ประชาชนสวมใส่หน้ากาก N95 ป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5

ประเด็นน่าสนใจ

  • ประชาชนในเมืองกรุง ยังสวมใส่หน้ากาก N95 หลังฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงหลายพื้นที่
  • แนะหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง
  • หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านให้สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละออง

วันนี้ ประชาชนในเมืองกรุงต่างห่วงใยสุขภาพของตัวเองสวมใส่หน้ากาก N95 ที่สามารถป้องกันฝุ่นละลองระดับ PM 2.5 ได้ ขณะเดียวกันยังมีประชาชนบางส่วนยังสวมใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันมลพิษ

โดยสถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐานในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลยังวิกฤติต่อเนื่อง ขณะที่กรมควบคุมมลพิษคาดว่ายังกระทบหนักถึงปลายสัปดาห์ เนื่องจากหลายแห่งมีค่าเพิ่มสูงขึ้นมากกว่า เมื่อวานนี้ ( 9 ม.ค. 63 )

อย่างไรก็ตามประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองในอากาศจากกรมควบคุมมลพิษ หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายกลางแจ้ง หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านให้สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก และไม่ควรอยู่นอกบ้านเป็นเวลานาน สำหรับเด็กและผู้สูงอายุ หากไม่จำเป็นไม่ควรพาไปในพื้นที่ที่มีฝุ่นละอองเยอะ ทั้งนี้ ควรหมั่นสังเกตอาการที่อาจเกิดขึ้น หากมีอาการผิดปกติ เช่น ไอบ่อย หายใจลำบาก หายใจถี่ หรือวิงเวียนศีรษะ ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

ย้อนความขัดแย้งของเจ้าชายแฮร์รี่และราชวงศ์

ประเด็นน่าสนใจ

  • เจ้าชายแฮร์รี่และเมแกน มาร์เคิล ประกาศลาออกจากการเป็นสมาชิกระดับสูงของราชวงศ์อังกฤษ
  • เจ้าชายแฮร์รี่ตัดสินใจไม่ปฏิบัติตามธรรมเนียมเดิม ในการอยู่ฉลองคริสมาสต์ร่วมกันกับสมาชิกในราชวงศ์

ที่เป็นประจำทุกปีที่ สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ จะมีรับสั่งให้สมาชิกราชวงศ์วินด์เซอร์ มาอยู่ฉลองคริสมาสต์ร่วมกัน แต่เจ้าชายแฮร์รี่ และ เมแกน มาร์เคิล ที่ตัดสินใจเดินทางไปพักผ่อนช่วงปลายปีที่แคนาดา ยาวนานถึง 6 สัปดาห์ด้วยกัน และไม่ได้เข้าร่วมงาน

ครั้งนั้น ถือเป็นครั้งแรก ที่เจ้าชายแฮร์รี่ตัดสินใจไม่ปฏิบัติตามธรรมเนียมเดิม ร้อนไปจนถึงทาง สำนักพระราชวังอังกฤษ ต้องออกแถลงว่า เหตุที่ ดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ เลือกไปพักผ่อนที่แคนาดานั้น ก็เนื่องมาจากว่า แคนาดาคือหนึ่งในประเทศที่ทั้งสองพระองค์เดินทางไปเยือนบ่อยที่สุดในช่วงหลายปี จนรู้สึกเหมือนกับเป็นบ้านหลังที่สอง

แต่หากย้อนลึกกลับไปดูความขัดแย้ง ในราชวงศ์วินด์เซอร์ และเจ้าชายวิลเลี่ยม พี่ชายที่เคยสนิทสนมกันนั้นเริ่มส่อแววตั้งแต่การเสกสมรส กับ เมแกน มาร์เคิล ที่ผิดขนบธรรมเนียมหลายอย่าง เธอมีแม่เป็นแอฟริกัน-อเมริกัน และมีคุณพ่อเป็นดัตช์-ไอริช นั่นทำให้เธอเป็นสะใภ้ในราชวงศ์คนแรกที่ไม่ใช่ผิวขาว นอกจากนั้น ยังมีอายุมากกว่าเจ้าชายแฮร์รี่ถึง 3 ปี รวมไปถึงประเด็นที่สมัยเธอเป็นนักแสดงก็มีมีบางฉากที่ไม่เหมาะสม

โดยคู่รักอย่างเจ้าชายแฮรี่ และ เมแกน ยังถูกสื่ออังกฤษโจมตีเรื่อยๆ ว่าใช้เงินภาษีจากประชาชนถึง 2.4 ล้านปอนด์ หรือ 94 ล้านบาท เพื่อทำการบูรณะพระตำหนักของตนเอง ในชื่อฟร็อกมอร์ คอตเทจ

ต่อจากนั้น มีการเผยแพร่ข้อมูลออกมาว่า เมแกน สั่งปลดพี่เลี้ยงของพระโอรสถึง 3 คนในช่วงเวลาแค่ 1 เดือนเท่านั้น
การโดนวิจารณ์มาต่อเนื่อง เมื่อหนังสือพิมพ์เมล์ ออน ซันเดย์ เอาจดหมายส่วนตัวที่เธอส่งให้คุณพ่อ เอามาเผยแพร่ในสื่อ โดยในเนื้อหาของจดหมาย เป็นการต่อว่า และตำหนิคุณพ่อของเธอเอง ที่ชอบวิจารณ์ความสัมพันธ์ของเธอกับแฮร์รี่ ตั้งแต่ยังเป็นแฟนกัน

ในประเทศอังกฤษ ยังคงยึดถือระบบครอบครัวอย่างเหนียวแน่น ซึ่งทันทีที่ประชาชนรู้ข่าวว่า ความสัมพันธ์ของเมแกน กับคุณพ่อแท้ๆ บาดหมางถึงขั้นไม่ลงรอย ก็เกิดเป็นปฏิกริยาต่อต้านที่รุนแรงยิ่งขึ้น

ทำให้จ้าชายแฮร์รี่ ตัดสินใจเด็ดขาดที่จะออกแถลงการณ์ตำหนิ ที่เอาชีวิตส่วนตัวของเมแกน มาเปิดเผยต่อหน้าสาธารณชน ใจความว่า

“ข้าพเจ้าได้สูญเสียมารดา และขณะนี้ กำลังต้องดูภรรยาของตัวเอง กำลังตกเป็นเหยื่อของอิทธิพลจากสื่อ ในลักษณะเดียวกัน”

“ภรรยาของข้าพเจ้าคือเหยื่อรายล่าสุดของแทบลอยด์ในอังกฤษ พวกเขาเสนอข่าวอย่างเหี้ยมโหด และจงใจทำให้คนเชื่อไปในทิศทางหนึ่ง พวกเขาเสนอข่าวแบบนี้มาตลอด ตั้งแต่เมแกนตั้งครรภ์ จนถึงวันที่คลอดออกมา”

“การอยู่เฉยๆและไม่ยอมทำอะไรเลย มันขัดแย้งกับทุกสิ่งที่ข้าพเจ้าเชื่อ”จากนั้นก็มีการต่อต้านสื่อให้เห็นบ่อยครั้งกระทั่ง มีการตำหนิเจ้าชายวิลเลียมที่ไม่ออกมาปกป้องตนเองว่า “เรายังเป็นพี่น้องกันเสมอ แต่ขณะนี้เรามีเส้นทางเดินที่แตกต่างกัน” จากนั้นการตอบโต้ก็มีออกมาให้เห็นบ่อยครั้ง แม้กระทั่งการที่ทรงถอนตัวจาก มูลธินิการกุศลร่วมกัน ในชื่อ “Royal Foundation of Duke and Duchess of Cambridge & Sussex” ที่เคยทำร่วมกัน และไม่เคยปรากฎภาพทั้งคู่สนิทสนมกันอีกเลย

กรมสุขภาพจิต ขอหยุดส่งต่อภาพรุนแรงข่าว “กราดยิงร้านทอง”

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมสุขภาพจิต ขอสื่อและประชาชน งดการนำเสนอหรือส่งต่อภาพความรุนแรง รวมถึงภาพผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความรุนแรงใน จ.ลพบุรี
  • เพื่อป้องกันความหวาดวิตกของคนในสังคม และเป็นการเคารพและให้เกียรติต่อผู้ที่เสียชีวิตและครอบครัว

นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงกรณีที่มีการนำเสนอและการส่งต่อเนื้อหาเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน จ.ลพบุรี ในช่วงคืนวานนี้ว่า

กรมสุขภาพจิตได้ติดตามการนำเสนอข่าวทั้งสื่อกระแสหลักและสื่อโซเชียลต่างๆอย่างใกล้ชิด พบว่าเหตุการณ์นี้เกิดการแชร์เนื้อหาทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว กระจายไปทางสื่อโซเชียลต่างๆมากมาย โดยเนื้อหาจำนวนมากประกอบไปด้วยภาพความรุนแรงและภาพของผู้ที่ได้รับผลกระทบ

กรมสุขภาพจิตเข้าใจถึงความรู้สึกของประชาชนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างดี ซึ่งเหตุความรุนแรงในลักษณะนี้มักก่อให้เกิดความโกรธแค้น ความโศกเศร้า ความกลัว และความวิตกกังวล ต่อประชาชนในพื้นที่และประชาชนที่ได้รับข่าวสาร แต่การนำเสนอหรือส่งต่อภาพความรุนแรงที่เกินความจำเป็นนั้นไม่มีประโยชน์ใดต่อสังคมโดยรวม

ทั้งยังทำให้เกิดผลกระทบด้านสุขภาพจิตต่อสังคมได้ในวงกว้าง โดยอาจทำให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความกังวลในการใช้ชีวิตประจำวัน คนที่กำลังเครียดหรือมีปัญหาด้านสุขภาพจิตอยู่อาจมีอาการรุนแรงมากขึ้นเมื่อเห็นภาพที่มีความรุนแรงซ้ำๆ เด็กและเยาวชนที่ยังไม่เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหรือขาดผู้ปกครองอธิบายในขณะที่รับชมภาพความรุนแรง

อาจเกิดผลกระทบทั้งทางด้านจิตใจ เกิดความชินชาต่อความรุนแรง และเกิดพฤติกรรมเลียนแบบความรุนแรงตามมาได้ นอกจากนี้การนำเสนอหรือส่งต่อภาพผู้ได้รับบาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ยังเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และส่งผลกระทบด้านจิตใจต่อญาติและคนรอบข้างของผู้ที่ได้รับผลกระทบได้เป็นอย่างมาก

กรมสุขภาพจิตขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบทุกคน ทั้งนี้กรมสุขภาพจิตกำลังดำเนินการลงพื้นที่เพื่อประเมินผลกระทบและช่วยเหลือเยียวยาทางด้านจิตใจของผู้ที่ได้รับผลกระทบและประชาชนในพื้นที่

ดังนั้นขอให้ประชาชนเป็นกำลังใจกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ช่วยกันใช้สื่อโซเชียลในเชิงบวกหรือใช้สนับสนุนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ ระมัดระวังการใช้หรือติดตามสื่อโซเชียล รวมถึงงดการส่งต่อภาพผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความรุนแรง ดูแลและให้คำแนะนำบุตรหลานและเยาวชนที่สามารถเข้าถึงภาพความรุนแรงต่างๆได้ ดูแลและประเมินสภาพจิตใจของตนเองและคนรอบข้างที่ได้รับชมภาพความรุนแรง

โดยหากเริ่มสังเกตพบความผิดปกติ เช่น กังวล หดหู่ ท้อแท้ ควรหลีกเลี่ยงการรับชมข่าวที่สะเทือนความรู้สึกในช่วงนี้ โดยท่านสามารถโทรมาขอรับบริการคำปรึกษาได้ที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือขอคำปรึกษาจากบุคลากรด้านสุขภาพจิตที่สถานพยาบาลใกล้บ้านได้