เอาผิด! หนุ่มขี่จยย.เข้าร้านสะดวกซื้อ ประชดนโยบายงดถุง

ประเด็นน่าสนใจ

  • มีหนุ่มคนหนึ่งขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปซื้อของในร้านสะดวกซื้อ
  • การกระทำของหนุ่มดังกล่าว ถูกมองว่าไม่เหมาะสม เหมือนประชดประชันนโยบายงดถุง

มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้ออกมาโพสต์ประชด ด้วยการขี่รถจักรยานยนต์ เข้าไปในร้านสะดวกซื้อ เทสโก้ โลตัสเอ็กเพรส ภายในปั๊มน้ำมันเอสโซ่ ถนนพหลโยธินขาออก พบว่าได้รับเสียงวิจารณ์ ซึ่งส่วนใหญ่มองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม

ล่าสุดงานเข้าเมื่อ เจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.คูคต ลงไปตรวจสอบ ร้านสะดวกซื้อแห่งนี้ เพื่อรวบรวมหลักฐาน เอาผิดบุคคลในคลิป ข้อหา ตาม พรบ.จราจรไม่ขับขี่ในเส้นทางจราจร และ ข้อหาบุกรุก

พาณิชย์เผยชาวบ้านพอใจโครงการประกันรายได้เกษตรกร

ประเด็นน่าสนใจ

  • กระทรวงพาณิชย์เผยผลการสำรวจ พบว่าชาวบ้านเห็นด้วยกับนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุมากที่สุด
  • รองลงมาเป็นประกันรายได้เกษตรกร และโครงการอุดหนุนเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากรายงานของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า หรือ สนค. กระทรวงพาณิชย์ ดำเนินการสำรวจความเชื่อมั่นของประชาชนต่อมาตรการของรัฐและความคิดเห็นต่อโครงการต่างๆ ของรัฐบาลสรุปส่งท้ายปี 62 ซึ่งเป็นการสำรวจความเห็นของประชาชนต่อมาตรการโครงการนโยบายของรัฐจานวน 8 เรื่อง

แบ่งเป็น 4 กลุ่มมาตรการ ได้แก่

1.มาตรการสร้างรายได้ คือโครงการประกันรายได้เกษตรกร

2.มาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพ คือเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุ โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการเงินอุดหนุนเพื่อเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด

3.มาตรการเศรษฐกิจ คือ มาตรการส่งเสริมการส่งออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวนโยบายอีอีซี

และ 4.มาตรการด้านสาธารณสุข คือนโยบายการเกี่ยวกับกัญชา

สำหรับเรื่องที่ประชาชนเห็นด้วยมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่

อันดับแรกเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ประชาชนเห็นด้วยสูงถึง 93.3% เนื่องจากเป็นโครงการที่สามารถช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและดูแลผู้สูงอายุให้สามารถดารงชีวิตในสังคมได้ดีขึ้น

ส่วนอันดับสอง คือ โครงการประกันรายได้เกษตรกร ประชาชนเห็นด้วยสูงถึง 87.9% เพราะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพียงพอต่อการใช้จ่ายในสถานการณ์ที่พืชผลการเกษตรหลายชนิดมีราคาตกต่ำ

และอันดับสาม โครงการเงินอุดหนุนเพื่อเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ประชาชนเห็นด้วยสูงถึง 83.2% ซึ่งเป็นโครงการที่ช่วยลดค่าครองชีพและแบ่งเบาภาระของครอบครัวที่มีรายได้น้อยในการเลี้ยงดูบุตรแรกเกิดเป็นระยะเวลา 12 เดือน

สนค.ยังระบุถึงผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคสำรวจเดือนตุลาคม 62 ด้วยว่าปรับตัวดีขึ้นและถือเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการดำเนินมาตรการและนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล

โดยประชาชนเห็นด้วยกับมาตรการต่างๆ เกิน 50% ทั้งในเรื่องการประกันรายได้เกษตรกร มาตรการส่งเสริมการใช้จ่ายในประเทศเพื่อกระตุ้นการบริโภคและการท่องเที่ยวผ่านโครงการชิมช้อปใช้ รวมทั้งมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลจะนำออกมาใช้ในระยะต่อไป

น้ำเค็มรุกหนัก!! กระทบสวนทุเรียนนนท์ ใบเริ่มแห้งเหลือง

ประเด็นน่าสนใจ

  • ชาวสวนทุเรียน ใน จ.นนทบุรี ได้รับผลกระทบน้ำเค็มรุกสวนทุเรียน
  • ผลกระทบดังกล่าวทำใบทุเรียนเริ่มแห้งเหลือง ต้องเด็ดดอกทุเรียนทิ้งเพื่อรักษาส่วนที่เหลือ
  • ขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแหล่งน้ำดิบช่วยเหลือ

ที่สวนทุเรียนในจังหวัดนนทบุรี ในตำบลบางกร่าง อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี แหล่งทุเรียนขึ้นชื่อของเมืองไทย เพื่อพูดคุยกับนายสำเริง สุนทรแสง เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนที่กำลังได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำเค็มรุก

โดยนายสำเริง เล่าว่า ตั้งแต่ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นมา ได้ทำการวัดค่าความเค็มของน้ำในขณะนั้นพบว่ามีค่าความเค็มสูงอยู่ที่ประมาณ 1 กว่า ppt(กรัมต่อลิตร) จึงทำการปิดไม่ให้น้ำเข้ามา ในส่วนของน้ำที่ขังอยู่ในท้องร่องที่เป็นน้ำเดิม เมื่อน้ำเริ่มลดลงเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันค่าความเค็มพุ่งสูงถึง 6 ppt ซึ่งถึงแม้จะไม่ได้นำน้ำในท้องร่องมารำต้นไม้ แต่รากของทุเรียนก็ดูดซึมน้ำขึ้นมา ส่งผลให้ใบทุเรียนบางส่วนเริ่มแห้งเหลือง

ทั้งนี้ การแก้ปัญหาในเบื้องต้น นายสำเริงบอกว่า หากทุเรียนต้นไหนที่เริ่มมีใบแห้งเหลือง เมื่อเริ่มมีดอกทุเรียน ก็มีความจำเป็นต้องเอาออกจากต้นทั้งหมด เนื่องจากจะไปส่งผลกระทบต่อส่วนอื่นๆ ของลำต้น รวมทั้งกลุ่มเกษตรกรก็ได้มีการช่วยเหลือตัวเอง โดยการนำน้ำประปามาทำการเกษตร เพื่อประทังปัญหาภัยแล้ง โดยเฉพาะในปีนี้ที่ฤดูแล้งมาไวกว่าปกติ

ซึ่งค่อนข้างมีความกังวลถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว เพราะช่วงเวลาที่ต้นทุเรียนจะเจริญเติบโตนั้นใช้ระยะเวลาตั้งแต่เดือนธันวาคม-พฤษภาคม ซึ่งยังเหลืออีกหลายเดือนที่ต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนน้ำและน้ำเค็มรุก จึงอยากให้มีหาแหล่งน้ำดิบช่วยเหลือ

ด้านนายประหยัด ไชยสิทธิ์ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร สำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยว่า ได้สำรวจเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเค็ม มีประมาณ 200 กว่าราย ซึ่งเป็นเกษตรกรสวนทุเรียนอยู่ที่ประมาณร้อยละ 80

ซึ่งตอนนี้ได้ทำหนังสือถึงทางชลประทานแล้ว และทางการประปานครหลวง ขอลดหย่อนค่าน้ำให้เกษตรกร ที่ใช้น้ำประปาเกิน 50 คิว จะมีการคิดอัตราคงที่ 10 บาท 50 สิบสตางค์ โดยขณะนี้รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีได้สั่งการให้เร่งสำรวจในเรื่องจุดจ่ายน้ำ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร