พบอีกศพ! ซุกบ่อน้ำบ้าน ไอซ์ หีบเหล็ก

ประเด็นน่าสนใจ

  • วานนี้ ตร.ประสานชุดประดาน้ำค้นในบ่อบ้านไอซ์ หีบเหล็ก
  • ก่อนพบโครงกระดูกมนุษย์ถูกฆ่าถ่วงน้ำอีก 1 ศพ
  • ด้านตร.เร่งพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล คาดเป็น หญิงวัย 18 หายตัว
  • พร้อมเชื่อยังมีเพิ่ม เพราะพยานบอกมีคนถูกฆ่าทั้งหมด 3 ราย

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (23 ม.ค. 2563) เจ้าหน้าที่ตำรวจ ,เจ้าหน้าที่กู้ภัย และนักประดาน้ำได้ระดมกำลังเข้าค้นบ่อน้ำภายในบ้านของนายอภิชัย องค์วิศิษฐ์ หรือ ไอซ์ ผู้ต้องหาฆาตร กรรมหญิงสาวสุดสยอง ก่อนนำร่างยัดหีบนำไปฝังดินไว้ในบ้าน หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการพบศพมนุษย์ถูกฆ่าถ่วงน้ำเพิ่มเติมอยู่ในบ่อน้ำดังกล่าว

ซึ่งจากปฏิบัติการค้นหาตลอดทั้งวัน ก็พบชิ้นส่วนมนุษย์ถูกซุกอยู่ในหีบเหล็ก ขนาด 1 เมตร ที่จมอยู่ใต้น้ำ เมื่อนำขึ้นมาทำความสะอาดก็พบว่าโครงกระดูกดังกล่าวเป็นส่วนที่สำคัญของมนุษย์

เช่น กะโหลก กระดูกส่วนแขน ขา กระดูกเชิงกราน และชิ้นส่วนอื่นๆ รวมถึง ดัมเบล ที่คาดว่าใช้ถ่วงไม่ให้ถีบลอยขึ้นมาจากน้ำ

จากนั้นทางเจ้าหน้าที่จึงจัดเรียงแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อให้เจ้าหน้าที่จากแผนกพิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบเบือ้งต้นก่อนนำไปพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล

ด้าน พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผช.ผบ.ตร. กล่าวว่าจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เบื้องต้นคาดว่า ชิ้นส่วนกระดูกที่พบอยู่ในหีบอาจจะเป็นของผู้หญิง ที่มีอายุมากกว่า 18 ปี ที่หายตัวไปก่อนหน้านี้ แตกระนั้น ต้องนำไปตรวจสอบอีกครั้ง ที่นิติเวช รพ.ศิริราช

ทั้งนี้จากพยานหลักฐานตอนนี้คาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 3 ราย แต่ภารกิจยังไม่จบ ยังต้องมีการหาพยานหลักฐานต่อไปอีก

พยากรณ์อากาศ 24 ม.ค. 63

ประเด็นน่าสนใจ

  • 24-27 ม.ค. นี้ ประเทศไทยมีสภาพอากาศแปรปรวน
  • ภาคเหนือ พื้นราบ อากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า ฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่
  • ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมถึงกรุงเทพและปริมณฑล มีหมอกในตอนเช้า มีฝนฟ้าคะนองร้อละ 10 ของพื้นที่
  • ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนอง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 04.00 น. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งจะแผ่ลงมาปกคลุม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ในวันนี้ (24 มกราคม 2563) ประกอบกับจะมีคลื่นอากาศในกระแสลมฝ่ายตะวันตกจะเคลื่อนผ่านภาคเหนือและ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้น (26-27 มกราคม 2563) อุณหภูมิ จะลดลง สำหรับภาคกลาง และภาคตะวันออก มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุม ส่วนภาคใต้และอ่าวไทยตอนล่างเป็นลมตะวันออกทำให้มีฝนเล็กน้อย

ข้างหน้า ภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่ง บริเวณพื้นราบของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 11-23 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่บริเวณยอดดอยในภาคเหนือ อุณหภูมิต่ำสุด 4-15 องศาเซลเซียส สำหรับภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะนี้

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 24-27 ม.ค. 63 จะเกิดอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

พยากรณ์อากาศ วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ

บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดพิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 10-22 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและเทือกเขาสูง มีอากาศหนาวถึงหนาวจัด กับมีน้ำค้างแข็งบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 4-11 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่
และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร และมุกดาหาร อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภู มีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง

อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนเฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดลพบุรี สระบุรี นครสวรรค์ และอุทัยธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนเฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร
สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส

  • ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
  • ตั้งแต่จังหวัดสงขลาลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม/ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม/ชม ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

เผยโฉม 4 พลเมืองดี เสี่ยงชีวิตเข้าช่วยผู้บาดเจ็บ จากเหตุปล้นทองที่ลพบุรี

ประเด็นน่าสนใจ

  • พลเมืองดีทั้ง 4 เป็น จนท.ของกองทัพบก
  • เป็น จนท.กรมรบพิเศษ 2, กองพันเสนารักษ์ที่ 1 และ วิชาชีพพยาบาล
  • เผยทั้งหมดช่วยผู้บาดเจ็บทันที หลังเกิดเหตุ จนผู้บาดเจ็บถึงมือหมอ

จากกรณีเหตุปล้นร้านทองพื้นที่ลพบุรี เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้มีผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตถึง 3 รายและบาดเจ็บสาหัสอีก 4 ราย จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งติดตามสืบสวน สอบสวนก่อนนำไปสู่การจับกุม นายประสิทธิชัย เขาแก้ว ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สิงห์บุรี ผู้ก่อเหตุอุกฉกรรจ์ในครั้งนั้น

และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้มีพลเมืองดีที่อยู่ละแวกดังกล่าวฝ่ากระสุนเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากการถูกทำร้าย แม้จะช่วยไว้ได้ไม่หมดจนมีผู้เสียชีวิต แต่ก็มีไม่น้อยที่ผ่านพ้นขีดอันตรายรอดมาได้อย่างปลอดภัย

วานนี้ทางเพจ SMART Soldiers Strong ARMY ได้มีการเผยแพร่ภาพโฉมหน้าของพลเมืองดี ที่เสี่ยงชีวิตเข้าช่วยปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บจากเหตุการปล้นทองดังกล่าวทันที ก่อนจะทราบต่อมาว่าพลเมืองทั้ง 4 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ของกองทัพบกที่สังกัดอยู่ในพื้นที่ จ.ลพบุรีนั่นเอง โดยผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า

จากเหตุการณ์ดังกล่าว อาจจะต้องมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ หากไม่ได้พลเมืองดี 4 คนเข้ามาช่วยปฐมพยาบาลให้กับผู้บาดเจ็บในเบื้องต้น และอยู่กับผู้บาดเจ็บตลอดเวลา

จนกระทั่งรถพยาบาลมารับช่วงต่อ ซึ่งแอดมินก็มารู้เอาภายหลัง ว่าทั้ง 4 คนที่เข้ามาช่วยเหลือผู้บาดเจ็บนั้น ก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล พวกเขาคือกำลังพลของกองทัพบกที่สังกัดอยู่ในพื้นที่ จ.ลพบุรีนั่นเอง

โดยพวกเขาทั้ง 4 นี้ ก็ไม่ได้เอาเรื่องที่ตัวเองทำมาโพสต์ลงเฟซ หรือป่าวประกาศให้ใครรู้แต่อย่างใด แต่พอดีกับในวันนั้น ทาง ผบ.ทบ.เองก็ได้ดูคลิปเหตุการณ์ด้วยเช่นกัน และได้เห็นสิ่งที่ทั้ง 4 คนทำ จึงได้สืบหาข้อมูลจนรู้ว่าเป็นกำลังพล ทบ. ซึ่งพลเมืองดีทั้ง 4 คนดังกล่าว ก็คือ

1.ส.อ.คมกฤษ เบญจปรีชาสิทธิ์ (ปลั๊ก)
นายสิบพยาบาล ชุดปฏิบัติการรบพิเศษ กองพันรบพิเศษที่ 2 กรมรบพิเศษที่ 1

2.ส.ท.ชยพล พุทธิ (เอ็ม)
นายสิบการช่างและทำลาย ชุดปฏิบัติการรบพิเศษ กองพันรบพิเศษที่ 2 กรมรบพิเศษที่ 1

3.ส.ท.ปกรณ์ ละออง (ปืน)
เจ้าหน้าที่กรรมวิธีข้อมูล กองพันเสนารักษ์ที่ 1 และ

4.น.ส.วราภรณ์ วรภัฎ (เบียร์) พยาบาลวิชาชีพ รพ.อานันทมหิดล

โดยในวันเกิดเหตุ พลเมืองดีทั้งสี่ได้เข้ามาทำธุระภายในห้างดังกล่าว และภายหลังจากเกิดเหตุ พวกเขาทั้งหมดรีบเข้ามาที่จุดเกิดเหตุบริเวณหน้าร้านทอง และรีบเข้ามาทำการช่วยเหลือ

ปฐมพยาบาลเบื้องต้นแก่ผู้บาดเจ็บตามความรู้ความสามารถที่ตนเองมีอยู่ และทำได้อย่างดียิ่ง จนสามารถประคองอาการบาดเจ็บไปถึงมือหมอได้ จนอาการผู้บาดเจ็บพ้นขีดอันตราย ตามภาพที่หลาย ๆ คนอาจจะได้เห็นในข่าวที่ผ่านมา

ล่าสุดเมื่อวานนี้ ผบ.ทบ. ได้เดินทางไปพบปะกำลังพลดังกล่าวด้วยตัวเองถึงลพบุรี และได้กล่าวชื่นชมทั้ง 4 คน ที่มีจิตใจที่เสียสละ และใช้ความรู้ความสามารถตนเองในการช่วยเหลือชีวิตผู้อื่น ขอให้ยึดมั่นและรักษาคุณความดีนี้ไว้ ให้สมกับการที่เป็นทหาร เป็นกำลังพลของกองทัพบก ที่ต้องเป็นที่พึงของประชาชนในทุกโอกาสต่อไป

แอดมินเองขอชื่นชมในหัวใจและสิ่งที่พวกเขาทั้งสี่คนได้ทำในวันนั้นเป็นอย่างยิ่ง หากไม่ได้พวกเขาเหล่านี้ ค่อนข้างมั่นใจว่าต้องมีการสูญเสียเพิ่มอีกอย่างแน่นอน

และฝากขอบคุณไปถึงบรรดาครูอาจารย์โรงเรียนเสนารักษ์ กรมแพทย์ทหารบกด้วยครับ ที่ได้สั่งสอน มอบความรู้ให้แก่กำลังพล ทบ.ทั้ง 4 จนมาถึงวันที่พวกเขาเหล่านี้ ได้ใช้ความรู้ความสามารถที่เรียนและฝึกฝนมานั้น มาใช้ในการช่วยเหลือประชาชน

“…ชีวิตที่น่าจดจำ คือชีวิตที่ทำเพื่อคนอื่น…”

#ThaiHero
#RTA
#SMARTsoldiersstrongARMY
#โจรปล้นทองลพบุรี