เทพไท แนะทางแก้ ส.ส. เสียบบัตรแทนกัน

ประเด็นน่าสนใจ

  • นายเทพไทมอง ส.ส. เสียบบัตรแทนกัน ปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาส่วนบุคคล
  • แนะติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิดเพื่อป้องกันการใช้สิทธิ์กดบัตรแทนกัน

ที่ สัปปายะสภาสถาน รัฐสภาแห่งใหม่ ถนนเกียกกาย ณ จุดแถลงข่าว นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าว ถึงกรณีการเสียบบัตรแทนกันของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการลงมติว่า เรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้น น่าจะมาจากเหตุผล 2 ประการคือโดย นายเทพไท กล่าวว่า

1. จำนวนช่องเสียบบัตรไม่เพียงพอกับจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงจำเป็นต้องใช้ช่องเสียบบัตรซ้ำซ้อน หรือใช้ช่องร่วมกัน ซึ่งไม่ใช่ปัญหาสำคัญ เพราะส่วนใหญ่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถ้าอยู่ในห้องประชุมก็จะเสียบบัตรด้วยตนเองทั้งสิ้น ไม่มีการฝากกดอย่างที่กล่าวอ้างกัน เว้นแต่ผู้ที่ไม่อยู่ในห้องประชุมเท่านั้น ก็จะฝากบัตรให้มีการลงคะแนนแทน

ซึ่งการลงคะแนนทุกครั้งจะมีวิปของแต่ละพรรค ที่เดินชูนิ้วเป็นสัญลักษณ์ ในการลงคะแนน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการลงคะแนนในแต่ละครั้ง และส่วนใหญ่ผู้มีหน้าทีเป็นวิปจะลงมติของตัวเองเสียก่อน ก่อนที่จะเดินไปกำกับการลงคะแนนของเพื่อนสมาชิกคนอื่นๆ

2.เกิดจากการที่รัฐบาลมีเสียงสนับสนุนปริ่มน้ำ สุ่มเสี่ยงที่จะแพ้มติ หรืออาจจะเกิดเหตุสภาล่ม สมาชิกไม่ครบองค์ประชุม ถ้าหากพรรคฝ่ายค้านไม่ให้ความร่วมมือเข้าร่วมประชุม หรืองดการแสดงตน ซึ่งเป็นเกมการเมืองทดสอบความพร้อมของสมาชิกฝ่ายรัฐบาล

ทำให้วิปรัฐบาล ต้องกำชับให้มีการลงคะแนนโดยพร้อมเพรียงกัน และมีการคาดโทษกับผู้ขาดประชุม เมื่อเป็นเช่นนี้ทำให้ ส.ส.บางคนที่ติดภารกิจไม่สามารถมาร่วมประชุมได้ จึงมีการฝากบัตรกับเพื่อนสมาชิกด้วยกัน เพื่อใช้าิทธิ์กดบัตรแทน

เพราะฉะนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ จะแก้ไขปัญหาได้คือ

1.เมื่อมีการเปิดใช้ห้องประชุมสุริยันอย่างเป็นทางการแล้ว เพราะมีช่องลงคะแนนเพียงพอกับจำนวนสมาชิก จึงสามารถที่จะกำหนดที่นั่งของสมาชิกได้ หนึ่งช่องต่อหนึ่งคน และติดตั้งโทรทัศน์วงจรปิด เพื่อป้องกันการใช้สิทธิ์กดบัตรแทนกันด้วย

2.ส่วนกรณีรัฐบาลมีเสียงสนับสนุนปริ่มน้ำ เป็นปัญหาทางการเมืองที่แก้ไขได้ยาก เพราะรัฐบาลนี้มีพรรคการเมืองเข้าร่วมรัฐบาลจำนวนเท่าเดิม เสียงสนับสนุนจาก ส.ส.ก็มีเท่าเดิม อาจจะมีเพิ่มก็เฉพาะกรณีมีงูเห่าลงคะแนนสนับสนุนเป็นครั้งคราวเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม นายเทพไท กล่าวอีกว่า แต่ปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาส่วนบุคคล ขึ้นอยู่ที่ความรับผิดชอบ และจิตสำนึกของแต่ละบุคคลมากกว่า ถ้า ส.ส.ทุกคนเคร่งครัดต่อระเบียบวินัย และภาระหน้าที่ ซื่อสัตย์ต่อตนเองแล้ว ปัญหาต่าง ๆ จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

เกาะติดสถานการณ์ “ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่”

ล่าสุด 24 ม.ค. 63 @ 11.00

  • ทางการจีนเตรียมตั้งโรงพยาบาลสนามขนาด 1000 เตียง รองรับผู้ป่วย
  • ยืนยันตัวเลขผู้ติดเชื้อทั้งหมด 846 รายทั่วโลก เสียชีวิต 25 ราย

สถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือที่หลายคนเรียกว่า ไวรัสอู่ฮั่น ก่อนหน้านี้ ล่าสุดตัวเลขผู้ติดเชื้อยังไม่ลดลง พุ่งสูงขึ้นกว่า 846 คนในหลาย ประเทศ โดยผู้ติดเชื้อจำนวน 830 คนอยู่ในประเทศจีน อีก 16 คนกระจายกันไปในหลายประเทศ ประกอบด้วย

  • ไทย 4 ราย
  • ฮ่องกง 2 ราย
  • มาเก๊า 1 ราย
  • ไต้หวัน 1 ราย
  • เกาหลีใต้ 1 ราย
  • ญี่ปุ่น 1 ราย
  • สหรัฐฯ 1 ราย

ทางการจีนได้ระดมเจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการตามมาตรการฉุกเฉิน เพื่อป้องกันการระบาดและมีการเสริมเตียงในโรงพยาบาลอีกเป็นจำนวนมากเพื่อรองรับปัญหาที่จะเกิดขึ้น

ไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่

สำหรับการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือที่รู้จักกันครั้งแรกคือ “ไวรัสอู่ฮั่น” ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ ถือว่า สร้างความวิตกกังวลให้กับนานาชาติเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการเกิดขึ้นและแพร่กระจายอย่างรวดเร็วไปยังเมือง-ประเทศต่างๆ

23 ธันวาคม 2562

พบผู้ป่วยรายแรก ซึ่งป่วยด้วยอาการปวดศีรษะตามปรกติ แพทย์ได้ทำการรักษา แต่อาการไม่ดีขึ้น

30 ธันวาคม 2562

รัฐบาลจีนได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลโดยระบุว่า มีผู้ป่วยโรคปอดอักเสบโดยไม่ทราบสาเหตุ [ผู้ติดเชื้อ 20 ราย เสียชีวิต 0 ราย]

31 ธันวาคม 2562

จีนรายงานต่อองค์การอนามัยโลก ถึงอาการโรคปอดอักเสบไม่ทราบสาเหตุ จึงใช้ชื่อเรียกว่า “ไวรัสอู่ฮั่น” แทนไปก่อน [ผู้ติดเชื้อ 27+ ราย เสียชีวิต 0 ราย]

1 มกราคม 2563

จีนดำเนินการฆ่าเชื้อ ทำความสะอาดตลาดปลาที่มีรายงานความเชื่อมโยงกับผู้ป่วย [ผู้ติดเชื้อ 27 ราย เสียชีวิต 0 ราย]

3 มกราคม 2563

ไทย-สิงคโปร์เริ่มทำการสกรีนผู้ที่เดินทางจากอู่ฮั่น [ผู้ติดเชื้อ 44 ราย เสียชีวิต 0 ราย]

5 มกราคม 2563

ทางการจีนตัดข้อสงสัยในโรคอื่นๆ ที่คล้ายกันเช่นไข้หวัดใหญ่, ซาร์ส, เมอร์ส, ไข้หวัดนกทิ้งไป [ผู้ติดเชื้อ 59 ราย เสียชีวิต 0 ราย]

6 มกราคม 2563

สหรัฐฯ ประกาศเตือนพลงเมืองสหรัฐระดับ 1 ให้ระวังการเดินทางไปยังตลาดค้าสัตว์ในเมืองอู่ฮั่น [ผู้ติดเชื้อ 59 ราย เสียชีวิต 0 ราย]

7 มกราคม 2563

ผู้เชี่ยวชาญในจีนระบุ เป็นเชื้อไวรัสโคโรนา (nCoV) , ฮ่องกงพบผู้ต้องสงสัยโรคปอดอักเสบ 1 ราย [ผู้ติดเชื้อ 59 ราย เสียชีวิต 0 ราย]

9 มกราคม 2563

องค์การอนามัยโลกยีนยันว่ามีโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งเกิดขึ้นหลังการระบาดเพียงไม่กี่สัปดาห์ มีข่าวว่ามีผู้เสียชีวิต แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากทางการจีน [ผู้ติดเชื้อ 60+ ราย เสียชีวิต 0 ราย]

11 มกราคม 2563

จีนยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตรายแรก เป็นชายวัย 61 ปี ในเมืองอู่ฮั่น, มีการปรับยอดตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ เนื่องจากทราบสาเหตุ-เชื้อที่ชัดเจนขึ้น [ผู้ติดเชื้อ 41 ราย เสียชีวิต 1 ราย]

13 มกราคม 2563

พบผู้ป่วยรายแรกในไทย และเป็นรายแรกที่อยู่นอกประเทศจีน [ผู้ติดเชื้อ 42 ราย เสียชีวิต 1 ราย]

14 มกราคม 2563

มีรายงานความเป็นไปได้ว่า เชื้อดังกล่าวจะติดจาก “คนสู่คน” เนื่องจากพบผู้ติดเชื้อ 2 รายเป็นสามี-ภรรยากัน [ผู้ติดเชื้อ 42 ราย เสียชีวิต 1 ราย]

15 มกราคม 2563

มีรายงานผู้ป่วยเสียชีวิตรายที่ 2 อย่างไม่เป็นทางการ
[ผู้ติดเชื้อ 42 ราย เสียชีวิต 1 ราย]

16 มกราคม 2563

ญี่ปุ่นแถลง พบผู้ป่วยรายแรกในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ป่วยนอกประเทศประเทศที่ 2 ต่อจากไทย
[ผู้ติดเชื้อ 45 ราย เสียชีวิต 1 ราย]

17 มกราคม 2563

พบผู้ติดเชื้อรายที่ 2 ในไทย, จีนประกาศผู้เสียชีวิตรายที่ 2 อย่างเป็นทางการ
[ผู้ติดเชื้อ 45 ราย เสียชีวิต 2 ราย]

18 มกราคม 2563

รายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 17 ราย
[ผู้ติดเชื้อ 63 ราย เสียชีวิต 2 ราย]

19 มกราคม 2563

มีผู้เสียชีวิตรายที่ 3 ในกรุงปักกิง ตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่ง กว่า 130 ราย
[ผู้ติดเชื้อ 200+ ราย เสียชีวิต 3 ราย]

20 มกราคม 2563

ยืนยันผู้ติดเชื้อรายแรกในเกาหลีใต้ นับเป็นประเทศที่ 3 ต่อจากไทย-ญี่ปุ่น, ทางการจีนยืนยัน “ไวรัสติดจากคนสู่คน”
[ผู้ติดเชื้อ 221+ ราย เสียชีวิต 4 ราย]

21 มกราคม 2563

สหรัฐฯ ประกาศพบผู้ติดเชื้อรายแรกในพื้นที่ซีแอตเติล เช่นเดียวกับไต้หวัน หลายประเทศในเอเซียเริ่มเข้มงวดการตรวจสอบนักท่องเที่ยว
[ผู้ติดเชื้อ 315 ราย เสียชีวิต 6 ราย]

22 มกราคม 2563

พบผู้ติดเชื้อใน ฮ่องกง, มาเก๊า
[ผู้ติดเชื้อ 581 ราย เสียชีวิต 17 ราย]

23 มกราคม 2563

พบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 2 มณฑล, จีนสั่งปิดเมืองอู่ฮั่น, มาเก๊ารายงานผู้ติดเชื้อรายที่ 2, สิงคโปร์พบผู้ติดเชื้อรายแรก
[ผู้ติดเชื้อ 650 ราย เสียชีวิต 18 ราย]

24 มกราคม 2563

รายงานผู้ติดเชื้อล่าสุด 830 ในจีน และ อีก 16 ราย โดย 4 รายในไทย, ฮ่องง 2 ราย, มาเก๊า-ไต้หวัน-เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ประเทศละ 1 ราย

ชัย ชิดชอบ นักการเมืองอาวุโส เสียชีวิตแล้ว

ประเด็นน่าสนใจ

  • นายชัย ชิดชอบ อดีตประธานสภาถึงแก่กรรมแล้ว
  • ครอบครัวชิดชอบขอความกรุณางดพวงหรีดเคารพศพ
  • หากประสงค์จะร่วมทำบุญให้บริจาคแก่โรงพยาบาลบุรีรัมย์แทน
  • โดยผ่านทางธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 308-0-70047-3

(เบื้องต้น) รายงานข่าวแจ้งว่า นายชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา และบิดาของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมยูไนเต็ด เสียชีวิตลงแล้วในวัย 92 ปี

โดย ครอบครัวชิดชอบ ได้เผยว่า นายชัย ชิดชอบ อดีตประธานรัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2563 ที่บ้านพัก จังหวัดบุรีรัมย์ ส่วนกำหนดการพิธีสวดพระอภิธรรมจะแจ้งให้ทราบต่อไป

ขระเดียวกันขอความกรุณางดพวงหรีดเคารพศพ หากท่านมีความประสงค์จะร่วมทำบุญ ขอความกรุณาบริจาคให้แก่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ป่วย ธนาคารกรุงไทย สาขาบุรีรัมย์ เลขที่บัญชี 308-0-70047-3 ชื่อบัญชี เงินบริจาคของโรงพยาบาลบุรีรัมย์