สมศักดิ์ มอบเงินเยียวยา ทายาทเหยื่อจากคดีอาชาญกรรม

ประเด็นน่าสนใจ

  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานมอบเงินเยียวยา ทายาทเหยื่ออาชญากรรมกว่า 3 คดี
  • มีการมอบเงินเยียวยวเหยื่ออาชญากรรมจากทั้ง 3 คดี
  • คดีชิงทองลพบุรี คดีลัลลาเบล และคดีฆ่ายัดหีบเหล็ก-ฝังดิน

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เข้าเป็นประธานมอบเงินเยียวยาทายาทเหยื่ออาชญากรรมกว่า 3 คดี ณ ห้องรับรองกระทรวงยุติธรรม ชั้น 2 ศูนย์ราชการฯ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสอง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

โดยเป็นการสืบเนื่องมาจากโครงการคุ้มครองสิทธิ : เพื่อสร้างวิถีชีวิตแห่งความเป็นธรรม ซึ่งครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 5 ของโครงการ

ซึ่งได้มีการมอบเงินเยียวยวเหยื่ออาชญากรรมจากทั้ง 3 คดี ได้แก่ คดีชิงทองลพบุรี คดีลัลลาเบล และคดีฆ่ายัดหีบเหล็ก-ฝังดิน ซึ่งเป็นคดีที่ประชาชนล้วนให้ความสนใจ

โดยสำหรับการมอบเงินเยียวยาในวันนี้มีการมอบเงินให้กับทายาทผู้เสียชีวิต รวมทั้งสิ้น 5 ราย เป็นเงิน 580,000 บาท

โดยจากคดีชิงทองลพบุรี 3 ราย รายละ 110,000 บาท

คดีลัลลาเบล 110,000 บาท

และคดีฆ่ายัดหีบเหล็ก-ฝังดิน 140,000 บาท

นอกจากนี้นายอนันต์ เพชรคีรีสกุล ผู้ประกอบการช่างทองรูปพรรณ ยังได้มอบเงินส่วนตัวเพื่อช่วยเยียวยาเหยื่อจากคดีชิงทองลพบุรีอีก รายละ 20,000 บาท

ทั้งนี้ หากพี่น้องประชาชนตกเป็นผู้เสียหายในคดีอาญา (เหยื่อจากอาชาญกรรม) และจำเลยในคดีอาญา (แพะ) สามารถที่จะขอรับความช่วยเหลือ หรือติดต่อสอบถามได้ที่ สายด่วนยุติธรรม 1111 กด 77 ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ผบ.ตร. แถลงจับกุมผู้ต้องหา ชิงทองลพบุรี / ผู้ต้องหาระบุ ปัญหาส่วนตัว-เงิน ไม่ตั้งใจยิงเด็ก

วันนี้ (23 ม.ค. 63) เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการจัดแถลงข่าวเกี่ยวกับการจับกุมผู้ต้องหาในคดีชิงทอง ที่จังหวัดลพบุรี โดยในการแถลงข่าว ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นทีมงานในการทำคดี มาร่วมแถลงในครั้งนี้ด้วย

ซึ่งหลังจากได้รับการแจ้งเหตุชิงทอง และมีการยิงกันในห้าง ตามที่ปรากฎตามข่าว ในช่วงค่ำของวันที่ 9 ม.ค. 2563 ทางผบ.ตร. ก็ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อรับผิดชอบในการทำงาน และระดมทีมงานจากทุกๆ ส่วน ทั้งในพื้นที่และทางหน่วยอื่นๆ ในการปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้

ซึ่งได้มีการแบ่งงาน-ปรับแผนงานต่างๆ ที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา เนื่องจากเป็นคดีที่ปชช. ให้ความสนใจ รวมถึงสงสัยว่า จะจับคนร้ายได้หรือไม่? ฯลฯ

ซึ่งผ่านไประยะหนึ่ง ได้รับเบาะแสสำคัญ จนนำไปสู่การรวบรวมหลักฐาน และอนุมัติการออกหมายจับได้ หลังจากที่ได้หมายจับเมื่อวันที่ 21 ม.ค. ก็ได้วางแผนจับกุม ในช่วงสายๆ วานนี้ โดยหน่วยพิเศษของทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เบื้องหลังการสืบสวนครั้งนี้ ได้มีการประสานงานกันในหลายภาคส่วน จนสามารถนำข้อมูลต่างๆ มาเชื่อมโยง นำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาได้

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ในวันเกิดเหตุ ต้องขอบคุณทางทหาร ที่ได้เข้ามาช่วยเหลือ เหยื่อที่ถูกกระสุนปืนของผู้ต้องหา ซึ่งทำให้ไม่เกิดการสูญเสียไปมากกว่าด้วย และขอบคุณประชาชนที่ให้กำลังใจ ในการทำงานของเจ้าหน้าที่ด้วย แม้ว่าจะมีกระแสลบจากบรรดาเกรียนคีย์บอร์ดบ้างก็ตาม

ผู้ต้องหา ระบุแรงจูงใจมาจากปัญหาส่วนตัว-การเงิน

ในการแถลงข่าวในวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นำตัวนายประสิทธิชัย หรือกอล์ฟ มาแถลงข่าวแต่อย่างใด โดยใช้ตอบคำถามผ่านทางโทรศัพท์แทน ซึ่งนายประสิทธิชัย ก็ได้กล่าวตอบคำถามในหลายประเด็นอีกด้วย

สรุปคำถาม/คำตอบในการแถลงข่าว

คำถาม : มูลเหตุจูงใจคือ?
ผู้ต้องหา : ปัญหาส่วนตัว ปัญหาทางด้านการเงิน

คำถาม : มีปัญหาส่วนตัว หนี้สิน ทำไมต้องยิงผู้อื่นด้วย?
ผู้ต้องหา : เป็นการยิงเพื่อเปิดทางหนี และให้คนกลัว

คำถาม : วางแผน – คิดล่วงหน้าไหม?
ผู้ต้องหา : มีการคิด วางแผนล่วงหน้า 2-3 วัน

คำถาม : ทำไมถึงต้องยิงซ้ำ?
ผู้ต้องหา : เนื่องจากตอนที่ยิง ถุงมือมันขัดกับไกปืน ทำให้ยิงลั่นออกไป 2 นัด

คำถาม : ทำไมยิงเด็ก?
ผู้ต้องหา : ไม่เห็น ยิง รปภ. เพื่อเปิดทาง กระสุนปืนอาจจะไปโดนเด็ก ยืนยัน ไม่ได้ตั้งใจยิงเด็ก

คำถาม : รู้สึกสำนึกผิดไหม?
ผู้ต้องหา : รู้สึกสำนึกผิด เสียใจกับการกระทำ พอรู้ว่า กระสุนปืนไปโดนเด็ก

คำถาม : ยิงเสร็จแล้ว ทำไมกลับไปใช้ชีวิตสุขสบายตามปรกติ?
ผู้ต้องหา : พยายามทำตัวให้เป็นปรกติ ไม่อยากให้ผิดปรกติ แต่ทุกครั้งที่ได้ยินข่าวก็เสียใจ

คำถาม : ทำไมถึงใช้ท่อเก็บเสียงปืนด้วย?
ผู้ต้องหา : ต้องการลดเสียงเพื่อไม่ให้มันเสียงดัง และท่อเก็บเสียงสั่งมาจากเพื่อน

คำถาม : หลังเกิดเหตุคิดมอบตัวไหม?
ผู้ต้องหา : มีความคิดอยากมอบตัว แต่ไม่ได้ปรึกษาใคร เพราะทำคนเดียว จึงไม่ได้ปรึกษาใคร โดยคิดไว้ว่า หลังวันที่ 24 จะมอบตัว เนื่องจากมีภารกิจที่ รร. จึงต้องเป็นวันดังกล่าว

คำถาม : ส่วนสาเหตุ ไม่ได้ต้องการฆ่าตัวตายจริงไหม?
ผู้ต้องหา : ยืนยันว่าไม่จริง ไม่ได้เป็นไปตามข่าวลือแต่อย่างใด

คำถาม : ตอนยิงนัดแรกตั้งใจยิงหรือปืนลั่น?
ผู้ต้องหา : ตั้งใจยิงเพื่อเปิดทาง ไม่ให้ใครเข้ามาใกล้เรา แต่กระสุนพลาดไปโดนเด็ก ซึ่งกระสุนที่ยิง รปภ. ไปแล้ว กระสุนพลาดไป

คำถาม : ส่วนสาเหตุ ไม่ได้ต้องการฆ่าตัวตายจริงไหม?
ผู้ต้องหา : ยืนยันว่าไม่จริง ไม่ได้เป็นไปตามข่าวลือแต่อย่างใด

ตำรวจยืนยัน ไม่ใช่แพะ มีหลักฐานด้านนิติวิทยาศาสตร์ยืนยัน

ในคดีชิงทองที่ร้านทองออโรล่า จังหวัดลพบุรี ในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ยืนยันว่า ไม่ใช่การจับแพะ เนื่องจากทางตำรวจมีหลักฐานในคดี โดยใช้มีการพิสูจน์ผ่านกระบวนการทางนิติวิทยาฯ เช่น ปืนและกระสุนปืน ได้มีการเทียบปลอกกระสุนปืน รวมแล้ว 11 รายการด้วยกัน ซึ่งยังขาดในส่วนของลำกล้องปืน และ ท่อเก็บเสียง ที่ยังอยู่ในระหว่างการงมค้นหากันอยู่

นอกจากนี้ ยังได้เก็บหลักฐานได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ทองคำของกลาง เสื้อผ้า กระเป๋า ปืนที่ใช้ก่อเหตุ รวมไปถึง รถจักรยานยนต์ที่ผู้ต้องหาใช้ในการก่อเหตุด้วย แต่ไม่ได้มีการใช้ DNA จากเหงื่ออย่างที่เป็นข่าวกันแต่อย่างใด ใช้เบาะแสที่มีผู้ให้ข้อมูลมา ร่วมกับข้อมูลต่างๆ ที่ได้จากการสืบสวน รวบรวม และนำไปสู่การออกหมายจับ

สำหรับในขั้นตอนถัดไป ก็จะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขัง และทำสำนวนเพิ่มเติม ในการดำเนินคดีตามขั้นตอน ซึ่งในส่วนของผู้ต้องหาก็ให้การรับสารภาพกับทางเจ้าหน้าที่ โดยที่ทางเจ้าหน้าที่ก็จะได้ตั้งข้อกล่าวหาต่อไป ตามพฤติกรรมการก่อเหตุที่เกิดขึ้นต่อไป

เผยสาเหตุ ทำไม? ต้องกลัวโคโรไรนาไวรัส พร้อมแนะวิธีป้องกัน

ประเด็นน่าสนใจ

  • โคโรนาไวรัสหนักทางการจีนสั่งปิดเมืองอู่ฮั่น ห้ามคนออกนอกพื้นที่
  • เชื้อนี้น่ากลัวเพราะอยู่ในอากาศได้นานเป็นวัน
  • แนะใส่หน้ากากอนามัยป้องกัน และล้างมือบ่อยๆ

จากเหตุการระบาดของโคโรนาไวรัส ที่ส่งผลทำให้เป็นโรคปอดอักเสบสายพันธุ์ใหม่ในประเทศจีน ก่อนที่เวลาต่อมาทางการของจีนได้ได้มีคำสั่งปิดเมืองอู่ฮั่น ห้ามประชาชนออกจากเมืองหากไม่มีเหตุผลจำเป็น

อีกทั้งยังสั่งยกเลิกเที่ยวบินขาออก เที่ยวรถไฟขาออก การเดินทางโดยรถบัส รถไฟใต้ดิน และการเดินทางโดยเรือโดยสารระหว่างเมืองเป็นการชั่วคราว หลังจากเมืองนี้เป็นพื้นที่พบผู้ป่วยเป็นที่แรก ขณะเดียวกันได้มีรายงานข่าวเผยว่า ในหลายเมืองทั่วโลก รวมถึงไทยมีผู้ติดเชื้อดังกล่าวแล้วนั้น

ทางเพจ หมอเวร ได้มีการโพสต์ข้อความน่าสนใจ อธิบายถึงความน่ากลัวของโรคนี้ ว่า ไวรัสโคโรนา เป็นสายพันธุ์เดียวกันของโรคทางเดินหายใจอย่างโรคซาร์ และเมอร์ส ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ แต่ก็อาจทำให้เกิดความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร และระบบประสาทได้

โดยการติดต่อส่วนใหญ่ของโรคมาจากการไอ จาม และการสัมผัสจากสารคัดหลั่งทั้งจากตัวผู้ป่วย และจากสิ่งแวดล้อม เพราะหากคนที่มีเชื้ออยู่เกิดอาการจามออกมาขึ้น เชื้อนี้ก็จะลอยค้างอยู่ในอากาศเป็นเวลานานหลายนาที แต่ถ้าเชื้อนี้ไปติดอยู่ตามราวบันได หรือ เสาต่าง ๆ ที่อยู่ในสภาพอากาศที่เหมาะสมจะทำให้เชื้ออยู่ได้เป็นวัน ๆ ก็มี จากนั้นหากมีคนนำมือไปโดนที่อยู่ของเชื้อ จากนั้นนำมาป้ายปาก ป้ายจมูก และขยี้ตา ก็ทำให้เชื้อตัวนี้เข้าสู่ร่างกายได้

แม้โรคปอดอักเสบสายพันธุ์ใหม่จะเพิ่งค้นพบ แต่มันกลับมีความน่ากลัว คือ มันจะไม่แสดงอาการออกมาทันทีหลังรับเชื้อ แต่ค่อย ๆ ฝักตัวอยู่ประมาณราว 2 สัปดาห์ก็จะเริ่มออกอาการ อีกทั้งมันยังสามารถแพร่เชื้อจากสัตว์ชนิดหนึ่งไปยังอีกชนิดหนึ่งได้

ซึ่งปัจจุบันมันสามารถแพร่จากคนสู่คนได้แล้ว ดังนั้นคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น ไกด์ หรือ คนที่เดินทางไปยังสถานที่แพร่ตัวของโรคนี้ ก็ควรไปตรวจสอบอาการดู เพราะโรคกลุ่มนี้เคยระบาดจากการใช้สถานที่ร่วมกันมาแล้ว

ส่วนวิธีการป้องกันจากโรคกลุ่มนี้

  1. หากจำเป็นต้องไปยังสถานที่แออัด โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็ก, ผู้สูงอายุ, ผู้ป่วยเรื้อรัง ควรสวมหน้ากากอนามัยป้องกันเชื้อโรคทุกครั้ง (คนทั่วไปใส่เพียงแมสสีเขียว บุคลากรทางการแพทย์ใส่หน้ากาก N95)
  2. อย่าไปหยิบจับสิ่งของโดยไม่จำเป็น หากอยู่ในพื้นที่แออัด
  3. ล้างมือให้สะอาดเป็นประจำ ด้วยสบู่หรือเจลล้างมือที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์อย่างน้อย 60%
  4. สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวจีน ควรหมั่นทำความสะอาดลูกบิดประตู เก้าอี้ และราวบันไดบ่อยๆ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีตามบ้าน เช่น แอลกอฮอล์, เบตาดีน, ไฮเตอร์ และเดทตอล
  5. หากกลับมาจากต่างประเทศ แล้วมีอาการป่วยคล้ายหวัด เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูลไหล และเหนื่อยหอบให้รีบพบแพทย์ทันที หรือสามารถติดต่อได้ที่ 1669 เพื่อขอคำปรึกษาได้