อัยการสูงสุด เผยสาเหตุ ไม่ฟ้อง ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ฆ่า บิลลี่ พอละจี

ประเด็นน่าสนใจ

  • ย้ำชัดหลักฐานไม่เพียงพอ
  • ด้านภรรยา บิลลี่ จ่อหาทางฟ้องต่อ เหตุเป็นไปไม่ได้ที่การตรวจสอบกระดูกของ จนท. จะไม่ใช่ของ บิลลี่

นายประยุทธ์ เพชรคุณ อัยการพิเศษสำนักงานคดีอาญา 3 ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ได้แถลงข่าวชี้แจงกรณีที่อัยการสั่งไม่ฟ้องคดีที่ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ผอ.ทสจ.) จังหวัดปัตตานี

อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ระหว่างปี 2551-2557 กับลูกน้องอีก 3 คน ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดี ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวทำร้าย และร่วมกันฆ่าอำพรางศพ นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ นักเคลื่อนไหวชาวกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย จ.เพชรบุรี ที่หายตัวไปเมื่อปี 2557

แต่ฟ้องเพียงข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 กรณีจับกุมนายบิลลี่ลักของป่า หรือน้ำผึ้ง แต่ปล่อยตัวไปทั้งที่ต้องนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ว่า

  1. เมื่อสำนักงานคดีพิเศษได้รับสำนวนดังกล่าวแล้ว นายฐาปนา ใจกลม อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ได้จ่ายสำนวนให้สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 พิจารณา และต่อมานายชวรัตน์ วงศ์ธนบูลย์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 เห็นว่า

    คดีนี้เป็นคดีสำคัญที่ประชาชนและสื่อมวลชนให้ความสนใจติดตามคดีมาอย่างต่อเนื่อง จึงมีคำสั่งที่ 26/2562 ตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาสำนวนตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ.2547 ข้อ 53

    ซึ่งคณะทำงานประกอบด้วย นายปกาศิต เหลืองทอง อัยการผู้เชี่ยวชาญ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน โดยมีพ.ต.ท.เดชาชัย ณ ลำปาง อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด นายวรพงษ์ ทองแก้ว อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด และนายเชาวพันธ์ ช่วยชู อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นคณะทำงาน

  2. คณะทำงานร่วมกันตรวจพิจารณาสำนวนแล้ว เห็นว่า สำหรับข้อหาที่ 8 (เจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ) คณะทำงานพิจารณาแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานพอฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 4 จึงเห็นควรสั่งฟ้องนายชัยวัฒน์

    นายบุญแทน และนายธนเสฏธ์ ในข้อหาร่วมกันเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตหรือและร่วมกันเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อย่างใด

    ในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 157 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2552 มาตรา 123/2 ,172 และเห็นควรสั่งฟ้องนายกฤษณพงษ์ ผู้ต้องหาที่ 44 ฐานเป็นผู้สนับสนุนผู้ต้องหาที่ 1 2 และ 3 ให้กระทำความผิดดังกล่าวข้างต้น

  3. สำหรับข้อกล่าวหาตามข้อกล่าวหาที่ 2 3 4 5 6 และ 7 คณะทำงานเห็นว่าทางคดีไม่มีประจักษ์พยานและพยานแวดล้อมใด ๆ เพียงพอที่จะเชื่อมโยงว่า ผู้ต้องหาทั้งสี่ได้ร่วมกันกระทำผิดในข้อหาทั้งหมดดังกล่าว จึงเห็นว่าทางคดีมีพยานหลักฐานไม่พอฟ้อง จึงเห็นควรสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งสี่ทุกข้อกล่าวหา
  4. สำหรับข้อหาร่วมกันฆ่านายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ ตามข้อกล่าวหาที่ 1 คณะทำงานตรวจสำนวนโดยละเอียดแล้วเห็นว่าในชั้นนี้พยานหลักฐานไม่พอฟ้อง จึงเห็นควรสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งสี่เช่นกัน

พยานยืนยันจำเลยทั้งสี่ปล่อยตัวนายบิลลี่แล้ว

โดยคณะทำงานเห็นว่า นายพอละจี ในชั้นแรกถูกกลุ่มผู้ต้องหาทั้งสี่ควบคุมตัวไปพร้อมน้ำผึ้ง และรถจักรยานยนต์ แต่ต่อมามีพยานบุคคลยืนยันว่าผู้ต้องหาทั้งสี่ได้ปล่อยตัวนายพอละจี หรือบิลลี่แล้ว โดยทางคดีได้ความอีกว่า ภรรยาและมารดาของนายพอละจีไปยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดเพชรบุรี

ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้ต้องหาทั้งสี่ปล่อยตัวพอละจี เพราะเป็นการควบคุมตัวโดยไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 90 เมื่อศาลจังหวัดเพชรบุรีพิจารณาพยานหลักฐานทุกฝ่ายแล้วได้มีคำสั่งยกคำร้อง เพราะมีพยานเบิกความต่อศาลว่านายพอละจีได้รับการปล่อยตัวแล้ว

ซึ่งภรรยาของนายพอละจีได้ยื่นอุทธรณ์และฎีกาคัดค้านคำสั่งของศาลจังหวัดเพชรบุรี แต่ทั้งชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาพิพากษายืน อันเป็นการชี้ขาดข้อเท็จจริงว่า ผู้ต้องหาทั้งสี่ได้ปล่อยตัวนายพอละจีไปแล้ว คดีเป็นที่สุด

และต่อมาพยานที่เคยเบิกความในคดีที่ศาลจังหวัดเพชรบุรีได้ให้การใหม่กับพนักงานสอบสวนของดีเอสไอตรงข้ามกับที่เคยเบิกความต่อศาล แต่พนักงานอัยการซึ่งเป็นคณะทำงานเห็นว่า คำเบิกความต่อศาลดังกล่าวเชื่อถือและมีน้ำหนักมากกว่า

การพิสูจน์กระดูกไม่เพียงพอยืนยันตัวบุคคล เป็นเพียงการตรวจเพื่อทราบถึงสื่อสัมพันธ์สายมารดาเท่านั้น

การตรวจพิสูจน์กระดูกซึ่งเป็นวัตถุพยานของกลางโดยวิธีไมโครควอเตรียม เป็นเพียงการตรวจเพื่อทราบถึงสื่อสัมพันธ์สายมารดาเท่านั้น โดยการตรวจวิธีนี้ไม่เพียงพอยืนยันตัวบุคคลที่ชี้ชัดได้ว่ากระดูกของกลางที่พบเป็นของบุคคลใด

สำนวนคดีไม่มีข้อเท็จจริงหรือประจักษ์พยานและพยานแวดล้อมใด ๆ เพียงพอที่จะเชื่อมโยงว่าผู้ต้องหาทั้งสี่เป็นผู้ร่วมกันฆ่านายพอละจี ที่ไหน เมื่อไหร่ และโดยวิธีใด ซึ่งข้อเท็จจริงดังกล่าวนั้นล้วนเป็นสาระสำคัญที่อัยการต้องกล่าวบรรยายไว้ในการฟ้อง รวมทั้งสำนวนการสอบสวนไม่มีพยานหลักฐานว่านายพอละจียังคงมีชีวิตอยู่หรือไม่

คณะทำงานจึงมีความเห็นว่า ในชั้นนี้สำนวนยังมีพยานหลักฐานไม่เพียงพอฟ้องผู้ต้องหา จึงเห็นควรสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทั้งสี่ และได้เสนอสำนวนพร้อมความเห็นของคณะทำงานไปยังนายฐาปนา ใจกลม อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษตามระเบียบของสำนักงานอัยการสูงสุด และเมื่ออธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษพิจารณาแล้วได้มีความเห็นและคำสั่งตามที่คณะทำงานเสนอ

ขณะนี้สำนักงานคดีพิเศษได้ส่งสำนวนพร้อมคำสั่งไปยังอธิบดีดีเอสไอ เพื่อพิจารณาตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป หากมีความคืบหน้าคดีเป็นประการใด งานโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดจะแถลงให้ทราบต่อไป

ภรรยา บิลลี่ จ่อลุยร้องต่อ เหตุการหายตัวไปของสามี ต้องมีเงื่อนงำแอบแฝง

อย่างไรก็ตามหลังฟังคำชี้แจงของอัยการ นางพิณนภา พฤกษพรรณ หรือ มึนอ ภรรยาของนายบิลลี่ กล่าวว่า เข้าใจว่าอัยการยึดเอาเอาตามหลักฐานของการพิพพากษาชั้นต้นและยอมรับว่าเข้าใจยาก ถ้ายืนตามหลักฐานนั้น

เมื่อผู้สื่อข่าว ถามว่ายังติดใจสงสัยอะไรหรือไม่ มึนอ กล่าวว่า ยังติดใจสงสัยเรื่องการตรวจดีเอ็นเอ เพราะคนไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงจะไม่นำเอากระดูกไปลอยน้ำ เป็นความเชื่อ แต่ในครั้งนี้เมื่อตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์แล้ว

เจอกระดูกแล้วพบว่ากระดูกตรงกับแม่ของบิลลี่ ความรู้สึกมันเป็นไปไม่ได้ ที่จะไม่ใช่บิลลี่ เพราะเราไม่เอากระดูกลอยน้ำ และคนไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงห้ามเอาไปลอย เป็นความเชื่อ จะเผาอย่างเดียว

ในความรู้สึกส่วนตัวเป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นคนอื่น และ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการจะมีการยื่นฟ้องด้วยตัวเองหรือไม่ มึนอ กล่าวว่า คิดๆอยู่ว่าถ้าไม่มีอะไรที่เป็นไปได้ ก็อาจจะฟ้องเอง และต้องไปคิดใหม่ หาพยานหลักฐานใหม่ “ คนหายไปมันเป็นไปไม่ได้ มันต้องมีเหตุผล ”

จากนั้น นางพิณนภา พฤกษพรรณ หรือมึนอ ได้ยื่นหนังสือที่เขียนด้วยลายมือตัวเอง นำมายื่นให้กับนายประยุทธ์ เพื่อขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด เพราะเชื่อมั่นในกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ และเชื่อในเหตุผลของการหายตัวไปของสามีว่าต้องมีเงื่อนงำอื่นแอบแฝง

สรุปผลรางวัล Grammy Awards ปี 2020 – Billie Eilish คว้ารางวัลใหญ่ 4 รางวัล

อัปเดตผลรางวัล Grammy Awards 2020 ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 62 โดยในปีนี้ถ่ายทอดสดประกาศผลในคืนวันที่ 26 ม.ค. 62 (ตรงกับเช้าวันที่ 27 ม.ค. 62 ในไทย) สถานที่จัดงานอยู่ที่ Staples Center, Los Angeles, ประเทศสหรัฐอเมริก บอกเลยว่า Billie Eilish มาแรงมาก กวาดตำแหน่ง WINNER คว้ารางวัลใหญ่ไปทั้งหมด 4 รางวัล นอกเหนือจากนี้จะมีใครได้รางวัลอะไรกันบ้าง ? ไปเช็คผลกันค่ะ

สรุปผลรางวัล Grammy Awards ปี 2020

RECORD OF THE YEAR

  • Bad Guy – Billie Eilish

ALBUM OF THE YEAR

  • When We All Fall Asleep, Where Do We Go? – Billie Eilish

ALBUM OF THE YEAR

  • When We All Fall Asleep, Where Do We Go? – Billie Eilish

SONG OF THE YEAR

  • Bad Guy – Billie Eilish O’Connell & Finneas O’Connell, songwriters (Billie Eilish)

BEST NEW ARTIST

  • Billie Eilish

BEST POP SOLO PERFORMANCE

  • Truth Hurts – Lizzo

BEST POP DUO/GROUP PERFORMANCE

  • Old Town Road – Lil Nas X Featuring Billy Ray Cyrus

BEST TRADITIONAL POP VOCAL ALBUM

  • Look Now – Elvis Costello & The Imposters

BEST POP VOCAL ALBUM

  • When We All Fall Asleep, Where Do We Go? – Billie Eilish

BEST DANCE RECORDING

  • Got To Keep On – The Chemical Brothers

BEST DANCE/ELECTRONIC ALBUM

No Geography – The Chemical Brothers

BEST CONTEMPORARY INSTRUMENTAL ALBUM

  • Mettavolution – Rodrigo y Gabriela

BEST ROCK PERFORMANCE

  • This Land – Gary Clark Jr.

BEST METAL PERFORMANCE

  • 7empest – Tool

BEST ROCK SONG

  • This Land – Gary Clark Jr., songwriter (Gary Clark Jr.)

BEST ROCK ALBUM

  • Social Cues – Cage The Elephant

BEST ALTERNATIVE MUSIC ALBUM

  • Father Of The Bride – Vampire Weekend

BEST R&B PERFORMANCE

  • Come Home – Anderson .Paak Featuring André 3000

BEST TRADITIONAL R&B PERFORMANCE

  • Jerome – Lizzo

BEST R&B SONG

  • Say So – PJ Morton, songwriter (PJ Morton Featuring JoJo)

BEST URBAN CONTEMPORARY ALBUM

  • Cuz I Love You (Deluxe) – Lizzo

BEST R&B ALBUM

  • Ventura – Anderson .Paak

BEST RAP PERFORMANCE

  • Racks In The Middle – Nipsey Hussle Featuring Roddy Ricch & Hit-Boy

BEST RAP/SUNG PERFORMANCE

  • Higher – DJ Khaled Featuring Nipsey Hussle & John Legend

BEST RAP SONG

  • A Lot – Jermaine Cole, Dacoury Natche, 21 Savage & Anthony White, songwriters (21 Savage Featuring J. Cole)

BEST RAP ALBUM

  • Igor – Tyler, The Creator

BEST COUNTRY SOLO PERFORMANCE

  • Ride Me Back Home – Willie Nelson

BEST COUNTRY DUO/GROUP PERFORMANCE

Speechless – Dan + Shay

BEST COUNTRY SONG

  • Bring My Flowers Now – Brandi Carlile, Phil Hanseroth, Tim Hanseroth & Tanya Tucker, songwriters (Tanya Tucker)

BEST COUNTRY ALBUM

  • While I’m Livin’ – Tanya Tucker

BEST NEW AGE ALBUM

  • Wings – Peter Kater

BEST JAZZ VOCAL ALBUM

  • 12 Little Spells – Esperanza Spalding

BEST LATIN JAZZ ALBUM

  • Antidote – Chick Corea & The Spanish Heart Band

BEST LATIN POP ALBUM

  • Eldisco – Alejandro Sanz

BEST LATIN ROCK, URBAN OR ALTERNATIVE ALBUM

  • El Mal Querer – ROSALÍA

BEST TROPICAL LATIN ALBUM

  • Opus – Marc Anthony

BEST AMERICAN ROOTS PERFORMANCE

  • Saint Honesty – Sara Bareilles

BEST FOLK ALBUM

  • Patty Griffin – Patty Griffin

BEST REGGAE ALBUM

  • Rapture – Koffee

BEST WORLD MUSIC ALBUM

  • Celia – Angelique Kidjo

BEST CHILDREN’S MUSIC ALBUM

  • Ageless Songs for the Child Archetype – Jon Samson

BEST COMEDY ALBUM

  • Sticks & Stones – Dave Chappelle

BEST MUSICAL THEATER ALBUM

  • Hadestown – Reeve Carney, André De Shields, Amber Gray, Eva Noblezada & Patrick Page, principal soloists; Mara Isaacs, David Lai, Anaïs Mitchell & Todd Sickafoose, producers (Anaïs Mitchell, composer & lyricist) (Original Broadway Cast)

BEST COMPILATION SOUNDTRACK FOR VISUAL MEDIA

  • A Star Is Born – Lady Gaga & Bradley Cooper

BEST SCORE SOUNDTRACK FOR VISUAL MEDIA

  • Chernobyl – Hildur Guðnadóttir, composer

BEST SONG WRITTEN FOR VISUAL MEDIA

  • I’ll Never Love Again (Film Version) – Natalie Hemby, Lady Gaga, Hillary Lindsey & Aaron Raitiere, songwriters (Lady Gaga & Bradley Cooper) Track From: A Star Is Born

PRODUCER OF THE YEAR, NON-CLASSICAL

  • Finneas

ดูผลรางวัลทั้งหมดได้ที >> www.grammy.com/grammys/awards/62nd-annual-grammy-awards-2019

ภาพจาก : GRAMMYawards

ริชชี่ อรเณศ – พัฒนาด้านการแสดงที่ได้รับการชื่นชม จากการรับบท ฝาแฝด มาย/เอย

ประเด็นน่าสนใจ

  • “ริชชี่–อรเณศ ดีคาบาเลส” นักแสดงสาวที่กำลังได้รับความสนใจจากการรับบท รับบท ฝาแฝดชายหญิงในละครเรื่อง “ซ่อนเงารัก” เพราะฝีมือการแสดงของเธอที่มีพัฒนาขึ้นมากจากที่ผ่านมา จึงทำให้ลบคำสบประมาทฉายาที่เคยได้รับว่าเป็น “นางเอกหินแกรนิต”

ลูกหลานเชื้อสายชาวเขาเผ่าลาหู่

อรเณศ ดีคาบาเลส หรือ ริชชี่” เกิดวันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2537 จบการศึกษาปริญญาตรีจากคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันกำลังศึกษาต่อระดับปริญญาโท คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

ริชชี่เป็นบุตรของ อัลเบิร์ตโต ดีคาบาเลส มีเชื้อสายไทย, ฟิลิปปินส์, สวิตเซอร์แลนด์, อังกฤษ สเปน นับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ ส่วนมารดาชื่อ ชฎาพร ไชยกอป็นชาวไทยเชื้อสายจีนและมีเชื้อสายลาหู่

คุณตาของริชชี่มีชื่อว่า นายจะฟะ ไชยกอ เคยปลูกฝิ่น ซึ่งในตอนนั้น (ประมาณ 50 ปีที่แล้ว) เป็นอาชีพที่ผิดกฏหมาย เนื่องจากในหลวงรัชกาลที่ 9 มีเมตตาต่อครอบครัวไชยกอ ทรงได้พระราชทานชาพันธุ์อัสสัมต้นแรกให้กับคุณตาของริชชี่ เพื่อนำไปปลูกแทนฝิ่น และคุณแม่ของริชชี่เองยังได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ ถวายงานอยู่เสมอ จึงทำให้นางเอกสาวริชชี่ภูมิใจในเชื้อสายชาวเขาเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้นามสกุล “ดี คาบาเลส” นั้นมีที่มา โดยตัวอักษร “ดี (D)” มาจากนามสกุลของคุณย่า คือ โทณะวณิก (Donavanik) ส่วน “คาบาเลส” เป็นนามสกุลของปู่ คุณพ่อของริชชี่จึงนำมารวมกันเป็น ดีคาบาเลส

จุดเริ่มต้นวงการบันเทิง แมวมองเจอที่สนามแบดมินตัน

เมื่อปี พ.ศ. 2554 ก่อนเข้าสู่วงการบันเทิง ริชชี่เคยประกวดมิสทีนไทยแลนด์ ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย แต่เลือกที่จะถอนตัวออกจากการประกวดเนื่องจากติดภารกิจการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ

ต่อมา เอ-ศุภชัย ศรีวิจิตร ได้ไปพบริชชี่กำลังซ้อมแบดมินตันที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงติดต่อให้มาแคสติ้งเรื่อง “คู่กรรม” ของค่ายเอ็ม เทอร์ตี้ไนน์ ซึ่งในตอนนั้นเธอเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ผลปรากฏว่าริชชี่แคสติ้งผ่านการคัดเลือกได้แสดงนำร่วมกับ ณเดชน์ คูกิมิยะ ในบท อังศุมาลิน

ผลงานเรื่องแรก ภ.คู่กรรม กับคำวิจารณ์ว่าเล่นแข็ง

หลังจากผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่อง คู่กรรม ที่ได้ประกบคู่กับ ณเดชน์ คุกิมิยะ เผยแพร่ออกไป คำวิจารณ์ที่ริชชี่ได้รับกลับมานั้นส่วนใหญ่มีความเห็นว่า การแสดงยังออกมาดูไม่เป็นธรรมชาติ เนื่องจากเธอเองก็ยังเป็นมือใหม่ และเป็นผลงานการแสดงเรื่องแรก

หลังจากนั้นริชชี่ยังมีผลงานแสดงออกมาอีก ได้แก่ สวยร้ายสายลับ, กุหลาบตัดเพชร, หน่วยลับสลับเลิฟ และกรงกรรม สำหรับเรื่องหน่วยร้ายสลับรัก ทำให้เธอได้ฉายา คู่จิ้นหินแกรนิต เนื่องจากประกบคู่กับ บอม ธนิน แฟน ๆ ละครมีความคิดเห็นว่าเขาทั้งสองมีฝีมือด้านการแสดงที่ยังดูไม่เป็นธรรมชาติทั้งคู่

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีคำวิจารณ์ออกมาอยู่ตลอด แต่ตัวริชชี่เองก็ไม่หยุดพัฒนาตัวเอง เริ่มเห็นว่าแสดงได้ดีขึ้นจากการ รับบท “เพียงเพ็ญ” ละคร กรงกรรม แต่ที่ปังมากก็คือผลงานล่าสุดในละครเรื่อง “ซ่อนเงารัก”

บทบาท มาย/เอย ฝาแฝด”ซ่อนเงารัก” ลบคำสบประสาท นางเอกหินแกรนิต

กระแสละครมาแรงต้นปีก็ต้องยกให้กับละครเรื่อง ซ่อนเงารัก ติดเทรนด์ฮิตบนทวิตเตอร์ทุกครั้งที่ออนแอร์ ในละครเรื่องนี้นอกจากเนื้อเรื่องสนุกชวนติดตามแล้ว อีกหนึ่งไฮไลท์ที่คนดูชื่นชมก็คือ ฝีมือการแสดงของตัวนางเอกก็คือ ริชชี่ ผู้รับบท ฝาแฝด มายและเอย (ขวัญเอย/ขวัญมา) ใครที่ติดตามจะเห็นว่าริชชี่มีพัฒนาการที่ดีขึ้นมาก ลบคำสบประมาทที่คนดูต่างเคยวิจารณ์ให้กลับมาชื่นชมในผลงานด้านการแสดงของเธอได้

แม้จะได้รับคำชื่นชมมากมายจนสาวริชชี่รู้สึกดีใจ แต่ผลงานเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสุดท้ายที่มีสัญญากับทางช่อง 3 เพราะหลังจากนี้เธอจะออกมาเป็นนักแสดงอิสระ กลับมาโฟกัสเรื่องกีฬาที่เธอชอบ, เรื่องเรียนปริญญาโท, เรื่องธุรกิจส่วนตัว และอยากรับราชการทหารด้วย อย่างไรก็ตามเธอยังบอกอีกว่าส่วนงานแสดงก็ยังคงรับอยู่ การตัดสินใจเป็นนักแสดงอิสระก็เพื่อที่จะได้จัดสรรเวลาได้ง่ายขึ้นเ้วย

นางเอกที่มีความสามารถด้านกีฬาแบดมินตัน

นอกจากผลงานด้านการแสดง ริชชี่ ยังมีความสามารถทางด้านการเล่นกีฬาแบดมินตันด้วย โดยเธอเริ่มสนใจจริงจังตั้งแต่อายุ 5 ขวบ และมีพ่อเป็นผู้คอยฝึกสอนให้ จากนั้นมาอายุได้ประมาณ 8-9 ปี จริงจังถึงขั้นได้ฝึกสอนกับ โค้ชเฉียว แชมป์โลกประเภทชายคู่ และยังเคยได้ เล่นแบดมินตันกับ รัชนก อินทนนท์ มาแล้วด้วยครั้งหนึ่ง

ริชชี่ฝึกฝนการเล่นกีฬาแบดมินตันมาเรื่อย ๆ โดยมีนักกีฬาต้นแบบคือ ซู หลิน เธอได้ลงแข่งขันกวาดรางวัลมาหลายรายการ อาทิ

  • กีฬาเยาวชนภาค รางวัลชนะเลิศหญิงเดี่ยวภาคเหนือ รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี
  • จับคู่กับสาวิตรี อมิตรพ่าย ซึ่งเป็นนักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทย เข้าแข่งขันรายการซียูโอเพน 2013 ที่จัดขึ้น ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ชนะเลิศคว้าเหรียญทอง Astec Chiangmai Badminton Sawasdee Cup 2017 รายการแข่งขันแบดมินตันนานาชาติ จังหวัดเชียงใหม่ ประเภทหญิงคู่ รุ่นอายุ 20-24 ปี
  • รายการ Astec Chiangmai Badminton Sawasdee Cup 2019 เหรียญทองประเภทหญิงเดี่ยวรุุ่นอายุ 25-29 ปี และเหรียญเงินประเภทหญิงคู่รุ่นอายุ 25-29 ปี
  • ปี 2563 ลงแข่งขันแบดมินตันในงานกีฬามหาวิทยาลัยแห่งชาติครั้งที่ 47 รวมกับทีมกีฬามหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งผลการแข่งขันประเภททีมหญิงสามารถคว้าเหรียญทองมาได้

ชื่อของ ริชชี่ จากผลงานที่ผ่านมาจนถึงผลงานล่าสุด ซ่อนเงารัก เป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้แฟน ๆ ละครได้เห็นแล้วว่า เธอสามารถเป็นหนึ่งในนักแสดงที่เข้าไปอยู่ในใจแฟน ๆ ได้แล้วตอนนี้ จากความพยายามที่ไม่หยุดพัฒนา และทำออกมาได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ อย่างก้าวกระโดด ในอนาคตต่อไปจะได้เห็นผลงานอะไรของเธออีก แฟน ๆ หลายคนคงรอติดตาม

ขอบคุณภาพจาก : อินสตาแกรม richyoranate