นักวิจัยจีนคาดว่า เชื้อ ‘โคโรนาสายพันธุ์ใหม่’ มาจาก‘ค้างคาว’

นักวิจัยจีนได้ระบุโปรตีนตัวสำคัญที่เป็นปัจจัยในการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV) ในมนุษย์ นับว่าเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อการประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพของประชาชน

พวกเขาเสนอข้อสันนิษฐานว่า แหล่งเพาะพันธุ์ไวรัสตามธรรมชาติน่าจะเป็นค้างคาว

แม้จะมีการเผยแพร่ลำดับเบสจีโนมเต็มรูปแบบออกมาแล้ว แต่กลไกการกำเนิดและส่งผ่านเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV) ที่ระบุไว้โดยองค์การอนามัยโลกยังคงไม่ชัดเจน และจนถึงขณะนี้ มีการเผยแพร่จีโนมของ 2019-nCoV ทั้ง 6 ชุดแล้ว

ในการศึกษาโดยวารสารวิชาการไซเอนส์ ไชน่า ไลฟ์ ไซเอนส์ (Science China Life Sciences) ที่ตีพิมพ์ทางออนไลน์ เมื่อวันอังคาร (21 ม.ค.) นักวิจัยจากสถาบันปาสเตอร์ (Institut Pasteur) แห่งเซี่ยงไฮ้ ภายใต้สถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน (CAS) และสถาบันวิจัยจีนอื่นๆ ได้นำลำดับเบสจีโนมของ 2019-nCoV มาเปรียบเทียบกับจีโนมของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์อื่นที่มีการติดเชื้อในมนุษย์ ซึ่งรู้จักในชื่อ ซาร์ส (SARS-CoV) และเมอร์ส (MERS-CoV) แล้วพบว่าเชื้อไวรัส 2019-nCoV คล้ายคลึงกับ “ซาร์ส” ประมาณร้อยละ 70 และคล้ายคลึงกับ “เมอร์ส” ประมาณร้อยละ 40

ผลวิเคราะห์เผยว่า 2019-nCoV อยู่ในกลุ่มเบตาโคโรนาไวรัส (Betacoronavirus) ซึ่งเป็นชนิดอาร์เอ็นเอสายเดี่ยว ไม่มีเยื่อหุ้มเซลล์ (enveloped, single-stranded RNA viruses) ซึ่งจะแพร่อยู่ในสัตว์ป่า สัตว์ฝูง และมนุษย์ ทำให้เกิดการระบาดและติดเชื้อเป็นครั้งคราวโดยไม่มีอาการที่ชัดเจน

ในแผมภูมิต้นไม้วิวัฒนาการ เชื้อไวรัส 2019-nCoV มีลักษณะพันธุกรรมค่อนข้างใกล้เคียงกับกลุ่มโรคซาร์ส และเชื้อไวรัสโคโรนาที่มีลักษณะคล้ายซาร์ส รวมถึงไวรัสโคโรนา HKU9-1 ที่พบในค้างคาวซึ่งอยู่นอกกลุ่ม

มีโอกาสเป็นไปได้ที่เชื้อไวรัสโคโรนาเหล่านี้จะมีสายพันธุ์ร่วมกันกับไวรัสโคโรนา HKU9-1 ในค้างคาว

ค้างคาวเป็นโฮสต์ต้นกำเนิดของ 2019-nCoV “นี่คือเหตุผลเชิงตรรกะที่ไม่ซับซ้อน แม้ยังดูเหมือนว่าจะมีโฮสต์ตัวกลางอื่นๆ อีกในลำดับการส่งผ่านจากค้างคาวสู่มนุษย์” นักวิจัยกล่าว

พวกเขาสังเกตว่าลักษณะพันธุกรรมของ 2019-nCoV กับเชื้อไวรัสซาร์สในมนุษย์นั้นยังมีระยะห่างทางพันธุกรรมค่อนข้างมาก และห่างมากขึ้นเมื่อเทียบกับเชื้อไวรัสเมอร์ส

การวิเคราะห์ทางพันธุกรรมทำให้เกิดคำถามต่ออีกข้อหนึ่งว่า เชื้อไวรัส 2019-nCoV มีกลไกในการส่งผ่านข้ามสายพันธุ์และส่งผ่านสู่มนุษย์แบบเดียวกับซาร์สหรือเมอร์สหรือไม่ หรือว่ามีกลไกเป็นของตัวเอง?

สำหรับโรคซาร์ส สไปค์โปรตีน (S- protein) เป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำให้ไวรัสแฝงไปกับตัวรับในเซลล์ของโฮสต์ เมื่อนักวิจัยประเมินความสามารถการทำปฏิกิริยากับตัวรับในเซลล์ของมนุษย์ ของสไปค์โปรตีนในเชื้อ 2019-nCoV พบว่าแม้การเกาะเกี่ยวระหว่าง 2019-nCoV กับตัวรับในเซลล์ของมนุษย์จะไม่แข็งแรงเท่าเชื้อไวรัสซาร์ส แต่ก็ยังถือว่าแข็งแกร่ง

พวกเขาตั้งข้อสังเกตว่าสไปค์โปรตีนของ 2019-nCoV เอื้อต่อการทำปฏิกิริยาที่รุนแรงกับตัวรับในเซลล์ของมนุษย์ ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงติดเชื้อในหมู่สาธารณชนอย่างมีนัยสำคัญ

วันพฤหัสบดี (23 ม.ค.) เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของจีนประกาศ ว่ามีผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV) อยู่ที่ 571 ราย กระจายตัวอยู่ในภูมิภาคระดับมณฑล 25 แห่ง เมื่อนับถึงสิ้นวันพุธที่ผ่านมา (22 ม.ค.) มีผู้เสียชีวิต 17 ราย ในมณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของจีน

ส่วนสถานการณ์นอกจีนแผ่นดินใหญ่ มีการยืนยันผู้ติดเชื้อในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง มาเก๊า เกาะไต้หวันของจีน รวมถึงในสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้แห่งละ 1 ราย และอีก 3 รายในไทย

มีการเฝ้าระวังการติดเชื้อของผู้ที่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อข้างต้น จำนวน 5,897 ราย ซึ่งมี 4,928 ราย อยู่ระหว่างการตรวจสอบทางการแพทย์ ขณะที่ 969 ราย ผ่านการตรวจสอบและได้รับการปล่อยตัวแล้ว

แผนการป้องกันและควบคุมโรคของคณะกรรมการฯ ชี้ว่าตามข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน ระยะการฟักตัวของเชื้อไวรัสฯ ตั้งแต่เริ่มติดเชื้อไปจนถึงขั้นแสดงอาการจะใช้เวลาประมาณ 14 วัน

กทม.ทดลองติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ 4 เครื่อง ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ประเด็นน่าสนใจ

  • มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ดำเนินการจัดสร้างเครื่องบำบัดอากาศที่มีมลพิษและฝุ่นขนาดเล็ก PM 2.5 ต้นแบบ จำนวน 4 เครื่อง
  • โดย กทม.ได้ดำเนินการติดตั้งในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร บริเวณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่ง เกาะพญาไท 2 เครื่อง และฝั่งเกาะราชวิถี 2 เครื่อง

นางศิลปสวย ระวีแสงสรูย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจการติดตั้งเครื่องบำบัดอากาศที่มีมลพิษและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 (ต้นแบบ) บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เขตราชเทวี ว่า

มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ได้ประสานกรุงเทพมหานครจัดพื้นที่ สำหรับติดตั้งเครื่องบำบัดอากาศที่มีมลพิษและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 (ต้นแบบ) จำนวน 4 เครื่อง

ซึ่งสามารถกรองฝุ่น PM2.5 และฟอกอากาศได้ในอัตรา 2 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ให้กรุงเทพมหานครนำไปติดตั้งในพื้นที่ที่มีประชาชนใช้สัญจรเดินทางจำนวนมากและมีการจราจรหนาแน่นเพื่อบรรเทาปัญหาและลดปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 รวมทั้งทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องบำบัดอากาศฯ

จึงได้นำเครื่องบำบัดอากาศฯ มาติดตั้งที่บริเวณเกาะพญาไท จำนวน 2 เครื่อง และเกาะราชวิถี จำนวน 2 เครื่อง เพื่อฟอกอากาศและลดฝุ่นPM2.5 บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งจะเดินเครื่องเพื่อฟอกอากาศใน 2 ช่วงเวลา ระหว่างเวลา 05.00-12.00 น. และเวลา 14.00-20.00 น.

ทั้งนี้ การดำเนินการครั้งนี้ เป็นการบูรณาการความร่วมมือของ 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรุงเทพมหานครดูแลในเรื่องของระบบไฟฟ้า การเดินระบบ สถานที่ และการดูแลความปลอดภัย มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ และกรมอู่ทหารเรือ ดูแลเรื่องการขนย้าย ติดตั้ง และการบำรุงรักษา

กรมควบคุมมลพิษทำการตรวจวัดคุณภาพอากาศด้วยเครื่องตรวจวัดคุณภาพแบบติดตั้งภายนอกอาคาร และการไฟฟ้านครหลวงสนับสนุนการติดตั้งมิเตอร์ชั่วคราวและค่ากระแสไฟฟ้า พร้อมกันนี้กรมควบคุมมลพิษได้นำเครื่องตรวจวัดคุณภาพแบบติดตั้งภายนอกอาคารมาติดตั้งร่วมด้วยจุดละ 1 เครื่อง เพื่อตรวจวัดคุณภาพอากาศบริเวณดังกล่าวทั้งก่อนติดตั้งและระหว่างติดตั้งเครื่องบำบัดอากาศฯ

สำหรับเครื่องบำบัดอากาศที่มีมลพิษและฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5 (ต้นแบบ) ของมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นระบบบำบัดอากาศแบบเปียก อากาศจะถูกดูดเข้ามาในเครื่องบำบัดด้วยพัดลมดูดอากาศ ผ่านเข้ามาจะถูกทำให้เกิดการอัดตัวโดยผ่านอุปกรณ์ที่เรียกว่า “เวนทูรีสครับเบอร์” โดยใช้น้ำเป็นตัวกลางในการดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ติดมากับมวลอากาศ อากาศที่ผ่านการบำบัดแล้วทั้งหมดจะไหลออกกลับคืนสู่ด้านนอกทางปล่องปล่อยออก

โดยออกแบบเป็นรูปตัวทีที่มีฝาปิด-เปิด เพื่อให้สามารถเลือกรูปแบบการปล่อยออกแบบทิศทางเดียวหรือสองทิศทางได้ และฝาปิด-เปิดสามารถปรับระดับองศาการปิด-เปิดได้ เพื่อให้สามารถกำหนดมุมองศาการปล่อยอากาศที่บำบัดแล้วออกไปยังจุดพื้นที่และระดับความสูงที่ต้องการได้ ระบบถูกออกแบบและจัดสร้างเพื่อใช้งานในพื้นที่เปิดเป็นแบบเคลื่อนที่ได้ (Mobile)

เพื่อที่จะให้เกิดความคล่องตัวและมีความยืดหยุ่นในการเข้าสู่พื้นที่ที่เกิดปัญหาได้เป็นอย่างดี หลักการของโมเดลนี้มีแนวคิดกำหนดแบ่งอากาศที่จะทำการบำบัดเป็นระดับชั้น โดยความสูงของระดับชั้นที่เลือกออกแบบกำหนดจากระดับความสูงในแนวดิ่งที่วัดจากระดับพื้นขึ้นไปในอากาศซึ่งการออกแบบครั้งนี้เลือกกำหนดที่ 3 – 5 เมตร จากพื้นดิน

ทั้งนี้ หากผลการทดลองติดตั้งเครื่องบำบัดอากาศฯ ได้ผลดีมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด ในอนาคตคาดว่าจะนำเครื่องดังกล่าวไปติดตั้งบริเวณป้ายรถสาธารณะ สถานที่ที่มีประชาชนหนาแน่น และโรงเรียน เป็นต้น

โดยเครื่องบำบัดอากาศฯ มีคุณสมบัติ ดังนี้

1.น้ำหนักประมาณ 300 กิโลกรัม

2.ความสามารถในการดูดอากาศเข้า 2.2 ลูกบาศก์เมตร/วินาที

3.ปริมาตรอากาศที่ปล่องปล่อยออก 2.0 ลูกบาศก์เมตร/วินาที

4.ประสิทธิภาพในการบำบัด PM2.5 (จากการทดสอบ) อยู่ระหว่าง 85 – 90%

5.ขีดความสามารถบำบัดอากาศที่ระดับชั้น 3 เมตร เท่ากับ 0.086 ตารางกิโลเมตร/ชั่วโมง

และ6.ในการดูดอากาศเข้าบำบัดหนึ่งครั้งอากาศจะได้รับการบำบัด 2 ส่วน

คือ อากาศที่ได้รับการบำบัดจากเครื่อง และอากาศที่ได้รับการบำบัดจากการเจือจาง ทำให้ทุกวินาทีอากาศได้รับการบำบัดเป็น 2 ลูกบาศก์เมตร

สถานการณ์ฝุ่น กทม. ดีขึ้นต่อเนื่อง

ประเด็นน่าสนใจ

  • รองปลัดกรุงเทพมหานคร เผย กทม. สถานการณ์ฝุ่นดีขึ้นต่อเนื่อง
  • ออกหน่วยแพทย์ลงพื้นที่ให้บริการแก่นักเรียนในโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครทุกแห่ง

นางวัลยา วัฒนรัตน์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 ของกรุงเทพมหานคร โดยมี ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักอนามัย สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักเทศกิจ ผู้บริหารกลุ่มเขต และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ ศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในกรุงเทพมหานคร ห้องสุทัศน์ ศาลาว่าการกทม.(เสาชิงช้า)

รองปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่นในพื้นที่กรุงเทพมหานครวันนี้ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 46 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่สีเหลืองและพื้นที่สีส้มจำนวน 11 จุด และมีแนวโน้มลดลง

จากการคาดการณ์สภาพอากาศวันพรุ่งนี้ ลมตะวันออกจะมีกำลังแรงขึ้นและมีอากาศเย็น จะส่งผลให้สถานการณ์ฝุ่นในพื้นกรุงเทพมหานครจะดีขึ้น 1-2 วัน

คาดว่าพื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นสีเขียวและสีเหลืองจนถึงวัน 26 ม.ค.63 ซึ่งศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในกรุงเทพมหานครจะติดตามสถานการณ์ฝุ่นอย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ต่อไป

สำหรับการแจกหน้ากากอนามัยที่ได้นำร่องแจกประชาชนบริเวณรถไฟฟ้าหมอชิต สถานีรถไฟฟ้าห้าแยกลาดพร้าว สถานีรถไฟฟ้าสยาม สถานีรถไฟฟ้าอโศก สถานีรถไฟฟ้าราชเทวี สถานีรถไฟฟ้าศาลาแดง สถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่ และสถานีรถไฟฟ้าบางหว้า

พบว่าประชาชนมีความพึงพอใจและยังมีความต้องการ จึงมอบหมายสำนักอนามัยและสำนักงานเขตจัดเตรียมหน้ากากสำหรับแจกให้พอเพียงและเหมาะสมกับสถานการณ์ฝุ่นในแต่ละวัน

นอกจากนี้ ได้มอบหมายสำนักอนามัยจัดหน่วยแพทย์และสาธารณสุขเคลื่อนที่ช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ฝุ่นPM2.5 เกินค่ามาตรฐาน ลงพื้นที่ให้บริการแก่นักเรียนในโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครทุกแห่ง ทั้งในสังกัดกรุงเทพมหานครและนอกสังกัด เพื่อดูแลสุขภาพและให้ความรู้ รวมถึงการปฏิบัติตน

อาทิ การตรวจรักษาโรค การคัดกรองสุขภาพเบื้องต้น การให้ความรู้ความเข้าใจในสถานการณ์ฝุ่นละอองPM 2.5 และแนวทางการปฏิบัติตัวในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากฝุ่นละอองPM2.5 รวมทั้งการสอน สาธิต การใช้หน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง และแจกหน้ากากอนามัยและสื่อแผ่นพับ/โปสเตอร์ เรื่อง อันตรายจากฝุ่นละออง PM 2.5 เป็นต้น