รื้อ ‘ฟาร์มไก่ปารีณา’ วันนี้

ประเด็นน่าสนใจ

  • วันนี้จะมีการรื้อถอนฟาร์มไก่ “เขาสนฟาร์ม” ของ ‘ปารีณา ไกรคุปต์’ ส.ส. จังหวัดราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ
  • หลังส่งมอบพื้นที่ 682 ไร่ คืน ส.ป.ก.เนื่องจากขาดคุณสมบัติเกษตกร
  • ด้านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่ง ส.ป.ก. ตรวจสอบผู้ที่บุกรุกที่ดิน ส.ป.ก. ทุกราย

ความคืบหน้าการดำเนินคดีฟาร์มไก่เขาสน ของนางสาว ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. จังหวัดราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ บุกรุกที่สาธารณะ ที่วันนี้จะมีการรื้อถอนฟาร์มไก่ หลังจากนางสาวปารีณา ส่งมอบพื้นที่ 682 ไร่ คืน ส.ป.ก.เนื่องจากขาดคุณสมบัติเกษตกร

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การคืนที่ดินเขตปฏิรูปที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดในฟาร์มไก่ “เขาสนฟาร์ม” ของนางสาว ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. จังหวัดราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ถือว่ามีผลสมบูรณ์แล้ว จึงสั่งการเลขาธิการสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ให้ดำเนินการตามกฎหมายปฏิรูปที่ดินให้เป็นมาตรฐานเดียวกันกับผู้บุกรุกครอบครองที่ดิน ส.ป.ก.ทุกราย

โดยกำชับ ส.ป.ก.นำที่ดินเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดิน ซึ่งอนุญาตให้ผู้มีคุณสมบัติลงทะเบียนขอรับการจัดสรรสิทธิ์ต่อสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรีเข้าทำกินเร็วที่สุด ขณะเดียวกัน ส.ป.ก.ได้ประสาน นางสาวปารีณา ให้ผู้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างซึ่งอยู่ในที่ดิน 682 ไร่ ทำให้วันนี้ ( 9 ม.ค.63)

ทางฝ่ายกฎหมาย พรรคพลังประชารัฐ จะเข้าดำเนินการเข้ารื้อตรวจสอบทรัพย์สิน เช่น โรงเรือนเลี้ยงไก่ บ้านพักคนงาน และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ เนื่องจากต้องทำบัญชีทรัพย์สินทุกรายการให้ครบถ้วน ก่อนการรื้อออกทั้งหมด

ส่วนความคืบหน้าการดำเนินคดีอาญา กรณีฟาร์มไก่เขาสนบุกรุกที่สาธารณะ 46 ไร่ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้แจ้งด้วยวาจาต่อ ส.ป.ก.การดำเนินคดีอาญาตาม พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ศ. 2484 เป็นหน้าที่ของกรมป่าไม้ว่า การตอบความเห็นจะต้องไม่เป็นการแจ้งด้วยวาจา ต้องออกเป็นเอกสารราชการ เมื่อได้รับหนังสือจากคณะกรรมการกฤษฎีกา กรมป่าไม้จะดำเนินการตามความเห็นที่ได้รับทันที

ไฟป่าออสเตรเลียลามถึง “อเมริกาใต้”

ประเด็นน่าสนใจ

  • สถานการณ์ความคืบหน้าไฟป่าในออสเตรเลีย
  • ล่าสุดเปลวเพลิงที่ไหม้ลุกลามผืนป่ามาเป็นเวลานานกว่าหนึ่งเดือน
  • เปลวไฟทำลายระบบนิเวศและคร่าชีวิตสัตว์ต่าง ๆ ไปแล้วเกือบ 500 ล้านตัว
  • ควันไฟส่งผลไปถึงทวิปอเมริกาใต้แล้ว

โฆษกขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) แถลงการณ์ ระบุว่า กลุ่มหมอกควันจากไฟป่าในออสเตรเลียได้พัดข้ามพื้นที่มหาสมุทรแฟซิฟิกเป็นระยะทางหลายพันกิโลเมตร ไปถึงทวีปอเมริกาใต้แล้ว จนส่งผลให้ท้องฟ้าในพื้นที่ตอนกลางของชิลีกลายเป็นสีเทา ขณะที่ท้องฟ้าเหนือกรุงบัวโนสไอเรส ประเทสอาร์เจนตินา กลายเป็นสีแดงในช่วงตะวันตกดิน พร้อมระบุว่า กลุ่มหมอกควันดังกล่าวกำลังเคลื่อนตัวไปรอบโลก และอาจแผ่ขยายไปถึงทวีปแอนตาร์กติกาแล้วด้วย

นอกจากนี้โฆษก WMO ยังระบุว่า กลุ่มหมอกควันดังกล่าวยังนำปัญหาด้านคุณภาพอากาศที่อยู่ในระดับขั้นเป็นพิษ และส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชนด้วย พร้อมย้ำว่าไฟป่าที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก

ด้านหน่วยงานสังเกตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรป เปิดเผยว่า ไฟป่าออสเตรเลียที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือน ก.ย.2562 ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศมากถึง 400 ล้านตัน รวมถึงสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายอื่นๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งนับเป็นการสร้างมลพิษครั้งร้ายแรง จากสถานกาณณ์ไฟป่าออสเตรเลีย ที่ยาวนานในครั้งนี้ ได้มี ดร. เฟรเดริก ซัลเทร์ และ ดร. คอรีย์ เจ.เอ. แบรดชอว์ นักนิเวศวิทยาจากศูนย์เพื่อความเป็นเลิศด้านความหลากหลายทางชีวภาพและมรดกของออสเตรเลีย (CABAH) และ นักวิทยาศาสตร์จำนวนหนึ่งมองว่า อาจเป็นสัญญาณเตือนล่าสุดว่าสิ่งมีชีวิตทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะการสูญพันธุ์ระดับมหึมา ครั้งที่ 6 หรือ the sixth mass extinction อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ย้อนไป ยุคแคมเบรียนเมื่อ 540 ล้านปีก่อนเป็นต้นมา โลกได้พบกับการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ของสิ่งมีชีวิตมาแล้วถึง 5 ครั้ง ซึ่งโดยเฉลี่ยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในทุก 100 ล้านปี จากเหตุความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ความเปลี่ยนแปลงฉับพลันทางธรณีวิทยาเช่นภูเขาไฟระเบิดรุนแรง หรือเหตุอุกกาบาตยักษ์จากห้วงอวกาศพุ่งชนโลก

สำหรับออสเตรเลียเป็น 1 ใน 17 ประเทศที่จัดว่ามีความหลากหลายทางชีวภาพในระดับสูง และในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่แถบที่เกิดไฟป่าครั้งล่าสุด ขณะที่ทางเว็บไซต์ wongnai ได้รวบรวม “ช่องทางบริจาคและช่วยเหลือไฟป่าออสเตรเลีย” #PrayForAustraliaหรือเข้าไป อ่านต่อได้ที่ เซ็บไซต์ wongnai.com

‘ทรัมป์’ แถลงการณ์วอนชาติมหาอำนาจร่วมกดดัน ‘อิหร่าน’

ประเด็นน่าสนใจ

  • ”โดนัลด์ ทรัมป์” แถลงหลังจากอิหร่านเปิดฉากยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในอิรัก
  • ขอชาติมหาอำนาจกดดัน พร้อมเรียกร้องให้นาโต้เข้ามามีส่วนคลายสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลาง
  • ยืนยันเหตุการโจมตีของอิหร่าน ไม่มีทหารอเมริกันเสียชีวิต

เมื่อคืนที่ผ่านมาตามเวลาบ้านเรา ทั่วโลกก็ต่างจับจ้องการแถลงการณ์ของ “โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากอิหร่านเปิดฉากยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในอิรัก

โดยผู้นำสหรัฐระบุว่า “ขอบอกด้วยความภาคภูมิใจว่า ไม่มีทหารอเมริกันเสียชีวิตจากเหตุโจมตีของอิหร่านและขอชื่นชมทหารอเมริกันที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่และเต็มไปด้วยศักยภาพ และพูดถึงอิหร่านว่า เป็นประเทศที่ให้การสนับสนุนการก่อการร้ายที่มีบทบาทเป็นอย่างมาก

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังระบุว่า ย้อนไปถึงการโจมตีสถานทูตฯ ที่อิรัก ที่นายพลสุไลมานีเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ทำให้มีทหารอเมริกันเสียชีวิต ซึ่งที่จริงควรจะสังหารนายพลสุไลมานีนานแล้ว

โดยต่อจากนี้จะเดินหน้าคว่ำบาตรอิหร่านต่อไป จนกว่าอิหร่านจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองของตนเองและข้อตกลงจำกัดการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ที่อิหร่านได้ร่วมข้อตกลงและได้เงินช่วยเหลือไปไม่ต่ำกว่า 1.5 แสนดอลลาร์สหรัฐ แทนที่อิหร่านจะขอบคุณสหรัฐฯ กลับสังหารชาวอเมริกัน อีกทั้งผู้นำของอิหร่านยังสังหารประชาชนของตนเองผ่านการประท้วงที่เกิดขึ้นโดยมีคนเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 1,500 คน

โดนัลด์ ทรัมป์ ยังกล่าวต่อว่า ชาติสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติทั้ง อังกฤษ ฝรั่งเศส และจีน ถึงเวลาแล้วที่จะต้องล้มเลิกข้อตกลงกับอิหร่าน เพื่อรวมพลังกดดันอิหร่าน พร้อมเรียกร้องต่อนานาชาติที่จะต้องร่วมกันต่อต้านอิหร่าน ในฐานะที่เป็นประเทศที่ก่อให้เกิดกลุ่มก่อการร้ายและเรียกร้องให้นาโต้เข้ามามีส่วนร่วมในการผ่อนคลายสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลาง

ส่วนที่หลายคนบอกว่า สหรัฐฯต้องการน้ำมันนั้น ผู้นำสหรัฐบอกว่า สำหรับทรัพยากรน้ำมันของอิหร่านไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับสหรัฐฯ เพราะสหรัฐฯ ได้ค้นพบก๊าซธรรมชาติและบ่อน้ำมันเพิ่มขึ้นมากมาย จึงไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สหรัฐฯ จะไปพึ่งพิงน้ำมันจากตะวันออกกลาง

โดนัลด์ ทรัมป์ ยังย้ำว่า เหตุโจมตีในครั้งนี้ ได้แสดงให้เห็นถึงแสนยานุภาพของกองกำลังสหรัฐฯ และยุทโธปกรณ์ที่พิสูจน์แล้วว่ามีคุณภาพชั้นเยี่ยม นอกจากนี้ ทรัมป์ ยังได้พูดถึงกลุ่มไอเอส ว่า ถือเป็นศัตรูของอิหร่านและเป็นศัตรูร่วมกับอเมริกัน ดังนั้น สหรัฐฯ และอิหร่านควรร่วมมือกันเพื่อต่อสู้กับกองกำลังไอเอส ถึงเวลาแล้วที่สหรัฐฯ จะต้องเดินหน้าเพื่อสันติภาพ