แม่น้ำเหลือง ‘เดือด’ ในช่วงฤดูหนาว

ประเด็นน่าสนใจ

  • แม่น้ำเหลืองที่ตั้งอยู่ใกล้กับโครงการควบคุมน้ำของจีนกลายเป็น “แม่น้ำเดือด”เพราะถูกปกคลุมด้วยหมอก
  • หมอกที่ลอยอยู่เหนือน้ำเกิดขึ้นจากไอน้ำที่ระเหยจากแม่น้ำเหลืองควบแน่นกลายเป็นหยดน้ำขนาดเล็กเมื่อพบกับอากาศเย็น

เมื่อช่วง 2 วันที่ผ่านมา แม่น้ำเหลืองช่วงที่ใกล้กับโครงการควบคุมน้ำของจีนได้กลายเป็น “แม่น้ำเดือด” เนื่องจากผิวน้ำถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกราวกับว่าแม่น้ำกำลังเดือดจัด

โดยปรากฏการณ์นี้มักจะเกิดขึ้นระหว่างเวลา 07.00 น. จนถึง 09.30 น. จากนั้นหมอกจะจางหายไปเมื่ออากาศร้อนขึ้น

หยวนกัง นักท่องเที่ยวรายหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่า “วันนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้มาดูแม่น้ำเหลือง น้ำแข็งที่ลอยอยู่ในแม่น้ำช่างสวยงามชวนประทับใจ”

ทั้งนี้ โครงการควบคุมน้ำซานเซิ่งกง ซึ่งเป็นโครงการควบคุมน้ำระดับชาติของจีน ตั้งอยู่ใกล้กับต้นน้ำของแม่น้ำเหลืองสาขาหลักในเขตปกครองตนเองมองโกเลียในของจีน

ที่มา สำนักข่าวซินหัว

เตือนระวังเจอคุก!! หากเจ้าของปล่อยหมา ไปกัดคนอื่น

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรณีที่คุณยาย วัย 87 ปี ถูกสุนัข 8 ตัวรุมกัด จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ในพื้นที่ สภ.เมืองขอนแก่น
  • รอง โฆษก ตร. เผยหากเจ้าของปล่อยให้หมาออกไปกัดคน เป็นอันตรายต่อชีวิต และทรัพย์ โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • และอาจต้องชดใช้ในความเสียหายที่เกิดจากการกระทำของสุนัข

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่คุณยาย วัย 87 ปี ถูกสุนัข 8 ตัวรุมกัด จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ในพื้นที่ สภ.เมืองขอนแก่น จึงมาแจ้งความร้องทุกข์เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาและประสงค์ให้ผู้ต้องหารับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น

พ.ต.อ.กฤษณะ รอง โฆษก ตร. ได้ขอความร่วมมือไปยังผู้เลี้ยงสุนัขทุกท่าน พึงตระหนักถึงความสำคัญของการเลี้ยงสุนัข ในการดูแลเอาใจใส่ ไม่ไปก่อความเสียหายกับบุคคลอื่น แม้จะเป็นสัตว์เลี้ยงแต่ก็เป็นสัตว์ที่มีความดุร้าย สามารถกัดผู้อื่นให้ได้รับอันตรายได้ หากปล่อยปละละเลยแล้วไปกัดผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือถึงแก่ความตาย

แม้เจ้าของจะไม่อาจคาดเดาได้หรือไม่ อาจคาดหมายว่าสุนัขที่เชื่องเมื่ออยู่กับเจ้าของจะไปกัดผู้อื่น ย่อมถือว่าเจ้าของได้กระทำโดยประมาท ต้องรับผิดชอบทางอาญาและถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย จึงขอฝากไปยังผู้เลี้ยงสุนัข ไม่ใช่เพียงแค่รับดูแลสุนัขแค่นั้น แต่ยังต้องรับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่นรอบข้างอีกด้วย

สำหรับกรณีดังกล่าว เข้าข่ายความผิดฐาน ผู้ใดควบคุมสัตว์ดุร้าย ปล่อยปะละเลยให้สัตว์นั้นอยู่ลำพัง ในประการที่อาจทำอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์ โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม ป.อาญา ม.377 และอาจต้องชดใช้ในความเสียหายที่เกิดจากการกระทำของสุนัข ไม่ว่าจะเป็นค่าสินไหมทดแทน ค่ารักษาพยาบาล รวมทั้งค่าเสียหายที่ต้องขาดประโยชน์จากการทำงาน หรือ ขาดรายได้ ตาม ป.แพ่งและพาณิชย์ ม.443

ชลประทาน วอนทุกคนช่วยกันประหยัดน้ำ

ประเด็นน่าสนใจ

  • มีพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำนอกเขตการให้บริการของการประปาส่วนภูมิภาคอยู่ 43 จังหวัด
  • ประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้ง ในเขต 13 จังหวัด
  • ชลประทานขอความร่วมมือทุกภาคส่วนใช้น้ำตามแผน อย่างประหยัดและคุ้มค่ามากที่สุด

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดการแถลงนโยบายแนวทางการขับเคลื่อนภาคเกษตรไทย ปี 2563

โดยมี ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมการแถลงข่าวพร้อมกัน ณ ห้องประชุม 134 – 135 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึง สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง ทั่วประเทศว่า ปัจจุบัน (2 ม.ค. 63) มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกัน 46,906 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 62 ของความจุเก็บกักรวมกัน

โดยมีปริมาณน้ำใช้การได้ 23,070 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 44 ของปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน เปรียบเทียบกับปี 2558 มีน้ำใช้การเพียง 16,410 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 35 ของปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน

เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 10,987 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 44 ของความจุอ่างฯรวมกัน มีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน 4,291 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 24 ของปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน

เปรียบเทียบกับปี 2558 มีน้ำใช้การเพียง 3,930 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 22 ของปริมาณน้ำใช้การได้รวมกัน

ผลการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2562/2563

สำหรับผลการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2562/2563 กรมชลประทาน ได้มีการจัดสรรน้ำจากอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 17,620 ล้าน ลบ.ม.(น้อยกว่าปีที่แล้วประมาณ 7,000 ล้าน ลบ.ม.)

เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก มีปริมาณน้ำจัดสรรรวมทั้งสิ้น 4,000 ล้าน ลบ.ม.(น้อยกว่าปีที่แล้ว 3,700 ล้าน ลบ.ม.) ผลการจัดสรรน้ำฯทั้งประเทศ (ณ 2 ม.ค. 63) มีการใช้น้ำตามแผนฯ ไปแล้วประมาณ 5,558 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 31 ของแผนจัดสรรน้ำฯ

***เฉพาะในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีการใช้น้ำตามแผนฯไปแล้วประมาณ 1,707 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 43 ของแผนจัดสรรน้ำฯ

แผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งปี 2562/63

ส่วนแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งปี 2562/63 ได้วางแผนเพาะปลูกพืชทั้งประเทศ รวมทั้งสิ้น 2.83 ล้านไร่ แบ่งเป็น ข้าวนาปรัง 2.31 ล้านไร่ พืชไร่-พืชผัก 0.52 ล้านไร่ ปัจจุบัน(ข้อมูล ณ วันที่ 25 ธ.ค. 62) ได้ทำการเพาะปลูกทั้งประเทศรวม 2.33 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 82 ของแผนฯ

แยกเป็นข้าวนาปรัง 2.21 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 95 ของแผนฯและพืชไร่-พืชผัก 0.12 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 23 ของแผนฯ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยาไม่มีแผนการเพาะปลูกพืช

เนื่องจากปริมาณน้ำต้นทุนมีไม่เพียงพอต่อการสนับสนุนด้านการเกษตร แต่จากการสำรวจพบว่าบางพื้นที่ได้ทำการเพาะปลูกพืชนอกแผนฯ รวมเป็นพื้นที่ประมาณ 1.54 ล้านไร่ ส่วนใหญ่ใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่ของตนเองในการเพาะปลูก

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำนอกเขตการให้บริการของการประปาส่วนภูมิภาคอยู่ 43 จังหวัด ประกอบกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ป.ภ.) ได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้ง ในเขต 13 จังหวัด

ได้แก่ เชียงราย น่าน เพชรบูรณ์ นครพนม มหาสารคาม บึงกาฬ หนองคาย บุรีรัมย์ กาฬสินธุ์ นครราชสีมากาญจนบุรี ฉะเชิงเทรา และอุทัยธานี

กรมชลประทาน เตรียมความพร้อมเครื่องสูบน้ำ รถยนต์บรรทุกน้ำ และเครื่องจักกลอื่นๆ ตามสำนักงานชลประทานและพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งทั่วประเทศ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนให้มีน้ำ สำหรับอุปโภคบริโภคในช่วงฤดูแล้งอย่างเพียงพอ

ทั้งนี้ กรมชลประทาน ต้องดำเนินการบริหารจัดการน้ำตามแผนที่วางไว้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความเสถียรภาพและความมั่นคงด้านน้ำ ขอความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนใช้น้ำตามแผน อย่างประหยัดและคุ้มค่ามากที่สุด