึ้นในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ การตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วงและเครือข่ายการแทรกสอดระยะไกล (Very Long Baseline Interferometer-VLBI) หลังเปิดการใช้งานกล้องตัวนี้อย่างเป็นทางการ

เพื่อสมรรถนะของกล้องฟาสต์ จึงมีการย้ายถิ่นฐานประชาชนบริเวณใกล้เคียงราว 7,000 คน ก่อนจะย้ายไปยังเมืองซึ่งอยู่ห่างจากที่ตั้งกล้องราว 10 กิโลเมตร โดยได้สร้างสวนสนุกดาราศาสตร์ขึ้นโดยรอบจุดตั้งกล้อง ซึ่งดึงดูดผู้สนใจและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

นอกจากนี้ หนานเหรินตง หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ผู้เลือกทำเลที่ตั้งกล้องฟาสต์ และดูแลการก่อสร้าง ได้เสียชีวิตไปเมื่อปี 2017 จากอาการเจ็บป่วย ด้วยวัย 72 ปี จีนจึงประกาศเกียรติหลังมรณกรรมแก่หนานหลายตำแหน่งด้วยกัน อาทิ “แบบอย่างแห่งยุค”

ที่มา – สำนักข่าวซินหัว

สื่ออังกฤษเผย “เมแกน” เซ็นสัญญากับดิสนีย์

ประเด็นน่าสนใจ

  • สื่ออังกฤษเผย ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ตกลงเซ็นสัญญากับดิสนีย์ แลกกับการบริจาคให้องค์กรการกุศล
  • ก่อนหน้านี้ดยุกแห่งซัสเซกซ์ และดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ได้ประกาศถอยห่างออกจากการเป็นสมาชิกราชวงศ์ระดับสูงของอังกฤษ

หนังสือพิมพ์ไทม์ส ลอนดอน รายงานว่า เมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ พระชายาในเจ้าชายแฮร์รี่ ดยุกแห่งซัสเซกซ์ ทรงได้เซ็นสัญญาที่จะอัดเสียงบรรยายให้กับดิสนีย์ เพื่อแลกกับการที่ดิสนีย์บริจาคให้กับองค์กรการกุศล

หนังสือพิมพ์ไทม์ส ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า เมแกนจะทรงอัดเสียงบรรยายเกี่ยวกับอะไรให้ดิสนีย์ แต่รายงานเพียงว่า ดิสนีย์จะบริจาคให้องค์กรการกุศล Elephants Without Borders เป็นการตอบแทนพระองค์อย่างไรก็ตาม ไทม์ส ไม่ได้ระบุแหล่งข่าวที่มาของรายงานชิ้นนี้

ขณะเดียวกัน หลังทั้งสองพระองค์ทรงประกาศลดบทบาทการเป็นสมาชิกชั้นสูงของราชวงศ์ลงได้ 1 วัน พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ ก็ได้นำหุ่นเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน พระชายา ออกจากส่วนจัดแสดงสมาชิกราชวงศ์ ซึ่งมีหุ่นของสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 , เจ้าชายฟิลิป , เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ , เจ้าชายวิลเลี่ยม และ เคท ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์

นางสาว Claire Treacy โฆษกพิพิธภัณฑ์มาดาม ทุสโซ กรุงลอนดอน กล่าวว่า เราเคลื่อนย้ายหุ่นของดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ เพื่อสะท้อนแถลงการณ์ของพระองค์ ซึ่งสิ่งที่พิพิธภัณฑ์ทำมาตลอดคือแสดงให้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นในโลกและวัฒนธรรมสมัยใหม่ เราเพียงแต่สะท้อนให้เห็นการตัดสินใจของทั้งสองพระองค์ที่ทรงตัดสินใจด้วยพระองค์เอง

ด้านประชาชนอังกฤษส่วนหนึ่งเห็นว่า การย้ายหุ่นขี้ผึ้งของสองพระองค์เป็นการกระทำที่ “รีบร้อน” ทั้งยังมีการตั้งคำถามว่าทำไมถึงมีการย้ายหุ่น ขณะที่ผู้คนอีกส่วนเห็นว่าแถลงการณ์ของทั้งสองพระองค์ที่ประกาศออกมา เป็นสัญญาณของความเปลี่ยนแปลงของราชวงศ์อังกฤษ

หนังสือพิมพ์ไทม์ส ลอนดอน รายงานว่า เมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ พระชายาในเจ้าชายแฮร์รี่ ดยุกแห่งซัสเซกซ์ ทรงได้เซ็นสัญญาที่จะอัดเสียงบรรยายให้กับดิสนีย์ เพื่อแลกกับการที่ดิสนีย์บริจาคให้กับองค์กรการกุศล

หนังสือพิมพ์ไทม์ส ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า เมแกนจะทรงอัดเสียงบรรยายเกี่ยวกับอะไรให้ดิสนีย์ แต่รายงานเพียงว่า ดิสนีย์จะบริจาคให้องค์กรการกุศล Elephants Without Borders เป็นการตอบแทนพระองค์อย่างไรก็ตาม ไทม์ส ไม่ได้ระบุแหล่งข่าวที่มาของรายงานชิ้นนี้

ขณะเดียวกัน หลังทั้งสองพระองค์ทรงประกาศลดบทบาทการเป็นสมาชิกชั้นสูงของราชวงศ์ลงได้ 1 วัน พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ ก็ได้นำหุ่นเจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน พระชายา ออกจากส่วนจัดแสดงสมาชิกราชวงศ์ ซึ่งมีหุ่นของสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 , เจ้าชายฟิลิป , เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ , เจ้าชายวิลเลี่ยม และ เคท ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์

นางสาว Claire Treacy โฆษกพิพิธภัณฑ์มาดาม ทุสโซ กรุงลอนดอน กล่าวว่า เราเคลื่อนย้ายหุ่นของดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ เพื่อสะท้อนแถลงการณ์ของพระองค์ ซึ่งสิ่งที่พิพิธภัณฑ์ทำมาตลอดคือแสดงให้เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นในโลกและวัฒนธรรมสมัยใหม่ เราเพียงแต่สะท้อนให้เห็นการตัดสินใจของทั้งสองพระองค์ที่ทรงตัดสินใจด้วยพระองค์เอง

ด้านประชาชนอังกฤษส่วนหนึ่งเห็นว่า การย้ายหุ่นขี้ผึ้งของสองพระองค์เป็นการกระทำที่ “รีบร้อน” ทั้งยังมีการตั้งคำถามว่าทำไมถึงมีการย้ายหุ่น ขณะที่ผู้คนอีกส่วนเห็นว่าแถลงการณ์ของทั้งสองพระองค์ที่ประกาศออกมา เป็นสัญญาณของความเปลี่ยนแปลงของราชวงศ์อังกฤษ