อย.-บก.ปคบ. บุกทลายแหล่งจำหน่ายยาสมุนไพรปลอม

ประเด็นน่าสนใจ

  • อย. และ บก.ปคบ. บุกทลายแหล่งจำหน่ายยาสมุนไพรปลอมยี่ห้อ “คุณสัมฤทธิ์”
  • พบของกลางกว่า 1.5 หมื่นชิ้น มูลค่า 2 ล้านบาท

อย. ร่วมกับ บก.ปคบ. แถลงผลปฏิบัติการทลายแหล่งจำหน่ายยาสมุนไพรปลอมรายใหญ่ หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรคุณสัมฤทธิ์ ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ปลอมซึ่งไม่มีสติกเกอร์สัญลักษณ์ มีการลักลอบจำหน่ายกันอย่างแพร่หลายทั่วประเทศ ปคบ.จึงได้สืบแกะรอยถึงแหล่งโกดังใหญ่ ยึดยา เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกว่า 15,000 ชิ้น มูลค่าของกลางกว่า 2 ล้านบาท พร้อมสืบหาแหล่งผลิตต่อไป

ที่บก.ปคบ. ชั้น 4 ศูนย์ราชการอาคารบี ถนนแจ้งวัฒนะ กทม. เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 21 ม.ค. พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบก.ปคบ. เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รอง เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผกก. 4 บก.ปคบ. พ.ต.ท.วีระพงษ์ คล้ายทอง รอง ผกก.4 บก.ปคบ. พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เดชะพันธ์ สว.กก.4 บก.ปคบ. แถลงจับตรวจยึดยาสมุนไพรยี่ห้อ “คุณสัมฤทธิ์” อาหารเสริม กับเครื่องสำอางค์ ปลอม กว่า 15,000 ชิ้น มูลค่า 2 ล้านบาท

เภสัชกรหญิงสุภัทรา เผยว่า อย.ได้รับเรื่องร้องเรียนพบผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรยี่ห้อ คุณสัมฤทธิ์ ที่ขึ้นทะเบียนตำรับยากับอย.ไว้กว่า 20 ชนิด ว่าพบมียาสมุนไพรยี่ห้อดังกล่าวปลอมแพร่ระบาดแถบดอนเมืองและภาคอีสาน จึงได้ร่วมกับ กก 4.บก.ปคบ. เก็บข้อมูลหลักฐานและสืบสวนในเชิงลึกจนได้ข้อมูลชัดเจนทราบว่าแหล่งใหญ่ที่มีการลักลอบจำหน่าย และเก็บสินค้าดังกล่าวอยู่ที่โกดังใน จ.ชัยภูมิ และ จ.นครราชสีมา

พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ กล่าวต่อ กระทั่งวันที่ 17 ม.ค. เจ้าหน้าที่ ตร.กก.4 เข้าตรวจค้นอาคารเลขที่ 648/49-50 ถ. โนนตาปาน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ และวันที่ 18 ม.ค. ขยายผลเข้าตรวจค้นอาคารเลขที่ 620/2-4 ถ. สืบศิริ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา พบของกลางยาสมุนไพรยี่ห้อ “คุณสัมฤทธิ์” ปลอม อาทิ ยาแคปซูลพลูคาว ยาระบาย ยาบรรเทาอาการปวดเมื่อย ยาบรรเทาริดสีดวงทวารหนัก ยาแคปซูลกำลังช้างสาร และยาแคปซูล รากสามสิบ

“นอกจากนี้ พบอาหารเสริมและเครื่องสำอางปลอม และใส่สารต้องห้ามเคยถูกจับกุมมาแล้ว ยี่ห้อLYN เอฟ เอส ที (กล่องดำ) LYN บล็อก เบิร์น (กล่องฟ้า-ขาว) MANG LUK, THUCH MEE, Super Detoxy, เรียวว่าน 500 ผิว รวมยึดของกลางทั้ง 2 ที่รวม 15,000 ชิ้น มูลค่าประมาณ 2 ล้านบาท หลังจากนี้จะทำการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่ทำการยึดมาได้ ว่าผิดข้อหาอะไรบ้าง ก่อนจะแจ้งข้อหากับคนเฝ้าโกดังทั้ง 2 ที่ พร้อมขยายผลเรียกนายทุนที่เป็นผู้สต๊อกสินค้าทั้ง 2 โกดังมาแจ้งข้อหาตามขั้นตอนกฏหมายด้วย” พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เผยว่า

เภสัชกรหญิงสุภัทรา เผยว่า เบื้องต้นสินค้าที่ยึดมาได้ครั้งนี้เข้าข่ายความผิด ความผิดตามพ.ร.บ.สมุนไพร พ.ศ. 2562 ข้อหาขายยาผลิตภัณฑ์สมุนไพรปลอม จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท ความผิดตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 ข้อหา 1.ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท 2.ข้อหาขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“ความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ข้อหา 1.ขายเครื่องสำอางที่ไม่ได้จดแจ้ง ปรับไม่เกิน 20,000 บาท 2.ขายเครื่องสำอางที่ไม่มีฉลาก จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับนอกจากนี้หากผลตรวจวิเคราะห์พบสารห้ามใช้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522” รอง เลขาฯ อย. กล่าว

ศาลรัฐธรรมนูญ อ่านคำวินิจฉัย ให้ยกคำร้อง ไม่ยุบพรรคอนาคตใหม่

ประเด็นน่าสนใจ

  • วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดียุบพรรคอนาคตใหม่
  • โดยผู้ร้องได้ยื่นคำร้อง ขอให้ศาลฯวินิจฉัยในคดีล้มล้างการปกครอง
  • คำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญ คือ พรรคไม่มีลักษณะล้มล้างการปกครอง สรุปได้ว่าไม่ยุบพรรคอนาคตใหม่

วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้นัดอ่านคำวินิจฉัยคดีที่นายณฐพร โตประยูร (ผู้ร้อง) ยื่นคำร้อง ขอให้ ศาลฯ วินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่า การกระทำของพรรคอนาคตใหม่

ผู้ถูกร้องที่ 1 นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ถูกร้องที่ 2 รองศาสตราจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ถูกร้องที่ 3 และคณะกรรมการบริหารพรรค อนาคตใหม่ ผู้ถูกร้องที่ 4 เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่

คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยคดีอิลลูมินาติล้มล้างการปกครองของพรรคอนาคตใหม่ว่า

ประเด็นแรก ข้อบังคับพรรคไม่มีลักษณะล้มล้างการปกครอง

และประเด็นที่สอง การให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนและการแสดงความเห็นต่อสาธารณชนไม่มีข้อเท็จจริงเพียงพอ

จึงเห็นว่าไม่มีลักษณะล้มล้างการปกครอง สรุปได้ว่าไม่ยุบพรรคอนาคตใหม่

เตือน 5 กลุ่มเสี่ยงเผชิญฝุ่นพิษ PM 2.5

ประเด็นน่าสนใจ

  • เมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมาถือเป็นอีกหนึ่งวันที่ค่าฝุ่นละออง pm 2.5 ในกรุงเทพพุ่งสูง เกินค่ามาตรฐานเกือบทุกเขต
  • กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาเตือน 5 อาชีพเสี่ยงที่ต้องเผชิญฝุ่นแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้
  • พร้อมแนะวิธีการรับมือ สถานการณ์ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในช่วงเวลานี้ยังคงต้องมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

กลุ่มคนที่ต้องทำงานกลางแจ้ง 5 กลุ่มที่กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาเตือน อาชีพแรกคือ ตำรวจจราจร 2.คนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้าง 3. แม่ค้าแผงลอยริมถนน 4.พนักงานกวาดถนน และสุดท้ายคือคนขับรถตุ๊กตุ๊ก

ทีมข่าวได้ลงไปสำรวจความตื่นตัวของกลุ่มอาชีพเหล่านี้ในย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งเป็นหนึ่งในเขตพื้นที่สีแดง ค่าฝุ่นละออง pm 2.5 พุ่งสูงขึ้นไปแตะเกือบ 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร พบว่าส่วนใหญ่ไม่ตื่นตัวกับสถานการณ์ฝุ่นในรอบนี้มากนัก

อย่างเช่น นายสมชาย พิสารเขต คนขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ที่บอกว่าไม่เคยใส่หน้ากากป้องกันฝุ่นเลย เพราะไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ต้องกังวล ที่ผ่านมาก็ไม่เคยป่วย หรือมีความผิดปกติเกิดขึ้น เลยไม่ได้ตื่นตัวกับสถานการณ์ฝุ่น

ขณะที่อีกอาชีพหนึ่งที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยง นั่นก็คือพนักงานกวาดถนน ทีมข่าวเราได้พูดคุยกับ คุณหทัยชนก เพชรแสงเดือน ที่ต้องทำงานกวาดถนนย่านอนุสาวรีย์ตั้งแต่ตี 5 จนถึงบ่ายโมงของทุกวัน ก็บอกว่ารู้สึกได้ถึงอันตรายของฝุ่นพิษ ที่ส่งผลกระทบกับการหายใจและมีอาการคันตามผิวหนัง แต่ปัญหาก็คือหน้ากากอนามัยที่ทาง กทม.แจกให้เป็นแบบผ้า ทำให้เวลาใส่จะหายใจไม่ออก จึงต้องหาหน้ากากอนามัยมาใส่เอง

อีกอาชีพหนึ่ง คือแม่ค้าขายแผงลอยริมถนน ก็บอกว่าในเมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องหาวิธีการป้องกันตัวเอง หากหลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่อันตรายก็ต้องทำ แต่อยากให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหานี้ เพราะเริ่มรู้สึกว่ากระทบกับการใช้ชีวิตประจำวัน

อย่างไรก็ตาม ในเมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญฝุ่น กรมอนามัยก็ออกมาย้ำเตือนถึงวิธีการรับมือกับฝุ่นว่าให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่อันตราย หากสามารถลดระยะเวลาการอยู่ในพื้นที่เสี่ยงได้ก็จะดี แต่หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรสวมหน้ากากอนามัยที่ป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ และสุดท้ายหากสังเกตตัวเองว่าเริ่มเจ็บคอ แสบตา แสบคอ คันตามผิวหนังก็ให้รีบปรึกษาแพทย์