สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ยังทรงตัว คนกรุงใส่หน้ากากป้องกันต่อเนื่อง

ประเด็นน่าสนใจ

  • เช้านี้สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพฯ พบเกินค่ามาตรฐาน 8 พื้นที่
  • 8 พื้นที่ ที่ค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐานเฉลี่ยอยู่ที่ 51-55 มคก./ลบ.ม.
  • เตือนผู้ที่ป่วยระบบทางเดินหายใจ ควรงดกิจกรรมกลางแจ้ง

วันนี้ แม้สถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐานในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลจะเบาบางลง แต่ประชาชนผู้ที่ห่วงใยสุขภาพของตัวเอง ยังสวมใส่หน้ากากที่สามารถป้องกันฝุ่นละลองระดับ PM 2.5 ระหว่างการเดินทางไปทำงานและทําภารกิจส่วนตัว

ทั้งนี้กรุงเทพมหานคร โดย สำนักสิ่งแวดล้อม ขอรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (pm2.5) ของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานคร ประจำวันอังคารที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2563

เวลา 08.00 น ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ของฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) : ตรวจวัดได้ 34-58 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) พบว่าเกินมาตรฐาน (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) จำนวน 8 พื้นที่ คือ

  1. เขตวังทองหลาง ด้านหน้าปั๊มน้ำมัน เอสโซ่ ซ.ลาดพร้าว 95 : มีค่าเท่ากับ 54 มคก./ลบ.ม.
  2. เขตบางคอแหลม บริเวณป้อมตำรวจสี่แยกถนนตก : มีค่าเท่ากับ 53 มคก./ลบ.ม.
  3. เขตคลองสาน บริเวณหน้าห้องสมุดใต้สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน : มีค่าเท่ากับ 51 มคก./ลบ.ม.
  4. เขตพระนคร ภายในสำนักงานเขตพระนคร : มีค่าเท่ากับ 55 มคก./ลบ.ม.
  5. เขตคลองเตย ภายในสำนักงานเขตคลองเตย : มีค่าเท่ากับ 53 มคก./ลบ.ม.
  6. เขตหลักสี่ ภายในสำนักงานเขตหลักสี่ : มีค่าเท่ากับ 52 มคก./ลบ.ม.
  7. เขตบางเขน ภายในสำนักงานเขตบางเขน : มีค่าเท่ากับ 58 มคก./ลบ.ม.
  8. เขตบึงกุ่ม ภายในสำนักงานเขตบึงกุ่ม : มีค่าเท่ากับ 51 มคก./ลบ.ม.
    ดัชนีคุณภาพอากาศของสถานีตรวจวัดของกรุงเทพมหานคร
    : ส่วนใหญ่อยู่ในระดับคุณภาพอากาศ ปานกลาง-เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

นางศิลปสวย เปิดเผยว่า ดัชนีคุณภาพอากาศของสถานีตรวจวัดของกรุงเทพมหานคร ส่วนใหญ่อยู่ในระดับคุณภาพอากาศ ปานกลาง ประชาชนทั่วไปสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ หากมีอาการเบื้องต้น เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง และหากมีอาการเบื้องต้น เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง ในพื้นที่ที่คุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังสุขภาพ หากมีอาการเบื้องต้น เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้งโดยเฉพาะ ผู้สูงอายุ เด็กและผู้ป่วยทางเดินหายใจ และใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากเกิดความจำเป็น

ทั้งนี้ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานดุแลสุขภาพประชาชน และให้ทุกเขตเร่งปฏิบัติการลดฝุ่นละอองในอากาศซึ่งทุกเขตได้พยายามเร่งปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังตามที่สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง เช่น ศูนย์บริการสาธารณสุข 24 บางเขน ออกรณรงค์ให้ความรู้เรื่องฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 แนวทางการปฏิบัติตัวในการป้องกันการเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็กพร้อมสาธิตการใช้หน้ากากอนามัยให้กับประชาชนบริเวณชุมชนสามัคคีร่วมใจ รวมถึงหน่วยงานของกรุงเทพมหานครได้เตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อลดฝุ่น PM2.5 ให้กับประชาชน

สำหรับประชาชนสามารถติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศของ กทม. แบบ Real Time ได้ที่ www.bangkokairquality.com , www.air4bangkok.com , Facebook : กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม โดยเพิ่มความถี่การแจ้งเตือนเป็นวันละ 3 รอบ เวลา 07.00 12.00 และ 15.00 น.

นาซาเผยควันจากไฟป่าออสเตรเลียเคลื่อนที่ไปรอบโลก

ประเด็นน่าสนใจ

  • องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐคาดการณ์ว่าหมอกควันไฟป่าจากออสเตรเลียจะเดินทางรอบโลก
  • นอกจากนี้ระยะทางที่ควันจะเดินทางไปนั้น จะเดินทางรอบโลก”อย่างน้อย 1 รอบ”และจะวกกลับมาที่เดิม

องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐ หรือ นาซา คาดการณ์ว่ากลุ่มควันหนาทึบ จากไฟป่าออสเตรเลีย ซึ่งยังคงลุกไหม้จะลอยขึ้นไปสู่ชั้นบรรยากาศ ในระดับความสูงถึงเกือบ 18 กิโลเมตรจากพื้นโลก นอกจากนี้ควันไฟดังกล่าว ยังเดินทางข้ามมหาสมุทรผ่านทวีปอเมริกาใต้ และจะเคลื่อนที่รอบโลกอย่างน้อย 1 รอบ ก่อนวนกลับไปยังทวีปออสเตรเลียอีกครั้ง

ทั้งนี้ รายงานระบุว่า ควันไฟป่าจากออสเตรเลียได้ส่งผลกระทบอย่างหนักให้กับนิวซีแลนด์ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านด้วย

ทว่าทางการรัฐนิวซาท์เวลส์สามารถควบคุมไฟป่ากอสเปอร์ส เมาเทน ไฟป่าขนาดใหญ่ที่สุดในพื้นที่ได้แล้ว แต่ยังเหลือไฟป่าอีกมากกว่า 100 จุดในท้องที่

อย่างไรก็ตาม วิกฤติไฟป่าของออสเตรเลียซึ่งลุกลามข้ามปีตั้งแต่เดือนกลางปี 2562 ที่ผ่านมา เผาทำลายพื้นที่ไปแล้วมากกว่า 26 ล้านเอเคอร์ สิ่งปลูกสร้างและบ้านเรือนรวมเกือบ 6,000 หลังได้รับความเสียหาย มีผู้เสียชีวิตแล้ว 28 คน ขณะที่สัตว์ป่าล้มตายเป็นจำนวนมาก

ชวน Startup ไทย เตรียมความรู้ สู่ทศวรรษใหม่ ในงาน CTC 2020

กลับมาอีกครั้งกับงาน “AP Thailand and SEAC Present Creative Talk Conference 2020” หรือ CTC 2020 พร้อมความยิ่งใหญ่กว่าทุกปีที่ผ่านมา มาในคอนเซปต์ “Trends and Conversations of The New Decade” เมื่อโลกกำลังขับเคลื่อนไปสู่ทศวรรษใหม่อย่างรวดเร็ว เราเองต้องไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังเช่นกัน และสิ่งเดียวที่จะพาเราก้าวนำไปข้างหน้าได้คือความรู้ โดยจะมาร่วมพูดคุยกับ คุณเก่ง – สิทธิพงศ์ ศิริมาศเกษม CEO และผู้ก่อตั้งบริษัท rgb72 ทั้งยังเคยเป็น Mentor ให้กับ Startup ไทยมาแล้วหลากหลายรายการ นอกจากนี้ยังเป็นหัวหอกใหญ่ของงาน CTC 2020 อีกด้วย

ก้าวเข้าสู่วงการ Startup

“ผมเริ่มต้นจากการทำธุรกิจเกี่ยวกับวงการดิจิทัลมานานพอสมควร จนได้รับเกียรติจากหลากหลายเวทีเชิญให้ไปเป็นกรรมการ หลังจากนั้นก็เลยได้มีโอกาสไปเป็นที่ปรึกษาให้กับสตาร์ทอัพเหล่านั้นด้วย หรือที่เรียกว่า Mentor ทำให้มีโอกาสได้ไปร่วมกับทางภาครัฐในการจัดงาน STARTUP THAILAND นั่นก็ถือว่าเป็นก้าวสำคัญของการเข้าสู่วงการสตาร์ทอัพ”

มุมมองต่อศักยภาพของสตาร์ทอัพไทย

“จากประสบการณ์เห็นได้เลยว่า Startup ไทยค่อนข้างเก่ง มี passion และมีไฟแรงสูงมาก เนื่องจากเป็นคนรุ่นใหม่  ที่มีความคิดกว้างไกล ถือว่ามีความพร้อมในทุกๆ ด้านเกินร้อย พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศ เปลี่ยนแปลงโลกได้เลย”

ความเปลี่ยนแปลงของวงการ Startup ไทย

“ก่อนนี้ถือว่าเป็นยุคตื่นตัวของ startup เพราะใครๆ ก็อยากเข้ามาทำสตาร์ทอัพ แต่พอมาช่วง 2-3 ปีหลังกลายเป็นยุคที่สตาร์ทอัพไทยเริ่มจะจริงจังมากขึ้น เหมือนกำลังเข้าสู่การทำธุรกิจจริงๆ  พูดง่ายๆ คือแทนที่จะทำธุรกิจเพื่อหาเงินทุนอย่างเดียว แต่พยายามทำให้ธุรกิจอยู่ได้ด้วยตัวเองด้วยการหาลูกค้าเข้ามา”

จุดอ่อนของ Startup ไทย

“Startup ไทยยังมีจุดอ่อนยู่นิดหนึ่งก็คือเรื่องการทำธุรกิจ เนื่องจากว่าปัจจุบันคนที่มาทำสตาร์ทอัพมีทั้งนักศึกษาจบใหม่ หรือคนที่เพิ่งเข้าสู่วงการธุรกิจ ดังนั้นในแง่ของการทำธุรกิจ เช่น การพูดคุยกับลูกค้า หรือแม้กระทั่งการบริหารองค์กรยังมีประสบการณ์ไม่เพียงพอ ซึ่งสามารถใช้เวลาเรียนรู้เพิ่มเติมได้”

Startup ไทย ต้องปรับตัวอย่างไร

“ที่ควรต้องปรับมี 3 เรื่องใหญ่ๆ คือ

  1. เรื่องการบริหารบุคลากรภายใน การเข้าถึงทีมงานภายใน หรือแม้แต่ทีมงานเอ้าท์ซอร์สที่ทำงานด้วยกัน
  2. เรื่องของการเงิน อันนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก สตาร์ทอัพส่วนใหญ่จะเน้นแต่ในเรื่องของการพัฒนาธุรกิจ จนไม่ได้ใส่ใจเรื่องของตัวเลข รายรับ-รายจ่าย
  3. เรื่องการดูแลลูกค้า ต้องใส่ใจว่ายูสเซอร์ชอบหรือไม่ชอบส่วนไหนในตัวบริษัท หรือโปรดักซ์ของเรา” 

กิจกรรมที่ช่วยบ่มเพาะการทำสตาร์ทอัพ

เพราะโลกทุกวันนี้หมุนเร็วมาก สตาร์ทอัพไทยควรจะมีความรู้ที่เป็นเหมือนยานพาหนะพาเราไปให้ทันโลก อย่างงาน “AP Thailand and SEAC Present Creative Talk Conference 2020” หรือ CTC 2020 ที่รวมเอา Speaker ทั้งในไทยและต่างประเทศกว่า 90 ท่าน มาหมุนเวียนให้ความรู้ พร้อมกันทั้ง 6 เวที และอีก 2 ห้อง workshop เรียกว่ามางานนี้ได้ทั้งความรู้จาก Speaker และยังได้พบปะกับผู้คนในวงการ สตาร์ทอัพไทยไว้มากมาย ซึ่งตอนนี้มีผู้ลงทะเบียนมาร่วมงานแล้วกว่า 4,000 คน ในวันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2563 ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 ณ BITEC บางนา สามารถอัปเดต Speaker เพิ่มเติมได้ที่ http://bit.ly/2r3egPN

รายละเอียดการซื้อบัตร

  • ซื้อบัตรได้แล้วที่ http://bit.ly/337kkES 
  • พิเศษ! แนะนำสมัครเป็น Member Creative Talk เพื่อรับโค้ดใช้เป็นส่วนลด 100 บาท ลงทะเบียนได้ที่ http://membership.creativetalklive.com
  • สำหรับลูกค้าองค์กร ติดต่อคุณใบหม่อน: 098 – 276 – 3270

ติดตามอัปเดตรายละเอียดงานได้ทาง