รวบผู้บงการขนยาเสพติด โดยใช้รถพยาบาล

ประเด็นน่าสนใจ

  • ป.ป.ส. จับกุมผู้บงการลักลอบขนยาเสพติด โดยใช้รถพยาบาล หรือ รถกู้ภัยลำเลียงยาไอซ์เกือบ 400 กิโลกรัม และสามารถสกัดการส่งไอซ์ 1.5 ตัน ไปต่างประเทศ
  • เบาะแสที่นำไปสู่การจับกุมครั้งนี้ บางส่วนมาจากการแจ้งของประชาชนผ่านสายด่วน 1386

นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) เปิดเผยว่า สำนักงาน ป.ป.ส. ได้ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) และศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) จับกุมบุคคลที่อยู่เบื้องหลังในการลักลอบส่งออกไอซ์ข้ามชาติได้ 2 ราย

สืบเนื่องจากเมื่อเดือนกันยายน 2561 สำนักงาน ป.ป.ส. สนธิกำลังกับหน่วยงานภาคีได้สกัดจับขบวนการลำเลียงไอซ์จากชายแดนภาคเหนือ โดยใช้รถพยาบาล/รถหน่วยกู้ภัยอำพรางในการลำเลียง โดยจับผู้ต้องหาได้ 7 คน ยึดไอซ์ 398 กิโลกรัม และคีตามีนอีก 81 กิโลกรัม ในพื้นที่ จ.พะเยา

แต่ทั้งหมดเป็นเพียงผู้รับจ้างลำเลียง จึงสืบสวนสอบสวนและขยายผลนำไปสู่การขออนุมัติหมายจับ นายพเยาว์ และ น.ส.สุรีรัตน์ ผู้สั่งการและทำหน้าที่ควบคุมการลำเลียงจากภาคเหนือไปยังพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้

ในระหว่างการติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ทราบว่า นายพเยาว์ กำลังเตรียมการลำเลียงไอซ์จำนวนมากเข้าประเทศไทยทางชายแดนด้านตะวันตก ประกอบกับเบาะแสเพิ่มเติมจากประชาชนผ่านสายด่วน 1386

ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถยึดไอซ์ประมาณ 1,500 กิโลกรัม พร้อมกับผู้ต้องหา 1 คน ในโกดังแห่งหนึ่งย่าน จ.ปทุมธานี เมื่อเดือน มิถุนายน ปีที่แล้ว ซึ่งยาไอซ์จำนวนดังกล่าวกำลังจะถูกส่งไปยังต่างประเทศโดยทางเรือ

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2563 ตำรวจได้จับกุม นายพเยาว์ และ น.ส.สุรีรัตน์ ที่หลบหนีไปอยู่ จ.นครปฐม จากนี้จะตรวจสอบและยึดอายัดทรัพย์สินควบคู่กันไป และจะติดตามจับบุคคลอื่นที่ร่วมขบวนการที่เหลือต่อไป

ญาติผู้เสียชีวิต ยืนยันไม่อโหสิกรรม ผอ.กอล์ฟปล้นทองลพบุรี

ประเด็นน่าสนใจ

  • ญาติผู้เสียชีวิต ปล้นทองลพบุรี ยืนยันไม่อโหสิกรรมให้ ผอ.กอล์ฟ
  • เชื่อตำรวจไม่ได้จับแพะอย่างแน่นอน
  • ขอตัดสินประหารชีวิตสถานเดียว

ร.อ.สุระกิจ ทองทิพย์ พ่อของ น.ส.ธิดารัตน์ พนักงานร้านทองออโรร่า ที่เสียชีวิตจากเหตุชิงทอง ยอมรับว่า หลังจากทราบข่าวตำรวจสามารถจับตัวคนร้ายได้ ก็รู้สึกดีใจ และโล่งใจ ซึ่งเชื่อว่าจะไม่เป็นการจับแพะอย่างแน่นอน

พร้อมระบุจะไม่อโหสิกรรมให้อย่างเด็ดขาด เนื่องจากเป็นการกระทำที่โหดร้ายเกินกว่าเหตุ ทำกับคนที่ไม่มีทางสู้​ และไม่คิดต่อสู้ ​ ถ้าแค่ชักปืนขึ้นมาเฉยๆ เขาก็หมอบกันหมดแล้ว​

แต่นี่ไม่พูดจายิงอย่างเดียว​ มันไม่ใช่นิสัยมนุษย์ที่อยู่ร่วมโลกกัน​ มันคือซาตานกลับชาติมาเกิด ในส่วนของหลานนั้น ​เชื่อว่าเขารู้ว่าแม่ตายแล้ว แต่ก่อนนอนก็ยังถามหาแม่​ ตนเองก็ต้องหลอกว่าแม่มานอนด้วยไม่ได้ เพราะป่วย​

เช่นเดียวกับ นายวัลลภ นิ่มมา พ่อของนายธีรฉัตร นิ่มมา พนักงานรักษาความปลอดภัยห้างสรรพสินค้าโรบินสันลพบุรี ที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ บอกว่า ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผบ.ตร.ที่สามารถจับกุมคนร้ายซึ่งเป็นถึงผู้อำนวยการโรงเรียนได้

โดยตนเองไม่อโหสิกรรมให้ และไม่ให้อภัยกับคนประเภทนี้ เพราะถือว่าจิตใจโหดร้าย และโหดเหี้ยมมาก

หากเจอหน้า ก็อยากถามว่า ทำไมเป็นคนโหดร้ายเช่นนี้ ทั้งๆ ที่มีการศึกษาดี

นายวัลลภ ยังฝากถึงตำรวจและกระบวนการยุติธรรม ว่าควรตัดสินประหารชีวิตสถานเดียว และไม่ควรลดโทษให้ แม้ผู้ต้องหาจะรับสารภาพ เพราะสิ่งที่เขาทำ ส่งผลให้แต่ละครอบครัวได้รับความสูญเสียอย่างยิ่งใหญ่

นอกจากนี้ ขอให้มีการแก้กฎหมายเพื่อให้ลงโทษประหารชีวิต เพราะถ้าติดคุก ไม่น่าจะเกิน 15 ปี แล้วก็จะกลับมาก่อเหตุซ้ำ สร้างความหวาดระแวงและทำให้คนหวาดกลัวอีก ขณะที่วานนี้ (22 ม.ค.)

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้มอบเงินเยียวยาให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์ชิงทอง ในจ.ลพบุรี ตามโครงการคุ้มครองสิทธิ เพื่อสร้างวิถีชีวิตแห่งความเป็นธรรม ครั้งที่ 5 ประจำปี 2563

โดยได้มอบเงินให้กับนายวัลลภ นิ่มมา พ่อของนายธีรฉัตร นิ่มมา พนักงานรักษาความปลอดภัย จำนวน 110,000 บาท ร.อ.สุระกิจ ทองทิพย์ พ่อของ น.ส.ธิดารัตน์ ทองทิพย์ พนักงานร้านทองออโรร่า จำนวน 110,000 บาท และน.ส.วิไลวรรณ ยังรอด แม่ของด.ช.ภาณุวิชญ์ วงศ์อยู่ (น้องไทตัล) จำนวน 110,000 บาท

ส่วนกรณีลัลลาเบล มอบเงินเยียวยาให้กับ นางศุภมาศ นรพันธ์พิพัฒน์ ทายาทของ น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ (น้องลัลลาเบล ผู้เสียชีวิต) จำนวน 110,000 บาท และกรณีฆ่ายัดหีบเหล็กฝังดิน มอบเงินเยียวยาให้กับ น.ส.ศึกษาพร ไชยเชษฐ ทายาทของ (น.ส.รินทร์ธรณ์ ไชยเชษฐ ผู้เสียชีวิต) จำนวน 140,000 บาท

“ปิดเมืองอู่ฮั่น” หยุดขนส่งสาธารณะ ลดการแพร่เชื้อ / ยอดล่าสุด ติดเชื้อ 571 ตาย 17

นครอู่ฮั่นทางตอนกลางของจีน ซึ่งเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV) ประกาศการดำเนินมาตรการชุดใหญ่อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดครั้ง

รายงานระบุว่าตั้งแต่เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันพฤหัสบดี (23 ม.ค.) อู่ฮั่นสั่งระงับการบริการขนส่งสาธารณะทั้งหมด อาทิ รถโดยสารประจำทาง รถไฟใต้ดิน เรือข้ามฟาก และรถโดยสารทางไกล ส่วนช่องทางขาออกของสนามบินและสถานีรถไฟต่างๆ ยังถูกปิดจนกว่าจะมีการแจ้งให้ทราบต่อไป

กลุ่มสำนักงานใหญ่ด้านการควบคุมและการรักษาโรคปอดบวมอันเกิดจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ของนครอู่ฮั่น ประกาศเมื่อช่วงรุ่งเช้าของวันพฤหัสบดีว่าประชาชนไม่ควรออกจากเมืองหากไม่มีกิจเฉพาะ พร้อมเรียกร้องและขอความร่วมมือจากประชาชนในอู่ฮั่นสวมใส่หน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ
“เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ วิสาหกิจ และสถาบันต่างๆ ต้องสวมหน้ากากในที่ทำงาน ขณะที่ผู้ดูแลสถานที่สาธารณะควรจัดทำป้ายเตือนและขอความร่วมมือจากประชาชนสวมใส่หน้ากากอนามัยก่อนเข้าสถานที่” ประกาศของรัฐบาลเทศบาลนครอู่ฮั่นระบุ

“ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำเตือนจะถูกลงโทษตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง”

นอกจากนี้เมื่อวันพุธ (22 ม.ค.) หน่วยงานการท่องเที่ยวต่างๆ ของอู่ฮั่น ประกาศระงับการจัดการท่องเที่ยวแบบหมู่คณะทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค.-8 ก.พ. ขณะที่สำนักงานวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเทศบาลนครอู่ฮั่นสั่งให้บริษัทท่องเที่ยวยกเลิกการจัดการท่องเที่ยวแบบหมู่คณะที่กำหนดไว้หลังวันที่ 30 ม.ค. ทั้งหมด ส่วนที่กำหนดไว้ก่อนวันดังกล่าว บริษัทท่องเที่ยวจะต้องเงินคืนให้ลูกค้าทั้งหมด

สำนักงานฯ ยังสั่งระงับกิจกรรมใหญ่ๆ ของสถานที่ท่องเที่ยวท้องถิ่นและโรงแรมติดดาวที่จะจัดขึ้นก่อนวันที่ 8 ก.พ. อีกด้วย

คำประกาศระบุว่ามาตรการต่างๆ ดังกล่าวบังคับใช้เพื่อ “ขัดขวางการแพร่กระจายของไวรัสอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการแพร่ระบาดอย่างเด็ดขาด ตลอดจนประกันความปลอดภัยและสุขภาพของประชาชน”

จีนเผยสถานการณ์ ‘ไวรัสโคโรนา’ ติดเชื้อพุ่ง 571 ดับ 17

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขของจีนประกาศจำนวนผู้ป่วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV) อยู่ที่ 571 ราย กระจายตัวอยู่ในภูมิภาคระดับมณฑล 15 แห่ง เมื่อนับถึงสิ้นวันพุธที่ผ่านมา (22 ม.ค.)

คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน (NHC) ระบุว่ายังมีผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อไวรัสฯ ทั้งหมด 393 ราย

สถานการณ์โรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 17 ราย ในมณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของจีน โดยผู้เสียชีวิตมีอายุระหว่าง 48-89 ปี ส่วนใหญ่ที่เสียชีวิตมีปัญหาสุขภาพ เช่น โรคตับแข็ง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดหัวใจ อยู่แล้วด้วย

ส่วนสถานการณ์นอกจีนแผ่นดินใหญ่ มีการยืนยันผู้ติดเชื้อในเขตบริหารพิเศษฮ่องกง มาเก๊า เกาะไต้หวันของจีน รวมถึงในสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้แห่งละ 1 ราย และอีก 3 รายในไทย

คณะกรรมการฯ เพิ่มเติมว่ามีการเฝ้าระวังการติดเชื้อของผู้ที่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อข้างต้น จำนวน 5,897 ราย ซึ่งมี 4,928 ราย อยู่ระหว่างการตรวจสอบทางการแพทย์ ขณะที่ 969 ราย ผ่านการตรวจสอบและได้รับการปล่อยตัวแล้ว

แผนการป้องกันและควบคุมโรคของคณะกรรมการฯ ชี้ว่าตามข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน ระยะการฟักตัวของเชื้อไวรัสฯ ตั้งแต่เริ่มติดเชื้อไปจนถึงขั้นแสดงอาการจะใช้เวลาประมาณ 14 วัน