พายุหิมะถล่มแคนาดา

ประเด็นน่าสนใจ

  • พายุหิมะรุนแรงพัดถล่มแคนาดา บางพื้นที่มีหิมะท่วมสูง 76 เซนติเมตร
  • นับเป็นตัวเลขสูงสุดเป็นประวัติการณ์ภายในวันเดียว

ทหารแคนาดากว่า 300 นาย เร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนในรัฐนิวฟันด์แลนด์และแลบราดอร์ เมื่อวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อนำหิมะที่ทับหนาออกจากบ้านเรือนและท้องถนน หลังพายุหิมะพัดถล่มช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จนทำให้หลายพื้นที่ต้องประกาศภาวะฉุกเฉินเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 30 ปี

เช่นเดียวกับชาวเมืองที่ต้องออกมาขุดหิมะหนาทึบ ซึ่งท่วมทับยานพาหนะต่างๆ รวมถึงท้องถนน จนไม่สามารถสัญจรไปมาได้

สื่อท้องถิ่นแคนาดารายงานว่า นับถึงเมื่อวันจันทร์ พายุหิมะตกต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 ส่งผลให้โรงเรียน ศูนย์ดูแลเด็ก และร้านขายยาต้องปิดทำการ ขณะที่บางพื้นที่ไม่มีไฟฟ้าใช้

พายุหิมะส่งผลให้มีหิมะกองสะสมสูงถึง 76.2 เซนติเมตร ในเมืองเซนต์จอห์นส์ เมืองเอกของรัฐนิวฟันด์แลนด์และแลบราดอร์ โดยมีลมกระโชกแรง 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นอกจากนี้ ปริมาณหิมะยังทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในการตกเพียงวันเดียว บริเวณสนามบินนานาชาติเซนต์จอห์นส์

ส่วน “อาร์เลนี โรดริเกซ เดอ ซานเชส” โพสต์คลิปการทดลองสุดแปลก เพื่อหวังจะให้ครอบครัวและเพื่อนๆ ที่อยู่ในเม็กซิโกรู้ถึงความหนาวเย็นในแคนาดาที่เธอเผชิญอยู่

โดยเธอทดลองนำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออกมาวางไว้นอกบ้านเป็นเวลา 15 นาที ท่ามกลางอุณหภูมิหนาวเย็นถึง ติดลบ 32 องศาเซลเซียส ทำให้บะหมี่แข็ง และส้อมก็เหมือนลอยอยู่กลางอากาศ

คลังปฏิเสธถังแตก เหตุจ่ายเงิน “ชิมช้อปใช้” ล่าช้า

ประเด็นน่าสนใจ

  • กรมบัญชีกลางปฏิเสธข่าวถังแตก เหตุจ่ายเงินโครงการ “ชิมช้อปใช้” ล่าช้า
  • เผย พ.ร.บ.งบประมาณปี 63 เพิ่งผ่านการพิจารณา จึงมีเงินคงเหลือที่สามารถนำจ่ายได้ส่วนหนึ่งก่อน

น.ส.วิลาวรรณ พยาน้อย รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง เผยว่า ความล่าช้าในการจ่ายเงินคืนโครงการ “ชิมช้อปใช้” เนื่องจาก พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2563 เพิ่งผ่านการพิจารณาของที่ประชุมสภาในวาระ 2 และวาระ 3 จึงยังไม่มีผลบังคับใช้ ทำให้มีเงินคงเหลือที่นำจ่ายได้ส่วนหนึ่งไปก่อน

โดยการจ่ายเงินคืน จะเรียงลำดับจากผู้มีสิทธิ์ที่เริ่มใช้จ่ายเงิน G-Wallet 2 ตามลำดับก่อน-หลัง สำหรับผู้มีสิทธิ์ที่ยังไม่ได้รับเงิน เมื่อได้รับงบประมาณแล้วจะเร่งดำเนินการโอนเงินโดยเร็ว คาด พ.ร.บ.งบประมาณฯ จะประกาศบังคับใช้ต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้

ส่วนอีกสาเหตุมาจากพบความผิดปกติในการใช้จ่ายผ่านกระเป๋าช่อง 2 ที่อาจมีการทุจริตเกิดขึ้น จึงต้องมีการตรวจสอบความถูกต้อง ทำให้กระทรวงการคลังต้องชะลอการจ่ายเงินคืน

เรื่องนี้เป็นประเด็นขึ้นมาหลังมีการตั้งข้อสังเกตว่า กระทรวงการคลังอาจมีเงินไม่พอจ่าย เนื่องจากความล่าช้าในการจ่ายเงินคืน หรือ Cash Back ให้ผู้ที่ได้รับสิทธิ์ “ชิมช้อปใช้” และใช้จ่ายผ่านกระเป๋า 2 ตามเงื่อนไขของมาตรการ กรณีใช้จ่ายเงินไม่เกิน 30,000 บาท จะได้รับเงินคืน 15% หรือหากใช้จ่ายเงินตั้งแต่ 30,001-50,000 บาท จะได้รับเงินคืน 20% รวมเงินคืนสูงสุด 8,500 บาท

ซึ่งล่าสุดถึงกำหนดจ่ายรอบวันที่ 15 มกราคม 2563 แต่หลายคนกลับยังไม่ได้รับการโอนเงินคืน มีเพียง SMS ส่งข้อความ “กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้องการใช้สิทธิ์มาตรการ “ชิมช้อปใช้” และเงินคืน (Cash Back) ท่านจะได้รับเงินคืนทันทีเมื่อการตรวจสอบเสร็จสิ้น”

ก่อนหน้านี้ นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยถึงการตรวจสอบกรณีพบการทุจริตในโครงการ “ชิมช้อปใช้” เกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินกระเป๋าช่อง 2 ที่พบว่า มีร้านค้า 1,000 แห่ง เข้าข่ายต้องสงสัยทุจริต เช่น ร้านค้าบางแห่งโอนเงินไปให้คนซื้อเพื่อมาซื้อสินค้าในร้านและทำข้อตกลงแบ่งเงินที่รัฐจ่ายคืนมาให้ และยังพบยอดซื้อสินค้าของบางร้านสูงผิดปกติ ทำให้กระทรวงการคลังต้องชะลอการจ่ายเงินคืนให้ผู้ที่ใช้จ่ายเงินกระเป๋า 2 ซื้อสินค้าในร้านค้าทั้ง 1,000 แห่ง จนกว่าจะตรวจสอบแล้วเสร็จ

วินด์ฯ ห่วงภัยฝุ่น PM 2.5 เร่งมอบเครื่องฟอกอากาศศูนย์เด็กเล็กทั่วกรุงเทพฯ

ประเด็นน่าสนใจ

  • จากสถานการณ์มลภาวะทางอากาศ ฝุ่น PM 2.5 ปกคลุมอย่างมากในช่วงนี้ในเขตกรุงเทพฯ
  • วินด์ฯ ห่วงภัยฝุ่น PM 2.5 เร่งมอบเครื่องฟอกอากาศศูนย์เด็กเล็กทั่วกรุงเทพฯ

ทางบริษัทผู้ผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานลม “วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด” นำโดยนายณพ ณรงค์เดช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ฯ และพอฤทัย ณรงค์เดช ห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเด็กในสถานสงเคราะห์หลายแห่งขาดอุปกรณ์เครื่องป้องกันมลพิษ ที่มีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเร่งช่วยเหลือเบื้องต้น บริษัทวินด์ เอนเนอร์ยี่ฯ หรือ WEH จึงจัดสรรงบประมาณเร่งด่วน ภายใต้โครงการ WIND ENERGY FOR CLEAN ENERGY เพื่อจัดซื้อเครื่องฟอกอากาศที่ได้มาตรฐานจำนวน 40 เครื่อง เพื่อมอบให้แก่ ศูนย์ดูแลเด็กเล็ก 4 แห่ง ในกรุงเทพฯ ประกอบด้วย โรงเรียนบ้านเด็กรามอินทรา (บ้านเด็กตาบอดผู้พิการซ้ำซ้อน)  บ้านเด็กอ่อนพญาไท  มูลนิธิบ้านพระพร และสถานรับเลี้ยงเด็กบ้านเด็กเทพ พร้อมกันนี้ยังได้นำอาหารว่างไปเลี้ยงเด็กๆ ด้วย

นายณพ ณรงค์เดช กล่าวว่า บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ฯ ยินดีเป็นอย่างยิ่ง หากสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการให้ความช่วยเหลือ หรือบรรเทาปัญหา PM 2.5 อันวิกฤตินี้ในอนาคต เพราะการมีสภาพแวดล้อมและอากาศที่ดีเป็นปัจจัยช่วยให้เด็กๆ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง เติบโตอย่างมีคุณภาพ

ด้านนางสาวอรนุชา รัตนมงคล ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์เด็กอ่อนพญาไท กล่าวว่า รู้สึกขอบคุณที่นึกถึงและห่วงใยเด็กๆ กว่า 300 ชีวิต ซึ่งขณะนี้ได้งดกิจกรรมกลางแจ้งทั้งหมด สำหรับเครื่องฟอกอากาศที่ได้รับบริจาคมาเป็นประโยชน์อย่างมากเพราะได้ใช้ทันที เนื่องจากเครื่องเก่าที่มีอยู่ชำรุด และเด็กอ่อนมีจำนวนมาก เราอยากให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้หายใจรับอากาศบริสุทธิ์

ส่วนสถานรับเลี้ยงเด็กบ้านเทพ มูลนิธิบ้านพระพร และบ้านเด็กรามอินทรา (บ้านเด็กตาบอดผู้พิการซ้ำซ้อน) เจ้าหน้าที่ศูนย์ระบุว่า เพิ่งได้รับบริจาคเครื่องฟอกอากาศเป็นครั้งแรก ขอขอบคุณทางบริษัทวินด์ เอนเนอร์ยี่ฯ  ที่ยื่นความจำนงบริจาคเครื่องฟอกอากาศเข้ามา และสามารถนำไปใช้ทันการณ์พอดี โดยจะดำเนินการติดตั้งทันที เพื่อบรรเทาปัญหามลพิษฝุ่น PM 2.5 ที่ยังคงวิกฤติในขณะนี้จึงต้องขอขอบคุณแทนเด็กๆ ด้วย