ชาวอิหร่านนับแสน ร่วมไว้อาลัย คาเซม ซูไลมานี

เมื่อวันจันทร์ (6 ม.ค.) ชาวอิหร่านหลายแสนคนในกรุงเตหะรานได้ไว้ทุกข์ต่อการจากไปของคาเซม โซเลมานี นายพลอาวุโสผู้ถูกลอบสังหาร

คาเซม โซเลมานี อดีตผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ (Quds Force) แห่งกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ถูกสังหารหลังจากสหรัฐฯ ทำการโจมตีทางอากาศในกรุงแบกแดด เมืองหลวงของอิรัก เมื่อวันศุกร์ (3 ธ.ค.)

กลุ่มผู้ไว้อาลัยในชุดดำหลั่งไหลท่วมท้นถนนเองเฮแลบ (Enghelab – การปฏิวัติ) และถนนอะซาดี (Azadi – เสรีภาพ) เพื่อแสดงความเคารพต่อโซเลมานี

บรรดาผู้ไว้อาลัยตะโกนคำขวัญต่อต้านสหรัฐฯ ด้วยความกราดเกรี้ยว พร้อมทั้งถือป้ายที่เขียนข้อความเรียกร้องให้กองทัพสหรัฐฯ “ถอนกำลังออกจากตะวันออกกลางโดยทันที”

เลบานอน ร่วมจัดพิธีรำลึก ซูไลมานี

บรรยากาศพิธีรำลึกถึงนายพลคาเซม โซเลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังคุดส์ (Quds Force) ของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งถูกสหรัฐฯ สังหารเมื่อวันที่ 3 ม.ค. ณ กรุงแบกแดดของอิรัก โดยพิธีนี้จัดขึ้นทางตอนใต้ของกรุงเบรุต เมืองหลวงของเลบานอน

เมื่อวันอาทิตย์ (5 ม.ค.) ซาย์เยด ฮัสซัน นาสรัลลาห์ (Sayyed Hassan Nasrallah) หัวหน้ากลุ่มฮิซบุลลอฮ์ (Hezbollah) กล่าวกระตุ้นให้บรรดานักรบร่วมโจมตีทหารสหรัฐฯ ในภูมิภาคเพื่อแก้แค้นให้กับโซเลมานี

อนึ่ง ฮิซบุลลอฮ์ เป็นพรรคการเมืองและกลุ่มติดอาวุธชาวมุสลิมนิกายชีอะฮ์ในเลบานอน โดยสหรัฐฯ และอิสราเอลกล่าวอ้างว่าเป็นกลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านและซีเรีย พร้อมขึ้นบัญชีดำเป็นกลุ่มก่อการร้าย

ที่มา – สำนักข่าวซินหัว

คลิป-ภาพในพิธีฝังร่างนายพลคาเซม ซูไลมานีเพิ่มเติม

เช้านี้กรุงเทพฯ ฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐาน 17 พื้นที่

ประเด็นน่าสนใจ

  • เช้าวันนี้ (7 ม.ค.63) พบฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน 17 พื้นที่
  • กทม. ขอความร่วมมือลดเผาในที่โล่งทุกชนิด ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว
  • ทั้งนี้หากพบว่ามีการฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนหรือปรับไม่เกินสองหมื่นห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สถานการณ์ฝุ่นละอองประจำวันที่ (7 ม.ค.63) จากการรายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. สรุปผลการตรวจวัด PM2.5 น ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ตรวจวัดได้ 39-62 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) พบว่าเกินมาตรฐาน (มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) จำนวน 17 พื้นที่

  • เขตสัมพันธวงศ์ บริเวณหน้าหัวมุม ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ (วงเวียนโอเดียน) : มีค่าเท่ากับ 53 มคก./ลบ.ม.
  • เขตวังทองหลาง ด้านหน้าปั๊มน้ำมัน เอสโซ่ ซ.ลาดพร้าว 95 : มีค่าเท่ากับ 55 มคก./ลบ.ม.
  • เขตปทุมวัน บริเวณหน้าห้างสามย่านมิตรทาวน์ : มีค่าเท่ากับ 60 มคก./ลบ.ม.
  • เขตบางรัก ข้างป้อมตำรวจหน้าลานบางรักเลิฟลี่ พลาซ่า : มีค่าเท่ากับ 51 มคก./ลบ.ม.
  • เขตบางคอแหลม บริเวณป้อมตำรวจสี่แยกถนนตก : มีค่าเท่ากับ 60 มคก./ลบ.ม.
  • เขตยานนาวา ใกล้ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สำนักงานใหญ่ : มีค่าเท่ากับ 55 มคก./ลบ.ม.
  • เขตลาดกระบัง ด้านหน้าโรงพยาบาลลาดกระบังข้างป้อมตำรวจ : มีค่าเท่ากั 54 มคก./ลบ.ม.
  • เขตคลองสาน บริเวณหน้าห้องสมุดใต้สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน : มีค่าเท่ากับ 58 มคก./ลบ.ม.
  • เขตบางกอกน้อย บริเวณหน้าสถานีตำรวจรถไฟบางกอกน้อย : มีค่าเท่ากับ 60 มคก./ลบ.ม.
  • เขตภาษีเจริญ หน้ามหาวิทยาลัยสยาม (ประมาณซอยเพชรเกษม 36) : มีค่าเท่ากับ 62 มคก./ลบ.ม.
  • เขตบางเขน ภายในสำนักงานเขตบางเขน : มีค่าเท่ากับ 59 มคก./ลบ.ม.
  • เขตบางพลัด ภายในสำนักงานเขตบางพลัด : มีค่าเท่ากับ 51 มคก./ลบ.ม.
  • เขตบางขุนเทียน ภายในสำนักงานเขตบางขุนเทียน : มีค่าเท่ากับ 59 มคก./ลบ.ม.
  • เขตพระนคร ภายในสำนักงานเขตพระนคร : มีค่าเท่ากับ 62 มคก./ลบ.ม.
  • เขตคลองเตย ภายในสำนักงานเขตคลองเตย : มีค่าเท่ากับ 59 มคก./ลบ.ม.
  • เขตหลักสี่ ภายในสำนักงานเขตหลักสี่ : มีค่าเท่ากับ 53 มคก./ลบ.ม.
  • เขตบึงกุ่ม ภายในสำนักงานเขตบึงกุ่ม : มีค่าเท่ากับ 55 มคก./ลบ.ม.

นายชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. เปิดเผยว่า สำนักสิ่งแวดล้อม ได้ประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการลดมลพิษทางอากาศ และสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการลดมลพิษ เช่น ลดการเผาในที่โล่งทุกชนิด ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว อย่างต่อเนื่องตลอดมา ทั้งนี้ เพื่อเป็นการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

สำหรับการควบคุมปัญหาการเผาในที่โล่งในพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2560 ออกประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง กำหนดพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ เมื่อวันที่ 30 ม.ค.62 โดยกำหนดให้การเผาในที่โล่ง ได้แก่ การเผาหญ้า การเผาตอซังข้าว และการเผาขยะ เป็นแหล่งก่อเหตุรำคาญ และให้ผู้อำนวยการเขต เป็นผู้กำกับดูแลในพื้นที่ เพื่อไม่ให้มีการเผาในที่โล่ง หากมีผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนหรือปรับไม่เกินสองหมื่นห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข้อมูลจาก : กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง

รัฐบาล เล็งทุ่มงบ 3 พันล้านรับมือภัยแล้ง

ประเด็นน่าสนใจ

  • เล็งขุดเจาะบาดาล 500 แห่ง
  • คาดมีน้ำใช้ถึงเดือน ก.ค. นี้
  • บิ๊กป้อม รับแก้ปัญหาน้ำประปาเค็มทำได้ยาก แต่ก็พยายามอยู่

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ไขสถานการณ์ภัยแล้ง ว่า ตนบอกล่วงหน้าไปแล้วว่าเราจะดูแลในเรื่องการเอาน้ำใต้ดินและบนดิน เพื่อดูแลในส่วนของการอุปโภคและบริโภค

ส่วนน้ำทำการเกษตรไม่มีเพียงพอจึงต้องปรับเปลี่ยน โดยไม่สามารถทำนาปรังได้ เพราะว่าน้ำในปีนี้น้อยมาก เราพยายามขุดบ่อน้ำบาดาลทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 500 กว่าแห่ง ซึ่งมีการประชุมล่วงหน้าเพื่อเตรียมการมาแล้ว

อย่างไรก็ตาม เราคิดว่าน้ำที่มีอยู่สามารถใช้เพียงพอได้ถึงเดือนกรกฎาคม 2563 โดยใช้งบฉุกเฉิน 3 พันล้านบาทในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งครั้งนี้ สำหรับพื้นที่ที่น่าเป็นห่วงคือ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ส่วนการดำเนินการผลักดันน้ำเค็มที่มีผลกระทบกับการผลิตน้ำประปานั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องน้ำเค็มลำบากหน่อย เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับน้ำประปา แต่ก็พออยู่ได้

ซึ่งเราไม่มีน้ำเพียงพอจะไล่น้ำเค็มจะไปหาน้ำที่ไหน แล้วน้ำมาจากไหน อีกทั้งยังให้ความมั่นใจในส่วนของการขุดบ่อบาดาล โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. นั้น ยืนยันว่าจะไม่มีผลกระทบเรื่องดินทรุดตัว

ทั้งนี้ในเรื่องดังกล่าว จะนำเข้าการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ (7 มกราคม) โดยจะมีการตั้งศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจและแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาวิกฤตน้ำ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บัญชาการ