ธ.ก.ส. พักหนี้เกษตรกรอีก 2 ปี หวังช่วยฝ่าวิกฤติภัยแล้ง

ประเด็นน่าสนใจ

  • มาตรการนี้เริ่ม 1 มกราคม 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2564
  • พร้อมมอกสินเชื่อให้เกษตรกู้ไปสร้างแหล่งน้ำรายละไม่เกิน 200,000 บาท

ธ.ก.ส. ออกมาตรการช่วยเกษตรกรผู้ประสบภัยแล้ง โดยขยายเวลาชำระหนี้เดิมออกไป 2 ปี พร้อมจัดวงเงินสินเชื่อ 5,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 0% ใน 2 ปีแรก เพื่อสร้าง พัฒนา และปรับปรุงแหล่งน้ำ ไว้ใช้บรรเทาความเดือดร้อนในภาวะวิกฤต

เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2563 ที่ผ่านมา นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ออกมาเปิดเผยว่า ธนาคาร ธ.ก.ส. ได้มีการออกมาตรการพิเศษเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

และคลายความกังวลในเรื่องภาระหนี้สินของเกษตรกร หลังเผชิญวิกฤติภัยแล้งที่ส่งผลกระทบหนักในหลายพื้นที่ทั่วประเทศอยู่ในขณะนี้ ด้วยการขยายเวลาชำระหนี้ต้นเงินกู้ ที่ถึงกำหนดชำระออกไปอีก 2 ปี ตั้งแต่ 1 มกราคม 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2564

นอกจากนี้ ยังได้จัดทำโครงการสินเชื่อเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรสำหรับเกษตรกรผู้ประสบภัยแล้ง ปี 2563 เพื่อเป็นเงินทุนสนับสนุนในการจัดหา สร้าง/พัฒนา และปรับปรุงแหล่งน้ำไว้ใช้ในยามวิกฤต และลดผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้งวงเงินสินเชื่อ 5,000 ล้านบาท

โดยเกษตรกรผู้ประสบภัยแล้งสามารถกู้เพื่อนำไปลงทุนได้รายละไม่เกิน 200,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ต่อปี ใน 2 ปีแรก ส่วนปีที่ 3 เป็นต้นไป คิดดอกเบี้ยในอัตรา MRR-2 (ปัจจุบัน MRR= 6.875) กำหนดชำระคืนไม่เกิน 10 ปี ระยะเวลาสนับสนุนสินเชื่อ ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 ถึง 31 ธันวาคม 2563

ทั้งนี้ในมาตรการดังกล่าวทางนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มีมติเห็นชอบแล้ว สำหรับเขตประสบภัยพิบัติภัยแล้งฉุกเฉิน มีจำนวน 20 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย น่าน นครพนม มหาสารคาม บึงกาฬ หนองคาย บุรีรัมย์ กาฬสินธุ์ กาญจนบุรี ฉะเชิงเทรา เพชรบูรณ์ อุทัยธานี นครราชสีมา อุตรดิตถ์ ชัยนาท นครสวรรค์ สุโขทัย สุพรรณบุรี พะเยา และสกลนคร

พุทธิพงษ์ จับแล้ว 2 โพสต์ข่าวปลอมไวรัวโคโรนา ด้านทนายชี้ไม่รู้ไม่ผิด

ประเด็นน่าสนใจ

  • ดีอีเอสเอาจริง จับแล้วคนแชร์ข่าวปลอมไวรัสโคโรนา 2 ราย
  • ผู้ต้องสงสัยยอมรับว่าทำจริง
  • การแชร์ข่าวปลอมหากไม่รู้ว่าข่าวนั้นเป็นข่าวเท็จก็จะถอว่าไม่ผิด
  • การแชร์ข่าวปลอมมีโทษคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (30 ม.ค. 2563) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส นำทีมเข้าตรวจค้น และจับกุมผู้ต้องสงสัย 2 ราย หลังก่อเหตุเผยแพร่ข่าวปลอมเกี่ยวกับการระบาดของไวรัสโคโรนา ผ่านทางโซเชียลออนไลน์

ทั้งนี้หลังจากการสอบสวนผู้ก่อเหตุยอมรับว่าได้กระทำการดังกล่าวจริง โดยอ้างว่า ได้ข่าวสารมาจากเพื่อนเกี่ยวกับพบผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโลนาที่พัทยา 1 ราย จึงได้มาโพสต์ต่อในทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ก แต่มาทราบที่หลังว่าไม่เป็นความจริงจึงได้ลบโพสต์

ส่วนอีกรายที่ถูกจับกุมได้แชร์คลิปวีดีโอที่มีคนล้มลงไปของต่างประเทศ ซึ่งเขาก็ให้การรับสารภาพเช่นกัน เบื้องต้นทาง ปอท. ได้แจ้งข้อหาความผิดตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ ม.44(2) นำข้อมูลอันเป็นเท็จบิดเบือนข้อเท็จจริงเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้ได้รับความเสียหายกับประชาชน จากนั้นได้คุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้หลังจากข่าวการจับกุมได้เผยแพร่ออกไป ทำให้มีประชาชนหลายรายเกิดความวิตกกังวลใจ ในมาตรการดังกล่าวของรัฐบาล เพราะอาจเข้าข่ายมีความผิด และอาจถูกดำเนินคดีได้หรือไม่นั้น

ในเรื่องนี้ทาง ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ได้ชี้แจงถึงเรื่องดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า การที่จะมีความผิด ต้องนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ส่วนการการแชร์หรือการส่งตอข้อมูลอันเป็นเท็จ ซึ่งถ้ารู้ว่าเป็นข่าวเท็จจึงจะมีความผิด แต่ถ้าไม่รู้ ไม่มีความผิด

ซึ่งการโพสต์การแชร์ข่าวเท็จ ทำให้เกิดความตระหนกแก่ประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้นเพื่อความสบายใจควรเลือกส่งต่อข่าวจากหน่วยงานของภาครัฐจะดีกว่า

ประกาศ! ผู้ตรวจการแผ่นดิน-คู่สมรส เดินทางไปดูงาน ตปท. เบิกเงินได้วันละ 4,500 บาท

ประเด็นน่าสนใจ

  • ค่าเครื่องแต่งตัว 9000 บาท
  • เบี้ยเลี้ยงเดินทางดูงานในประเทศให้เหมาจ่ายวันละ 800
  • ใช้พาหนะส่วนตัวเดินทาง ให้เบิกเงินชดเชยเป็นค่าพาหนะในลักษณะเหมาจ่าย ในอัตรากิโลเมตรละ 5 บาท

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้มีการเผยแพร่ประกาศระเบียบผู้ตรวจการแผ่นดิน ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2563 โดยมีสาระสำคัญกำหนดค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางภายในประเทศ

แบ่งเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทาง เหมาจ่ายวันละ 800 บาท ส่วนค่าเช่าที่พัก ให้เบิกได้เท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็นและเหมาะสม ขณะที่ค่าพาหนะ รวมถึงค่าเช่ายานพาหนะ ค่าเชื้อเพลิงหรือพลังงานสำหรับยานพาหนะ ค่าระว่างบรรทุก

ค่าจ้างคนหาบหาม และอื่น ๆ ทำนองเดียวกัน ให้เบิกได้เท่าที่จ่ายจริง ในกรณี ใช้พาหนะส่วนตัวในการเดินทาง ให้เบิกเงินชดเชยเป็นค่าพาหนะในลักษณะเหมาจ่าย ในอัตรากิโลเมตรละ 5 บาท

ส่วนค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางต่างประเทศ กำหนดให้ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทาง เหมาจ่ายวันละ 3,100 บาท หรือให้เบิกได้เท่าที่จ่ายจริงตามหลักฐานการจ่ายเงินและไม่เกินวันละ 4,500 บาท

นอกจากนี้ยังมีค่าเครื่องแต่งตัว ให้เบิกในลักษณะเหมาจ่ายครั้งละ 9,000 บาท ต่อเมื่อการเดินทางครั้งใหม่ มีระยะห่างจากการเดินทางครั้งสุดท้ายที่ได้รับค่าเครื่องแต่งตัวเกินกว่า 2 ปี นับแต่วันที่เดินทางออกจากประเทศไทย และต้องมิใช่การเดินทางไปประเทศตามรายชื่อที่ทางการกำหนดไว้ว่าไม่สามารถเบิกค่าเครื่องแต่งตัวได้

ทั้งนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินจะเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปต่างประเทศสำหรับคู่สมรส ได้เฉพาะกรณีที่ได้รับความเห็นชอบร่วมกันจากผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยค่าใช้จ่ายในการเดินทางของคู่สมรส ให้เบิกได้ในอัตราเดียวกับผู้ตรวจการแผ่นดิน