ส.ส.พลังประชารัฐ เสนอใช้รถเมล์ไฟฟ้าลด PM 2.5

ประเด็นน่าสนใจ

  • ส.ส.กทม.เขต 6 พรรคพลังประชารัฐ เสนอรัฐบาลใช้รถเมล์ไฟฟ้าลด PM 2.5
  • พร้อมต้องการให้ผลักดันให้เป็นนโยบายในระยะยาว
  • เสนอรถเครื่องยนต์ดีเซลงดวิ่งเข้ามาเขตพื้นที่กรุงเทพฯ

นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ ส.ส.กทม. เขต 6 พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะ​คณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อม​ของ​พรรค​พลังประชารัฐ ได้เสนอแนวคิดในการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ว่า อยากเสนอให้รัฐบาลเปลี่ยนรถสาธารณะทั้งหมดให้กันมาใช้รถพลังงานไฟฟ้า โดยต้องการให้ผลักดันให้เป็นนโยบายในระยะยาว

ส่วนมาตรการระยะสั้นที่ต้องการจะเสนอให้รัฐบาล ยอมรับว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ แต่เป็นมาตรการที่ทำได้ทันที โดยอยากให้รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลทุกประเภทลดการขับเข้ามายังในพื้นที่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ช่วงเวลาเร่งด่วนเช้าและเย็น และเสนอให้มีการบังคับกฎหมายเข้มงวดกับรถที่ควันดำห้ามวิ่งเข้ากรุงเทพฯอย่างเด็ดขาด

ซึ่งในฐานะที่เป็น ส.ส. จะนำขับเคลื่อนแนวคิดดังกล่าวผ่านกลไกของสภาผู้แทนราษฎร และเตรียมที่จะลงพื้นที่รับฟังความเห็นของประชาชนในย่านจตุจักร เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาอีกทางหนึ่ง

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงปัญหาฝุ่น PM2.5 ว่า ขณะนี้เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโลก และพฤติกรรมของคน ซึ่งเคยเสนอให้มีการทำงานที่บ้าน แต่มีผู้ออกมาคัดค้านโดยบอกว่าคนจะขี้เกียจ จะไม่ทำงาน แต่ตนเชื่อว่าคนเราทำงานได้เงิน อยู่ที่ไหนก็ทำได้ จึงต้องกลับมาทบทวนเรื่องนี้กันใหม่

หากเป็นหน่วยงานเอกชนสามารถทำได้ทันที แต่ในส่วนหน่วยงานราชการ ตนต้องไปหารือกับภาคส่วนอื่นๆ ก่อนว่าทำได้หรือไม่ โดยส่วนตัวมีความเห็นว่าต้องการให้แนวคิดข้างต้นปฏิบัติได้จริง เพราะเป็นการป้องกันสุขภาพของประชาชนได้อย่างแน่นอน

ผู้ประท้วงอิหร่าน เรียกร้องให้ผู้นำสูงสุดลงจากตำแหน่ง

ประเด็นน่าสนใจ

  • ความคืบหน้าสถานการณ์ระหว่างอิหร่าน และ สหรัฐจะมีท่าทีผ่อนคลายลงแล้ว
  • ขณะที่อยาตอลเลาะห์ อาลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ต้องเผชิญแรงกดดันจากผู้ชุมนุมที่ไม่พอใจตที่กองทัพ ยิงเครื่องบินพาณิชย์ของยูเครนตก

ผู้นำอิหร่านเผชิญแรงกดดันจากในและต่างประเทศ หลังประชาชนส่วนหนึ่งออกมาชุมนุมประท้วงเรียกร้องให้ อยาตอลเลาะห์ อาลี คอเมเนอี ผู้นำสูงสุด ก้าวลงจากตำแหน่ง และทวงความยุติธรรมให้กับเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจากกรณีอิหร่านยิงเครื่องบินโดยสารของยูเครนตกโดยไม่เจตนา ส่งผลให้ผู้โดยสารซึ่งรวมถึงชาวอิหร่านและลูกเรือเสียชีวิตรวม 176 ราย

มีรายงานว่าตำรวจปราบจลาจลอิหร่านใช้แก๊สน้ำตาสลายผู้ชุมนุมหลายพันคนที่รวมตัวกันที่บริเวณจัตุรัสอาซาดีในกรุงเตหะรานตั้งแต่วานนี้ (12 มกราคม) ตามที่เรารายงาน โดยมีผู้ถูกจับกุมตัวหลายสิบคนในขณะนี้

โดยผู้ประท้วงบางคนตะโกนขับไล่ผู้นำ มีถ้อยคำขอให้เผด็จการพบจุดจบ และแสดงความเห็นว่าคอเมเนอีควรละอายใจและออกไปจากประเทศ

ขณะที่ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทวีตข้อความในทวิตเตอร์เตือนคณะผู้นำอิหร่านว่าอย่าสังหารผู้ประท้วง พร้อมระบุด้วยว่าทั่วโลกกำลังจับตาดูความเคลื่อนไหวในการปราบปรามผู้ประท้วงของทางการ และเรียกร้องให้อิหร่านหยุดควบคุมอินเทอร์เน็ต รวมทั้งปล่อยให้นักข่าวทำหน้าที่อย่างเสรี

นอกจากเหตุประท้วงในเมืองหลวงแล้ว สื่อต่างประเทศยัง รายงานว่าประชาชนจำนวนหนึ่งยังนัดชุมนุมกันตามเมืองใหญ่ๆ อย่างชิราซ, เอสฟาฮัน, ฮาเมดาน และโอรุมิเยห์ ซึ่งสะท้อนภาพที่แตกต่างออกไปจากเหตุการณ์เมื่อ 10 วันก่อนหน้า หลังสหรัฐฯ ใช้โดรนปลิดชีพนายพลคนสำคัญของอิหร่าน ซึ่งทำให้ประชาชนอิหร่านมีความเป็นเอกภาพในการออกมารวมตัวกันต่อต้านสหรัฐฯ

อยาตอลเลาะห์ อาลี คอเมเนอี คือใคร

“อยาตอลเลาะห์ อาลี คอเมเนอี” มีฐานะเป็นผู้นำสูงสุด ไม่ใช่ประธานาธิบดี แต่มีฐานะเป็น ทั้งประมุขแห่งรัฐและผู้บัญชาการสูงสุดกองทัพ มีอำนาจปลดประธานาธิบดีหรือรัฐมนตรีได้โดยไม่ต้องผ่านสภา นอกจากนี้ยังเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องสำคัญของรัฐบาลอิหร่าน หรือการเห็นชอบนโยบายสำคัญ ตลอดเป็นผู้วางยุทธศาสตร์ชาติมีอิทธิพลทั้งทางตรงและทางอ้อมเหนือฝ่ายบริหาร, ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ รวมถึงกองทัพและสื่อมวลชน

ขณะที่ สถานีโทรทัศน์ของอิหร่านเผยแพร่แถลงการณ์ของฮัสซัน โรฮานี ประธานาธิบดีอิหร่าน ที่ระบุว่า บรรยากาศของภัยคุกคามและการข่มขู่จากสหรัฐอเมริกา รวมทั้งการสังหารนายพลกัสเซม โซเลมานี และความต้องการปกป้องประเทศจากการโจมตีโดยกองทัพสหรัฐอเมริกา ถือเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดเหตุโศกนาฏกรรมนี้ขึ้น

นอกจากนี้ ผู้นำอิหร่านยังแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุเครื่องบินตก รวมทั้งเรียกร้องให้มีการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเต็มรูปแบบ และลงโทษผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ครั้งนี้

อ.ธรณ์ แนะอย่าวิตก ข่าวฉลามกัดคน ที่ จ.พังงา แต่ให้ระวังตอนเล่นน้ำ

ประเด็นน่าสนใจ

  • เกิดเหตุฉลามกัด นทท. ได้รับบาดเจ็บ ที่หาดหาดนางทอง จ.พังงา
  • อ.ธรณ์ เผยฉลามที่โจมตี นทท. เป็นฉลามหัวบาตร สาเหตุคาดเข้าใจผิดคิดเป็นเหยื่อ
  • แนะอย่าวิตกและไม่ต้องมีมาตรการพิเศษ เพียงแค่ระวังตัวขณะเล่นน้ำในช่วงเช้าตรู่ และช่วงค่ำ
  • ในไทยฉลามไม่เคยโจมตีคนเสียชีวิตมานานกว่า 50 ปีแล้ว

จากกรณีที่มีข่าวว่านักท่องเที่ยวชาวเยอรมันรายหนึ่ง ประสบอุบัติเหตุถูกฉลามกัดจนได้รับบาดเจ็บเป็นแผลเหวอะหวะ ระหว่างที่ลงเล่นน้ำที่หาดนางทอง จ.พังงา โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2563 ที่ผ่านมา ก่อนที่ผู้บาดเจ็บจะได้รับการปฐมพยาบาลหลังเกิดเหตุ และนำตัวส่งรักษาตัวโรงพยาบาลเอกชนในภูเก็ตนั้น

วานนี้ (13 ม.ค.) ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษและประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ออกมาเปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว @Thon Thamrongnawasawat ว่า

สัตว์ที่ทำร้ายนักท่องเที่ยวจนได้รับบาดเจ็บในครั้งนี้คาดว่า จะเป็นฉลามหัวบาตร เพราะดูได้จากบาดแผลที่เป็นทางยาว หากเป็นฉลามหูดำจะรอยเล็กกว่านี้ ซึ่งสาเหตุของการทำร้ายนักท่องเที่ยวนั้น คาดว่า มาจากการที่ฉลามเข้าใจผิดคิดว่าผู้บาดเจ็บเป็นเหยื่อ เมื่อกัดแล้วไม่ใช่จึงปล่อยและว่ายน้ำหนีไป

ทั้งนี้จากเหตุที่เกิดประชาชน นักท่องเที่ยวอย่าวิตกกังวล และไม่จำเป็นต้องมีมาตรการดูแลเป็นพิเศษ เพราะข่าวฉลามโจมตีคนในไทยนั้นเกิดขึ้นน้อยมาก แต่กระนั้นอยากแนะนำให้ระมัดระวังตัวขณะลงเล่นน้ำ โดยเฉพาะในช่วงเช้าตรู่ ตอนค่ำ และกลางคืน

เมื่อวานนี้ (12 มกรา) มีรายงานว่ามีผู้ไปเล่นน้ำแถวหาดที่จังหวัดพังงา ถูกปลาไม่ทราบชนิดกัดเป็นแผล เมื่อดูจากบาดแผลแล้วเข้าใจว่าเป็นฉลาม น่าจะเป็นฉลามหัวบาตร ผู้โดนกัดได้รับการดูแลและนำส่งโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้วครับ

เหตุการณ์ฉลามกัดในไทยเกิดนานๆ ครั้ง เช่น ที่ภูเก็ต (ปี 60) ที่เขาเต่า (ปี 61) เกือบทุกครั้งถูกกัดที่ขาแต่ไม่สาหัส ฉลามที่กัดอาจเป็นฉลามหัวบาตร เพราะฉลามหูดำน่าจะเป็นรอยเล็กกว่านี้ และไม่ค่อยโจมตีสัตว์ใหญ่กว่า ฉลามจู่โจมอาจด้วยความเข้าใจผิด เพราะชายฝั่งน้ำขุ่น พอเห็นวูบก็นึกว่าเป็นเหยื่อ แต่เมื่อกัดแล้วรู้ว่าไม่ใช่ก็เลยหนีไป

ฉลามหัวบาตรอาจพบได้ตามชายฝั่งทั้งอ่าวไทยและอันดามัน แต่ไม่บ่อยนัก ไม่มีผู้ถูกฉลามจู่โจมจนเสียชีวิตอย่างเป็นทางการในทะเลไทยมากกว่า 50 ปีแล้ว ที่ผ่านมาในประเทศไทย ฉลามไม่เคยโจมตีรายอื่นซ้ำที่เดิม ยกเว้นเหตุการณ์นายแฉล้ม/ฝรั่ง เมื่อ 55+ ปีก่อน

คำแนะนำคือไม่ต้องกังวลมาก ไม่ต้องทำข่ายกั้น ฯลฯ แต่ระวังไว้นิดหากลงน้ำตอนเช้าตรู่หรือตอนค่ำ/กลางคืน แต่ละปีทั่วโลกมีรายงานคนถูกฉลามจู่โจมเสียชีวิต 5-10 ราย แต่ฉลามถูกคนล่า 70+ ล้านตัว/ปี
รู้จักฉลาม เข้าใจฉลาม และเลิกกินหูฉลามครับ

💙🦈