บิ๊กโจ๊ก เปิดใจ หลังถูกคนร้ายลอบยิงรถพรุน

ประเด็นน่าสนใจ

  • คนร้ายลอบยิงรถบิ๊กโจ๊ก ขณะจอดอยู่ย่านบางรัก
  • โชคดีไม่ได้อยู่ในรถจึงไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่คาดมุ่งเอาชีวิต
  • ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด เพราะบิ๊กโจ๊กยันไม่มีคู่ขัดแย้ง
  • จี้ ตร. เร่งล่าตัวมาดำเนินคดี สร้างความเชื่อมั่น ปชช.

จากเหตุการณ์ระทึกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่รถของ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือบิ๊กโจ๊ก ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขณะจอดอยู่ในซอยแห่งหนึ่งย่านบางรถ จนส่งผลทำให้รถมีรอยกระสุน 7 นัด แต่โชคดีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต เพราะไม่มีใครอยู่ในรถนั้น

ล่าสุดทาง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ได้เปิดใจระหว่างให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่า รถคันเกิดเหตุเป็นรถของภรรยาที่ตนได้ขับมาทานข้าวยังบริเวณเกิดเหตุ ซึ่งเหตุที่เกิดขึ้นไม่ทราบถึงเหตุจูงใจ แต่ดูจากรอยกระสุนเชื่อว่ามุ่งเอาชีวิตแน่นอน

ทั้งนี้ยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่เคยมีคู่ขัดแย้ง ทำงานด้วยความมุ่งมั่นมาโดยตลอด ซึ่งจากเหตุการณ์นี้ก็กังวลว่าจะกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศเพราะเกิดขึ้นในเมืองย่านผู้คนพลุกพล่าน

ดังนั้นจึงเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ด้าน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ได้กล่าวตอนหนึ่งหลังเดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วยตนเอง ว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถบอกได้ต้องขอเวลาในการตรวจสอบ

แต่คาดว่าอาจเป็นผลพวงมาจากผลงานการทำงานในอดีต เพราะ พล.ต.ท. สุรเชษฐ์ มีผลงานการจับกุมหลายคดีมากมาย เบื้องต้นพอทราบกลุ่มผู้ก่อเหตุแล้ว หลังได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ สน.บางรัก เจ้าของพื้นที่ และเจ้าหน้าที่ บก.น.6 ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด

สภาฯ สหรัฐฯ เตรียมยื่นญัตติ “จำกัดอำนาจ” ทรัมป์

ประเด็นน่าสนใจ

  • มีการยื่นญัตติ จำกัดอำนาจนายโดนัลด์ ทรัมป์ ในการปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่าน

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นางแนนซี เพโลซี ได้กล่าวว่า สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จะมีการยื่นญัตติ เพื่อขอให้มีการจำกัดอำนาจของประธานาธิปดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการใช้ปฏิบัติการทางทหาร

หลังจากที่ได้มีการปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่านเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ในการสังหารนายพลคาเซม ซูไลมานี โดยในเอกสารระบุว่า เป็นการกระทำที่ยั่วยุและไม่เหมาะสม ในการปฏิบัติการสังหารนายพลคาเซม ซูไลมานี รวมทั้งท่าทีที่ยั่วยุอื่นๆ ที่อาจทำให้เกิดสงครามที่สร้างความกังวลใจให้กับหลายฝ่าย

โดยในการยื่นญัตติในครั้งนี้ จะมีการนำเสนอและลงคะแนนในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะทำให้การตอบโต้ทางทหาร หรือการปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่านนั้นจะต้องได้รับการอนุญาตจากรัฐสภาสหรัฐฯ

รมว.พลังงาน ยันมีน้ำมันเพียงพอ แม้เกิดวิกฤติ สหรัฐ-อิหร่าน

ประเด็นน่าสนใจ

  • ขอปชช.เชื่อมั่นมีน้ำมันพอใช้แน่นอน
  • โดยน้ำมันสำรองที่มีอยู่คาดว่าจะใช้ได้ราว 50 วัน
  • เล็งจะดูแลเรื่องราคาไม่ให้ผันผวนกระทบ ปชช.

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ชี้แจงกรณีสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างประเทศสหรัฐฯ และอิหร่าน ที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกว่า ทางกระทรวงพลังงานได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินและเตรียมการหากเกิดสถานการณ์ที่วิกฤตเพิ่มขึ้น โดยในวันนี้ได้มีการประชุมหารือและได้เตรียมการที่สำคัญ คือ

ด้านปริมาณสำรอง ปัจจุบันไทยมีปริมาณสำรองน้ำมันดิบประมาณ 2,988 ล้านลิตร ปริมาณสำรองน้ำมันดิบที่อยู่ระหว่างขนส่งอีก 1,144 ล้านลิตร น้ำมันสำเร็จรูป 1,468 ล้านลิตร รวมจำนวนวันที่สามารถใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้ทั้งหมด 50 วัน ส่วนปริมาณสำรองก๊าซ LPG ทั้งหมดประมาณ 101 ล้านกิโลกรัม สำรองได้ 17 วันสำหรับใช้ในภาคครัวเรือน

ทั้งนี้ได้มีการบริหารจัดการเพื่อกระจายความเสี่ยงระยะยาว โดยกลุ่ม ปตท. ได้ปรับลดสัดส่วนการนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางที่เคยสูงถึงกว่า 74% และล่าสุดปรับลดเหลือประมาณ 50%

ด้านการผลิตปิโตรเลียมในประเทศ ปัจจุบันผลิตน้ำมันดิบได้ประมาณ 1.3 แสนบาร์เรล/วัน โดยกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจะขอความร่วมมือในการงดส่งออกน้ำมันดิบ ซึ่งจะได้ปริมาณน้ำมันดิบเพิ่มมากขึ้นประมาณ 25,000 บาร์เรล/วัน

และหากมีเหตุฉุกเฉิน สามารถเพิ่มการผลิตภายในประเทศให้มากขึ้นอีก 36,000 บาร์เรล/วัน โดยจะขอความร่วมมือกับโรงกลั่นน้ำมันให้หาทางออกด้านเทคนิคเพื่อใช้น้ำมันดิบในประเทศทั้งหมด

ในด้านบริหารราคาน้ำมันเชื้อเพลิง กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีเกณฑ์สำหรับการบริหารจัดการราคาน้ำมันในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งได้มีการจัดทำเป็น Scenario ในช่วงระดับราคาต่างๆ ในการบริหารจัดการราคาน้ำมันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน

ซึ่งจะมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในเรื่องดังกล่าว ขณะนี้สถานะกองทุนน้ำมันฯ อยู่ที่ประมาณ 37,000 ล้านบาท

โดยขอให้ประชาชนมีความมั่นใจว่า กระทรวงพลังงานจะสามารถบริหารจัดการสถานการณ์ด้านความมั่นคงของการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงให้มีใช้อย่างต่อเนื่อง และด้านราคาไม่ให้เกิดความผันผวนจนส่งผลกระทบต่อประชาชน