สทนช.ปรับแผน!! ดึงน้ำแม่กลองดันน้ำเค็ม

ประเด็นน่าสนใจ

  • สทนช.ปรับแผนผันน้ำจากลุ่มแม่น้ำแม่กลองผลิตน้ำประปา และชะลอความเค็ม
  • หลังน้ำทะเลจะหนุนสูงในวันที่ 7 – 15 มกราคมนี้
  • เกษตรลุ่มน้ำเจ้าพระยาสูบน้ำเข้าพื้นที่จนทำให้เหลือน้ำน้อย ไม่สามารถผลักดันน้ำเค็มได้ตามแผน

ด็อกเตอร์สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมชลประทาน การประปานครหลวง กรุงเทพมหานคร สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ และกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อหารือมาตราการรับมือวิกฤตภัยแล้งและน้ำทะเลหนุนสูงจนเกิดภาวะน้ำเค็มรุก ส่งผลให้ในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พบปัญหาประปามีรสกร่อย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในการใช้เพื่อการอุปโภค

ด็อกเตอร์สมเกียรติ กล่าวว่า เขื่อนใหญ่ 2 แห่ง คือ เขื่อนภูมิพลและเขื่อนเขื่อนสิริกิติ์ ระบายน้ำลงสู่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา วันละ 16 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่มีน้ำไหลระบายออกจากหน้าเขื่อนเจ้าพระยา ที่จังหวัดชัยนาทเพียง 7 ล้านลูกบาศก์เมตร น้ำส่วนที่หายไป 7-8 ล้านลูกบาศก์เมตร คาดว่ามีเกษตรกรดึงไปใช้เพื่อการเกษตร จึงทำให้ไม่มีน้ำ เพียงพอที่จะผลักดันน้ำเค็มได้ตามแผน

สำหรับพื้นที่ปลูกข้าวนาปีต่อเนื่องในลุ่มน้ำเจ้าพระยามี จำนวน 1.1 ล้านไร่ ซึ่งจะเก็บเกี่ยวได้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้ ส่วนนี้จึงไม่ได้รับผลกระทบ แต่ข้าวนาปีรอบ 2 หรือข้าวนาปรัง จำนวน 2 ล้านไร่กว่า ในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาจะต้องควบคุมไม่ให้เกินไปจากนี้ แต่ที่ปลูกไปแล้วก็ต้องดูแลกันต่อไป

ปัจจุบันจึงได้ปรับแผนนำน้ำจากลุ่มแม่น้ำแม่กลองมาช่วยผลิตน้ำประปา และชะลอความเค็ม โดยน้ำทะเลจะหนุนสูงในวันที่ 7 – 15 มกราคมนี้ ทำให้มีลิ่มความเค็มสูง กระทบการผลิตน้ำประปา จึงเร่งผันน้ำจากลุ่มแม่น้ำแม่กลองผ่าน 4 คลองหลักคือ 1 คลองจระเข้สามพราน ผ่านมาทางแม่น้ำท่าจีนออกทางคลองพระยาบันลือ 2 คลองประปา 3 คลองบางกอกน้อย และ 4 คลองมหาสวัสดิ์ เพื่อลดค่าความเค็ม

โดยนับตั้งแต่ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 – ปัจจุบัน ได้ผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลอง แล้ว 200 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งตั้งโควต้าไว้ 500 – 800 ล้าน ลบ.ม. โดยที่คนในลุ่มน้ำแม่กลอง ไม่ได้รับผลกระทบ เพราะเป็นน้ำส่วนเกิน

ส่วนอีกหนึ่งมาตรการที่จะมีการเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในวันนี้ (7 ม.ค.63) คือเสนอกรอบโครงสร้างศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจและแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขวิกฤตน้ำ พร้อมเสนอตั้งกองอำนวยการน้ำแห่งชาติเพื่อทำหน้าที่ติดตามวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ รวมทั้งมีการขออนุมัติงบกลางจำนวน 3,079 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาการจัดการน้ำในระยะสั้นในช่วงเวลา 2-3 เดือนนี้ด้วย

ชลประทาน วางมาตรการลดการใช้น้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์แล้ว

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมชลประทาน เร่งวางมาตรการลดการใช้น้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำย้อนกลับดึงน้ำจากเขื่อนลำปาวเติมหน้าเขื่อนวังยาง ช่วยประปามหาสารคาม
  • จังหวัดเชียงใหม่ เร่งแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในลำน้ำปิง
  • ที่จังหวัดนนทบุรี ค่าความเค็มบริเวณอำเภอบางกรวย เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว หลังโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระพิมล ระบายน้ำช่วยเจือจางความเค็ม

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ 6 ได้วางแนวทางการบริหารจัดการน้ำ เพื่อลดปริมาณการใช้น้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น

ด้วยการเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำและใช้น้ำต้นทุนจากเขื่อนลำปาว สูบย้อนกลับไปเติมหน้าเขื่อนวังยาง ช่วยเหลือการประปามหาสารคาม คาดว่าจะสามารถลดปริมาณการใช้น้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ ได้กว่า 6 ล้าน ลบ.ม.

ทั้งนี้ เดิมจะมีการใช้น้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ ระบายลงลำน้ำพองผ่านฝายหนองหวาย ก่อนจะไหลลงแม่น้ำชีผ่านเขื่อนมหาสารคาม เข้าไปเติมบริเวณหน้าเขื่อนวังยาง ที่เป็นแหล่งน้ำต้นทุนส่งไปสนับสนุนการผลิตน้ำประปาในพื้นที่ อ.เมืองมหาสารคาม ประมาณวันละ 50,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งปัจจุบันระดับน้ำมีแนวโน้มลดลงเฉลี่ยวันละ 1-2 เซนติเมตร ใน

ขณะที่เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ จะระบายน้ำลงสู่ลำปาวก่อนจะไหลไปลงแม่น้ำชี บริเวณเหนือเขื่อนร้อยเอ็ด ซึ่งจะควบคุมระดับน้ำหน้าเขื่อนร้อยเอ็ด ให้อยู่ที่ระดับ +131 ม.รทก.(เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง) เพื่อให้ระดับน้ำบริเวณหน้าเขื่อนวังยางอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน

ปัจจุบันสำนักเครื่องจักรกล ได้เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำแบบสูบย้อนกลับได้ เป็นเครื่องสูบน้ำด้วยระบบไฟฟ้า submersible จำนวน 6 เครื่อง อัตราการสูบประมาณวันละ 180,000 ลบ.ม. ระยะเวลาดำเนินการสูบน้ำย้อนกลับประมาณ 35 วัน

เริ่มสูบประมาณกลางเดือนมกราคม 2563 เป็นต้นไป คาดว่าจะทำให้หน้าเขื่อนวังยาง สามารถเก็บน้ำได้เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 6 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคของประชาชนเมืองมหาสารคาม ไปจนถึงต้นฤดูฝนปี 2563

จากแนวทางดังกล่าวข้างต้น จะสามารถลดการใช้น้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ ได้ประมาณวันละ 50,000 ลบ.ม. รวมประมาณ 6 ล้าน ลบ.ม. รวมถึงเป็นการเพิ่มปริมาณน้ำหน้าเขื่อนวังยาง เพื่อรักษาระดับน้ำที่จะใช้อุปโภคบริโภค ของประชาชนในพื้นที่จังหวัดมหาสารคามและร้อยเอ็ดบางส่วน ตลอดในช่วงฤดูแล้งนี้

แก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในลำน้ำปิง

ด้านจังหวัดเชียงใหม่ นายจรินทร์ คงศรีเจริญ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ เปิดเผยว่า หลังจากการลงพื้นที่ตรวจสอบจุดบรรจบคลองแม่ข่ากับลำน้ำแม่ปิง บริเวณบ้านดอนชัยหมู่ที่ 4 ตำบลป่าแดด อำเภอเมืองเชียงใหม่ เพื่อตรวจสอบสภาพน้ำจากคลองแม่ข่าที่รับน้ำผ่านชุมชนสองฝั่งในเขตเทศบาลเมืองเชียงใหม่ พบว่าสภาพน้ำมีสีคล้ำดำ

จึงได้สั่งการให้ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 เพิ่มการระบายน้ำบริเวณท้ายประตูระบายน้ำแม่น้ำปิงท่าวังตาล จากเดิมที่ระบาย 2.70 ลบ.ม./วินาที เพิ่มเป็น 3.90 ลบ.ม./วินาที หรือประมาณ 337,000 ลบ.ม./วัน เพื่อเจือจางน้ำเสียในลำน้ำปิง

ซึ่งจะช่วยรักษาระบบนิเวศน์ในลำน้ำปิง พร้อมขอความร่วมมือประชาชน และเกษตรกรผู้ประกอบการงดทิ้งน้ำเสียลงสู่แม่น้ำปิง

พร้อมประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือเกษตรกรงดการเพาะปลูกนาปรังในปีนี้ เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนที่เก็บกักมีน้อย เพื่อให้ปริมาณน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัดเพียงพอใช้สำหรับการอุปโภคบริโภคไปจนถึงต้นฤดูฝนปีหน้า

ค่าความเค็มบริเวณอ.บางกรวย เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

ส่วนที่จังหวัดนนทบุรี กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกไม้ดอกไม้ประดับในพื้นที่หมู่ที่ 1 ตำบลมหาสวัสดิ์ อำเภอบางกรวยได้รับผลกระทบจากน้ำเค็มรุกเข้าในพื้นที่ กรมชลประทาน โดยโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระพิมล ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบแล้ว พบว่าพื้นที่ดังกล่าวประสบปัญหาน้ำเค็มรุกเข้าพื้นที่เร็วกว่าปกติ

ซึ่งเกษตรกรผู้ปลูกไม้ดอกไม้ประดับส่วนใหญ่ได้รับข้อมูลแจ้งเตือนก่อนหน้านี้แล้ว มีเพียงบางส่วนที่รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย เบื้องต้นทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระพิมล ได้ทำการระบายน้ำจืดลงมาในพื้นที่ดังกล่าว

จนทำให้ค่าความเค็มลดลงเหลือ 0.26 กรัม/ลิตร นอกจากนี้ เกษตรกรยังสามารถสำรองน้ำส่วนนี้เอาไว้ใช้ในระยะต่อไป โดยมีการใช้ร่วมกับน้ำประปาตามความเหมาะสม เพื่อลดค่าความเค็มให้เจือจางลง ซึ่งเกษตรกรในพื้นที่ต่างมีความเข้าใจในสภาพปัญหาของธรรมชาติที่เกิดขึ้น

ประเทศไหนมี ‘ระเบิดนิวเคลียร์’ มากสุดในโลก?

ประเด็นน่าสนใจ

  • ส่องอันดับประเทศไหนมี ‘ระเบิดนิวเคลียร์’ มากสุดในโลก?
  • รัสเซียเป็นประเทศที่มีระเบิดนิวเคลียร์มากที่สุด

เว็บไซต์ ลงทุนแมน เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับประเทศที่มีระบบนิวเคลียร์ มากที่สุดในโลก

โดยประเทศมหาอำนาจประเทศแรก ที่ถูกเปิดเผยว่ามีระเบิดนิวเคลียร์มากที่สุดในโลก คือ รัสเซีย มีระเบิดนิวเคลียร์มากถึง 6,850ลูก ตามมาด้วยประเทศสหรัฐอเมริกา มีระเบิดนิวเคลียร์ 6,450ลูก ขณะที่ฝรั่งเศส มีระเบิดนิวเคลียร์ 300 ลูก ส่วนจีนแผ่นดินใหญ่ ก็มีระเบิดนิวเคลียร์มากถึง 280 ลูก

ด้านสหราชอาณาจักร มีระเบิดนิวเคลียร์ 215 ลูก ปากีสถาน มีระเบิดนิวเคลียร์ 150 ลูก ส่วนประเทศที่มีชายแดนดินกันอย่างอินเดีย มีระเบิดนิวเคลียร์ 140 ลูกขณะที่อิสราเอล มีระเบิดนิวเคลียร์ 80 ลูก ตบท้ายด้วยเกาหลีเหนือ ที่มีระเบิดนิวเคลียร์มากถึง 20ลูก
โดยข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ระบุไว้เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2018 ที่มาจาก Statista,Federation of American Scientistst