อนาคตใหม่ ประกาศ เดินหน้างานการเมืองในสภา

ประเด็นน่าสนใจ

  • อนาคตใหม่ ประกาศ เดินหน้างานการเมืองในสภาและกิจกรรมทางสังคมวิ่งไล่ลุงต่อ หลังศาลตัดสินไม่ยุบพรรค ไม่ฟ้องกลับ ณฐพร โตประยูร
  • วอนนักร้อง ยุติ ขบวนการไล่ฟ้อง ชี้ไม่เกิดประโยชน์ประเทศ พร้อมขอบคุณสมาชิกพรรคทุกคนที่ร่วมต่อสู้

ที่​ทำการพรรคอนาคตใหม่ ชั้น5 ตึกไทยซัมมิท ถ.พระราม9​ นาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค พร้อม ด้วย สส.พรรคอนาคตใหม่ ร่วมกัน แถลงหลังศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยกคำร้องยุบพรรคอนาคตใหม่

โดยนายปิยบุตร เห็นว่าคดีนี้ไม่ควรเป็นคดีแต่แรก ยืนยันว่า นายธนาธร ตน และพรรคอนาคตใหม่ ไม่ได้มีความคิดล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข สิ่งที่คิดคือการรักษาระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขให้ยั่งยืน มั่นคง

เพราะไม่มีที่อยู่ที่ยืนให้กับการทำรัฐประหาร พรรคการเมือง กลุ่มประชานไม่ได้เป็นผู้ที่คิดล้มล้างการปกครอง แต่การรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญตั้งตัวเองเป็น รัฏฐาธิปัตย์ ต่างหากที่ล้มล้างการปกครอง

แม้วันนี้คำร้องของนายณฐพร โตประยูรจะ ถูกยกออกไป แต่ยังมีคำร้องที่ต้องการทำลายพรรคอนาคตใหม่อยู่ ดังนั้นเชื่อว่ามีแต่การเปิดทางให้คนใหม่ๆ เข้ามาต่อสู้ในกระบวนการประชาธิปไตยเท่านั้นที่จะนำพาประเทศไปสู่ประชาธิปไตย

พรรคอนาคตใหม่ไม่ผิด ไม่เป็นเหตุยุบพรรค จึงขอร้องนักร้องเรียนทั้งหลาย ให้ยุติการร้องต่างๆที่ไม่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ยืนยันว่าจะไม่ฟ้องกลับ นายณฐพร เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะร้องกันไปมา

ส่วนคดีกู้เงินของพรรค ที่อยู่ระหว่้างขั้นตอนการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย และหลายพรรคการเมืองก็มีการกู้ยืมเช่นกัน แต่กลับเลือกปฏิบัติกับพรรคอนาคตใหม่พรรคเเดียว

ด้าน นาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ขอบคุณทุกคนที่เป็นแรงผลักดัน ให้มาถึงจุดนี้ วันนี้พรรคอนาคตใหม่ได้รับคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญแล้วว่าให้เดินต่อไป

ดังนั้นจึงขอสัญญาต่อประชาชนว่า พรรคอนาคตใหม่จะทำงานในสภาผู้แทนราษฎร มุ่งมั่นทำงานในสภาอย่างสร้างสรรค์ ตรวจสอบรัฐบาลอย่างแข็งขัน ให้สมกับที่ประชานไว้วางใจ และมุ่งมั่นที่จะทำให้คำสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน เป็นจริงให้ได้ แม้ตัวเองไม่ได้เข้าสู่สภา แต่ก็จะไปพบประชาชนในทุกภาค เพื่อรับฟังปัญหามาแก้ไขให้ประชาชน

พร้อมกันนี้นายธนาธร ได้กล่าวขอบคุณครอบครัว ทั้งพี่สาวและน้องชาย ที่มาให้กำลังใจ รวมถึงทีมงานพรรค ส.ส.แะสมาชิกพรรคทุกคน บอกการเดินทางนี้เพิ่งเริ่มต้น จากการจดตั้งพรรคจนถึงวันนี้ยังไม่ถึง สองปี ยังมีอีกกหลายเรื่องที่พรรคต้องทำ เพื่อผลักดันให้เป็นจริง เป็นตัวแทนประชนให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้า

ยืนยันต่อจากนี้จะเดินหน้าเข้าร่วมกิจกรรทางสังคมต่อไป ทั้งกิจกรรมวิ่งไล่ลุง และกิจกรรมอื่นๆ เพราะการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นสิทธิเสรีภาพ ไม่ได้หวังให้กดดันศาล

คลังพบทุจริตโครงการ “ชิมช้อปใช้”

ประเด็นน่าสนใจ

  • กระทรวงการคลังพบการทุจริตในโครงการชิมช้อปใช้กระเป๋า 2 กว่า 1 พันร้านค้า
  • เบื้องต้นสั่งให้มีการตรวจสอบและชะลอการจ่ายเงินคืนแล้ว

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. เปิดเผยว่า ขณะนี้ทีมงานชิมช้อปใช้อยู่ระหว่างการตรวจสอบกรณีพบทุจริตการใช้จ่ายเงินในกระเป๋า 2 โดยพบว่า มีร้านค้ากว่า 1 พันแห่ง ที่สงสัยว่าอาจจะมีการทุจริตเกิดขึ้น ดังนั้น กระทรวงการคลังจึงต้องชะลอการจ่ายเงินคืนสำหรับยอดซื้อสินค้ากระเป๋าที่ 2 จากร้านค้าดังกล่าวจนกว่าจะมีการตรวจสอบแล้วเสร็จ

ทั้งนี้ การทุจริตดังกล่าว จะดำเนินการในลักษณะร้านค้าโอนเงินไปให้คนซื้อ เพื่อมาซื้อสินค้าในร้าน ซึ่งหากซื้อสินค้า 5 หมื่นบาท จะได้รับเงินคืนจากภาครัฐ 8,500 บาท และมีข้อตกลงกันว่า เงินที่รับคืนจากรัฐนั้น จะต้องนำมาแบ่งกัน เป็นต้น นอกจากนี้ ยังพบยอดการใช้จ่ายผิดปกติของร้านค้าบางแห่ง

โดยมีการซื้อสินค้าสูงผิดปกติ ซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบว่ามีการทุจริตหรือไม่
หลังจากระบบตรวจสอบพบการทุจริต ก็จะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบซ้ำอีกรอบ ถ้าพบว่าร้านค้าไม่ได้มีการทุจริต กระทรวงการคลังจะคืนเงินสำหรับการใช้จ่ายกระเป๋า 2 ให้ประชาชนที่ใช้จ่ายในร้านดังกล่าว แต่หากตรวจพบการทุจริต ยอดใช้จ่ายดังกล่าว จะไม่สามารถคืนเงินได้ และร้านค้าดังกล่าวจะต้องถูกขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าร่วมกับโครงการรัฐบาลในอนาคต

สำหรับชิมช้อปใช้เฟส 4 นั้น สศค.รับการบ้านมาจากนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้ไปคิดว่าจะทำอย่างไร โดยสิ่งที่อยากเห็นคือ ทำอย่างไรให้ผู้ที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ 12.8 ล้านคน มีการใช้เงินในกระเป๋า 2 เพื่อใช้จ่ายต่อไป โดยขณะนี้ยังไม่สรุปว่าจะดำเนินการอย่างไร และยังไม่ได้กำหนดเวลาชัดเจน ซึ่งยังมีหลายเทศกาลที่จะร่วมกระตุ้นการใช้จ่ายกระเป๋า 2 ได้ และยังมีเม็ดเงินที่ยังเหลือสำหรับการใช้จ่ายในโครงการนี้

มอบตัวแล้ว คู่รักเริงรักเอาท์ดอร์ ในมหาวิทยาลัยดังบางเขน

ประเด็นน่าสนใจ

  • หนุ่ม-สาวในคลิปฉาวมีเซ็กซ์นอกสถานที่เข้ามอบตัวแล้ว
  • อ้างทำครั้งแรก ก่อนอัปคลิปในกลุ่มลับ
  • ตร.แจ้งข้อหากระทำการลามกอย่างอื่น เพื่อความประสงค์แห่งการค้า และนำเข้าข้อมูลลามกสู่ระบบคอมพิวเตอร์

จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง หลังปรากฏคลิปไม่เหมาะสมของชายหญิงคู่หนึ่งไปมีเพศสัมพันธ์กันกลางแจ้ง ก่อนจะทราบต่อมาบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยชื่อดังยานบางเขนนั้น

ล่าสุดมีรายงานแจ้งว่า ผู้ก่อเหตุทั้งสองรายได้เดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว โดยชายอายุ 30 ปี ส่วนฝ่ายหญิงอายุ 24 ปี ทั้งนี้จากการสอบสวนทั้งคู่ให้การสารภาพว่า การก่อเหตุดังกล่าวทำเป็นครั้งแรก

ส่วนสาเหตุของการมีเซ็กซ์กันนอกสถานที่นั้น ก็เพราะต้องการคลิปไปอัปโหลดลงเว็บโป๊เพื่ออัปเดตให้สมาชิกได้ติดตาม หลังจากมีการจ่ายเงินสมัครสมาชิกแรกเข้าเดือนละ 300 บาท เสียค่าบริการรายเดือนอีกเดือนละ 150 บาท

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาฐานความผิดร่วมกันกระทำการอันควรขายหน้าต่อธารกำนัล โดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกาย หรือ กระทำการลามกอย่างอื่น เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือ โดยการค้า หรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำผลิต ภาพยนต์อันลามก และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นข้อมูลลามก

สำหรับข้อหานี้มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.388 ที่ระบุว่า ผู้ใดกระทำการอันขายหน้าต่อธารกำนัลโดยเปลือย หรือเปิดเผยร่างกาย หรือกระทำการลามกอย่างิ่น ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

และความผิดว่าด้วย พ.ร.บ.การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 (4) นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษณะอันลามก และข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1.5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ