สรุป! คำถาม & ตอบ ข้อสงสัย เชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่

จากกระแสข่าวไวรัสโคโรน่า ได้รับความสนใจจากประชาชนไทยมากขึ้นก็เริ่มเกิดข้อสงสัย?มากมายว่าเชื้อ “ไวรัสโคโรน่า” หรือ “ไวรัสอู่ฮั่น” อาการเป็นยังไง? กระจายเชื้อการติดต่อยังไง? แล้วประเด็นหลักๆ คือการป้องกันจากโรคนี้ยังไง? วันนี้แอดมิน MThai.com พร้อมช่วยเหลือและตอบคำถาม ไขข้อสงสัยให้กับประชาชนไทยทุกคน ดังนี้

ถามตอบ (Q&A) ไวรัสโคโรน่า

25 มกราคม 2563

Q: ปัองกันตัวยังไง?

A: ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ เลี่ยงพื้นที่คนเยอะๆ กินอาหารปรุงสุก

Q: มีวัคซีนไหม?

A: ณ เวลานี้ยังไม่มีครับ องค์การอนามัยโลกคาดว่า 3 เดือนถึงจะได้

Q: เป็นแล้วหายไหม?

A: เท่าที่ทราบตอนนี้ หายนะครับ รักษาตามอาการ

Q: ทำไมคนตายเยอะ?

A: เบื้องต้นส่วนใหญ่ที่เสียชีวิต คือ มีโรคประจำตัว อายุเยอะ (คนหนุ่มพอมีบ้าง)

Q: ระบาดได้ไงมั่ง?

A: ณ เวลานี้ ทราบว่าระบาดจากคนสู่คน ผ่านสารคัดหลั่ง น้ำมูก ไอจามใส่กัน คล้ายไวรัสหวัดดั้งเดิม

Q: สธ.ไทย/รบ.ไทย มีมาตรการอะไรบ้าง?

A: จริงๆ มีตั้งตรวจอุณหภูมิกันอยู่นะครับ เข้าเวร 24hr

Q: จีนปิดบังข้อมูลไหม?

A: เท่าที่แอดมีตอนนี้ อ้างอิงตามตัวเลขทางการครับ ดังนั้นอันนี้ไม่ยืนยัน

Q: เห็นว่าคนติดเชื้อเป็นหมื่นจริงไหม

A: แอดไม่ยืนยันครับ หากประเมินผู้ต้องสงสัยก็จะมีเยอะอยู่ครับ แต่หลายเคส ผลแล๊ปยืนยัน แค่หวัดธรรมดาเยอะอยู่ครับ

Q: ไทยระบาดแบบจีนรึยัง?

A: ยังครับ ที่พบในไทยเป็น นทท. จีนเกือบหมด มีคนไทยรายเดียวที่เพิ่งกลับจากอู่ฮั่นครับ

Q: สถานการณ์ในไทยล่ะ?

A: ตั้งแต่เมื่อ 3 ม.ค. กรมควบคุมโรคคัดกรองนักท่องเที่ยวจากอู่ฮั่นจำนวน 137 flight, นทท. 2 หมื่นกว่าราย พบมีอาการเข้าข่าย 60 ราย ซึ่งทั้งหมด พบผู้ป่วยที่ติดเชื้อ จริงๆ 5 ราย
(ข้อมูลสรุปถึง 24/01/2563-18.00)

Q: สรุปมันชื่อไวรัสอู่ฮั่นหรือโคโรน่ากันแน่?

A: ที่แรก ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร จึงเรียกว่า #ไวรัสอู่ฮั่น ก่อนครับ ตอนหลังรู้สายพันธุ์แล้ว จึงเรียกว่า #ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (nCoV 2019)

Q: เห็นว่าโรคมีระบาดตั้งแต่ต้นเดือน ธ.ค.แล้ว ทำไมจีนเพิ่งตื่น?

A: จริง ๆ ในระยะแรก หมอจีนคิดว่า มันเป็นอาการหวัดปรกติ จึงเพิ่งมารู้ตอนหลังว่า มันเป็นเชื้อใหม่ครับ จึงเร่งดำเนินมาตรการต่างๆ ตามหลัง (เหมือนตอนแรกคือ ไม่มีใครรู้จักเลย ประมาณนั้น)

Q: ติดต่อผ่านสัตว์ไหม?

A: เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นเช่นนั้นครับ คือ สัตว์สู่คน, คนสู่คน ติดต่อกันได้

Q: จำนวนจริงเท่าไหร่กันแน่?

A: แอดไม่ทราบจริง ๆ ครับ แต่ตัวเลขที่รายงานอิงจากแหล่งข่าว-ข้อมูลที่มีการยืนยันผลแล็บ / หน่วยงานรัฐของประเทศนั้นๆ เป็นหลักครับ

Q: สหรัฐฯ จะเอาคนออกมานี่ไม่ระบาดเหรอ?

A: มีวางแผนควบคุมโรคอยู่ครับ นี่ระดับโปรฯ มีหมอบนเครื่องเลย

26 มกราคม 2563

Q: ไวรัสอู่ฮั่น เป็นแล้วหายจริงไหม?

A: จริงครับ ตอนนี้ตัวเลขที่แอดมีคือ ราว 50 ราย ในไทย 1, ญี่ปุ่น 1 ที่เหลือจีน

Q: ในไทย 7 แล้วไม่ใช่เหรอ?

A: แอดขอรอผลแล็บชัดเจนก่อนครับ ทั้งหัวหิน

Q: ติดเชื้อแล้วเป็นแสนจริงป่ะ?

A: ไม่ทราบจริงๆ แต่ไทย มีเข้าข่าย 60 กว่าคน ตรวจจริง ครึ่งนึงเป็นไข้หวัดใหญ่ เป็นจริง 5 UK เข้าข่าย 2พัน ตรวจแล้ว 30 กว่า ยังไม่เจอ SG เข้าข่าย 64 เจอจริง 4 ดังนั้นเอาตัวเลขแล็บเนาะ

Q: จีนปิดข่าวใช่ป่ะ?

A: หลักๆ แอดก็รับข่าวจากในจีน ก็มีมาเรื่อย ปิดข่าวไหมไม่แน่ใจ แต่ปิดเมืองนี่ชัวร์ครับ

Q: ในไทยระบาดหรือยัง?

A: ยังครับ ในไทยทั้งหมดเป็นผู้ป่วยที่มาจากอู่ฮั่นโดยตรงครับ เช่นเดียวกับในแถบบ้านเราทั้งหมด

Q: มีวัคซีนหรือยัง?

A: ยังครับ เพิ่งเริ่มพัฒนาจริงจัง

Q: ไม่มียารักษา เป็นแล้วไม่รอดใช่ป่ะ?

A: เชื้อไวรัสตัวอื่นๆ ในปัจจุบันก็รักษาตามอาการเช่นกัน

Q: รักษาหายได้ก็ไม่น่ากลัวสิ?

A: ไม่ใช่ครับ ก็ยังน่ากลัวอยู่ดี เพราะมันยังใหม่ เรายังไม่รู้ว่า มันจะรุนแรงเพิ่มขึ้นไหม? กลายพันธุ์รึเปล่า ดังนั้นจึงจำเป็นต้องควบคุม กันอยู่

Q: แลดูไม่น่ากลัว ทำไมตายเยอะ?

A: ส่วนหนึ่งมีข้อมูลระบุว่า เป็นผู้สูงอายุ/ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงครับ ในส่วนนี้พยายามรวมข้อมูลอยู่ (แต่เป็นเรื่องข้อมูลคนไข้หายาก)

Q: รู้ได้ไงว่า เป็นแล้วหาย ไม่ได้มั่ว?

A: มีการตรวจหาเชื้อก่อนที่จะให้กลับบ้านครับ ถ้ายังเจอเชื้อ ก็นอนต่อ, ถ้าไม่พบเชื้อแล้วก็กลับบ้านครับ

Q: เป็นแล้วอาการเป็นไง ?

A: หลักๆ คล้ายๆ หวัด มีไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล เหนื่อยหอบ

Q: ในไทยระบาดแล้วยัง?

A: ตอนนี้ในหลายประเทศรวมถึงไทยด้วย ยังไม่ใช่การระบาด เป็นการที่ผู้ป่วยติดมาจากแหล่งระบาดโดยตรงครับ

Q: หน้ากากทั่วไปกันได้ไหม?

A: หน้ากากอนามัยทั่วไปสามารถใช้ได้ครับ แต่ถ้าใส่ N95 ได้ก็สบายใจได้เลยครับ ปลอดภัยทั้ง ไวรัสโคโรนา ทั้ง PM 2.5 เลยครับ

จีนขยายวันหยุดตรุษจีน เข็นสารพัดมาตรการ คุมวิกฤตไวรัสโคโรนา

จีนประกาศแผนการขยายวันหยุดยาวเนื่องในเทศกาลตรุษจีนจนถึง “ช่วงเวลาที่เหมาะสม” เพื่อการควบคุมวิกฤตไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยวันหยุดตามกำหนดเดิมคือวันที่ 24-30 ม.ค. และล่าสุดวันจันทร์ (27 ม.ค.) จีนประกาศขยายวันหยุดยาวจนถึงวันที่ 2 ก.พ. นี้

แผนการดังกล่าวมาจากการประชุมของคณะทำงานพิเศษประจำคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) เพื่อกำกับดูแลการปฏิบัติงานป้องกันและควบคุมเชื้อไวรัสฯ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (26 ม.ค.)

หลี่เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรี สมาชิกคณะกรรมการกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคฯ และหัวหน้าคณะทำงานพิเศษ เป็นประธานการประชุม และมีหวังฮู่หนิง สมาชิกคณะกรรมการฯ และรองหัวหน้าคณะทำงานพิเศษเข้าร่วมด้วย

ที่ประชุมเน้นย้ำว่า “จีนอยู่ในช่วงสำคัญของการป้องกันและการควบคุมเชื้อไวรัสฯ” พร้อมกระตุ้นคณะกรรมการพรรคฯ และรัฐบาลทุกระดับดำเนินมาตรการยับยั้งการระบาดที่เด็ดขาด ทรงพลัง เป็นระเบียบ ถูกหลักวิทยาศาสตร์ และวางแผนอย่างดี

นอกจากนั้นที่ประชุมยังสำทับถึงการให้ความสำคัญและการส่งเสริมภารกิจการป้องกันเชื้อไวรัสฯ ในนครอู่ฮั่นและมณฑลหูเป่ย ซึ่งเป็นศูนย์กลางการระบาดทางตอนกลางของประเทศ โดยมีการแจกแจงรายละเอียด ดังนี้

  • จัดส่งคณะทำงานพิเศษไปยังหูเป่ย เพื่อชี้แนะแนวทางการปฏิบัติงานในพื้นที่
  • ประสานแหล่งทรัพยากรทั่วประเทศ เพื่อจัดลำดับความสำคัญของบุคลากรทางการแพทย์และสินค้าทางการแพทย์ อาทิ ชุดป้องกันและหน้ากากอนามัย ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมากในอู่ฮั่นและหูเป่ย รวมถึงสิ่งของจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของสาธารณชน
  • เปิด “ช่องทางสีเขียว” เพื่อรับประกันความราบรื่นในการขนส่งสิ่งของจำเป็น
  • เร่งรัดการก่อสร้างโรงพยาบาลพิเศษเพื่อการรักษาผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสฯ และการปรับเปลี่ยนโรงแรมบางแห่งเป็นเขตกักกันผู้ป่วย
  • รับประกันการวินิจฉัยและการรักษาผู้ป่วยมีไข้อย่างทันท่วงที
  • เพิ่มการสับเปลี่ยนและการปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อบรรเทาแรงกดดันทั้งทางร่างกายและทางจิตใจ
  • คุมเข้มการไหลเวียนของประชาชนระหว่างเขตชนบท เขตเมือง และภูมิภาค

ส่วนภารกิจการป้องกันเชื้อไวรัสฯ ในท้องถิ่นอื่นๆ นอกเหนือจากหูเป่ย ที่ประชุมได้แจกแจงรายละเอียด ดังนี้

  • ต้องจัดตั้งคณะทำงานพิเศษ และเจ้าหน้าที่คณะฯ ต้องอยู่แนวหน้าของการปฏิบัติงาน
  • เสริมสร้างการตรวจสอบ การกักกันตัวผู้ป่วยที่ถูกยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสฯ ดำเนินมาตรการคัดแยกและตรวจสอบผู้ป่วยสงสัยและผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อไวรัสฯ
  • เร่งรัดการกำหนดโรงพยาบาล เตียงผู้ป่วย และเขตกักกัน เพื่อการป้องกันและการควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสฯ ในเมืองต่างๆ ที่มีรายงานผู้ติดเชื้อไวรัสฯ จำนวนมาก
  • เลื่อนและลดการประชุมและการรวมตัวขนาดใหญ่
  • ส่งเสริมงานป้องกันเชื้อไวรัสฯ ในเขตชนบท
  • ตระเตรียมงานป้องกันเชื้อไวรัสฯ หลังสิ้นสุดวันหยุดเนื่องในเทศกาลตรุษจีน
  • ดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อลดการไหลเวียนของประชากร อาทิ การขยายวันหยุดเนื่องในเทศกาลตรุษจีน การปรับเวลาเริ่มต้นภาคการศึกษา การสนับสนุนให้ประชาชนทำงานจากที่บ้านผ่านระบบออนไลน์
  • ปราบปรามการกักตุนสิ่งของอันจำเป็นต่องานป้องกันเชื้อไวรัสฯ

ที่ประชุมยังเน้นย้ำการส่งเสริมการรักษาผู้ป่วยเพื่อลดอัตราการเสียชีวิตให้อยู่ในระดับต่ำที่สุด การฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์เพิ่มขึ้น และการทุ่มเททรัพยากรเพื่อสร้างความก้าวหน้าด้านการวิจัยและการพัฒนาวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสฯ

ขณะเดียวกันที่ประชุมยังเรียกร้องมาตรการลงโทษประชาชนที่เจตนาปิดบังข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่องานป้องกันเชื้อไวรัสฯ อย่างจริงจังด้วย

ตร. เผยเหตุชาวต่างชาติ เสียชีวิตคาห้องขังในสนามบินสุวรรณภูมิ

ประเด็นน่าสนใจ

  • พบศพ นทท.ชาวฮังการีเสียชีวิตในห้องขังสนามบินสุวรรณภูมิระหว่างรอส่งตัวกลับประเทศ
  • จากการตรวจสอบคาดสาเหตุมาจากโรคประจำตัวอย่างเบาหวาน
  • เร่งประสานสถานทูตฮังการีในไทย เข้าตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุการตายโดยละเอียดอีกครั้ง

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีผู้ต้องขัง เสียชีวิตระหว่างการควบคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจในสนามบินสุวรรณภูมิ ว่า ชายคนดังกล่าว ชื่อ Mr.BALOGH LASZLO อายุ 60 ปี เป็นชาวฮังการี ถูกจับกุม เมื่อ 25 ม.ค.63 ในฐานความผิด “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”

แต่ระหว่างถูกคุมขังอยู่ในห้องขังภายในสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเตรียมผลักดันส่งกลับประเทศต้นทางนั้น ชายชาวต่างชาติคนดังกล่าวได้เสียชีวิตลง ทางเจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบก่อนจะพบว่า ผู้ตายป่วย และมีโรคประจำตัว(เบาหวาน) ผลการชันสูตรเบื้องต้น แพทย์ลงความเห็นว่า ไม่พบบาดแผลภายนอก หรือรอยฟกช้ำ สันนิษฐานว่า เสียชีวิตเนื่องจากมีโรคประจำตัว หรือโรคชรา

สำหรับคดีนี้ พนักงานสอบสวนจะทำสำนวนชันสูตรพลิกศพผู้ต้องหา กรณีที่ตายในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงาน ซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่ ซึ่งการชันสูตรพลิกศพการเสียชีวิตในระหว่างควบคุมของเจ้าหน้าที่นั้น พนักงานสอบสวนได้ร่วมกับ พนักงานอัยการ

พนักงานฝ่ายปกครอง ในท้องที่ที่พบศพ เป็นผู้ร่วมชันสูตรพลิกศพ ตามระเบียบและกฎหมายที่กำหนดแล้ว ส่วนระยะเวลาในการทำสำนวนชันสูตรพลิกศพนั้น พนักงานอัยการร่วมกับพนักงานสอบสวน ทำสำนวนชันสูตรพลิกศพให้เสร็จภายใน 90 วัน

อย่างไรก็ตามเพื่อให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรมแก่ญาติของผู้เสียชีวิต และสามารถตอบข้อสงสัยของสังคมได้ พ.ต.อ.ณัฐพล โกมินทรชาติ ผกก.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ในกรณีดังกล่าว หากพบข้อบกพร่อง หรือความประมาทเลินเล่อของผู้ใด จะดำเนินการทั้งทางวินัย และทางอาญาอย่างเด็ดขาด